Netflix ไม่ได้ชนะด้วยอัลกอริทึมแต่ชนะด้วยการออกแบบระบบ ถอดวิธีคิดของ "ผู้นำ" ที่ทำให้ธุรกิจครองโลก

Business & Marketing

Corporates & Leadership

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Netflix ไม่ได้ชนะด้วยอัลกอริทึมแต่ชนะด้วยการออกแบบระบบ ถอดวิธีคิดของ "ผู้นำ" ที่ทำให้ธุรกิจครองโลก

Date Time: 7 ม.ค. 2569 12:05 น.

Video

ปี 2026 ทองคำมาวิน? หุ้นไทยปีนี้ยากแล้ว ปีหน้ายากกว่า?| Thairath Money Night Stand EP.30

Summary

Ted Sarandos co-CEO ของ Netflix เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการวางทิศทางคอนเทนต์และสร้างอัตลักษณ์ของแพลตฟอร์ม

  • Netflix เปลี่ยนจากผู้จัดจำหน่ายคอนเทนต์สู่การเป็นผู้สร้าง IP และมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมบันเทิง
  • Sarandos เน้นการกระจายอำนาจ, ส่งเสริมการทดลอง, และใช้ข้อมูลเพื่อเสริมสัญชาตญาณในการตัดสินใจ
  • Netflix สร้างวัฒนธรรมที่ไม่กลัวความล้มเหลวและเปิดพื้นที่ให้ความเห็นต่างเพื่อสร้างนวัตกรรม
  • บทเรียน 5 ข้อของ Sarandos สามารถนำไปปรับใช้ได้กับผู้นำองค์กรในยุค AI และ Platform

Latest


ในยุค Platform Economy ที่ความได้เปรียบทางการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่สินทรัพย์ แต่คือความสามารถในการสร้างระบบที่เชื่อม “คน เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์” เข้าด้วยกัน Netflix คือหนึ่งในตัวอย่างองค์กรที่เข้าใจเกมนี้อย่างลึกซึ้ง

Netflix ที่เรารู้จักกันในฐานะสตรีมมิ่งไว้ดูซีรีส์ ภาพยนตร์จากทั่วโลกนั้นในโลกธุรกิจ Netflix คือ ระบบนิเวศของคอนเทนต์ระดับโลกที่เปิดให้ผู้สร้างเรื่องราวจากหลากหลายประเทศเข้าถึงผู้ชมหลายร้อยล้านคนพร้อมกัน ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากอัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก การออกแบบวัฒนธรรมการตัดสินใจให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนเร็วและคาดเดาไม่ได้

หนึ่งในผู้นำสำคัญที่ผลักดันโมเดลนี้ คือ Ted Sarandos co-CEO ของ Netflix ผู้พาบริษัทเปลี่ยนบทบาทจากผู้จัดจำหน่ายคอนเทนต์ ไปสู่การเป็นผู้สร้าง IP และมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมบันเทิงโลกผ่านแนวคิดผู้นำแบบแพลตฟอร์มที่ไม่ยึดติดกับลำดับชั้น แต่ให้อำนาจ ความเชื่อใจ และพื้นที่ในการทดลองกับคนในองค์กร

Ted Sarandos คือใคร?

Ted Sarandos คือ co-CEO ของ Netflix และเป็นบุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งที่กำหนดทิศทาง “คอนเทนต์” และอัตลักษณ์ของแพลตฟอร์มจนกลายเป็นผู้นำอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลกในปัจจุบัน

Sarandos เข้าร่วม Netflix ตั้งแต่ปี 1999 ในช่วงที่บริษัทยังเป็นธุรกิจให้เช่า DVD ทางไปรษณีย์ เขาไม่ได้มาจากสายเทคโนโลยีโดยตรง แต่เติบโตจากอุตสาหกรรมบันเทิง ทำงานกับร้านวิดีโอและบริษัทจัดจำหน่ายคอนเทนต์มาก่อน ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งสำคัญในวันที่ Netflix ต้องเชื่อมโลกเทคกับโลกครีเอทีฟเข้าด้วยกัน

บทบาทหลักของ Sarandos คือ การดูแลด้านการวางทิศทางและกลยุทธ์ของคอนเทนต์และความสัมพันธ์กับผู้สร้างคอนเทนต์ทั่วโลก เขาเป็นคนผลักดันแนวคิด Netflix Originals และอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจเดิมพันกับซีรีส์และภาพยนตร์ระดับโลก ตั้งแต่ House of Cards, Stranger Things, The Crown ไปจนถึงคอนเทนต์ท้องถิ่นจากหลากหลายประเทศ

หลายคนรู้จักจะรู้จัก Reed Hastings ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CEO ที่รับบทบาทผู้นำสายเทคโนโลยีและระบบหลังบ้าน โฟกัสที่โมเดลธุรกิจ เทคโนโลยี อัลกอริทึม วัฒนธรรมองค์กร และการออกแบบแพลตฟอร์มให้ขยายได้ทั่วโลก ส่วน Ted Sarandos คือ ผู้นำสายคอนเทนต์และคนสร้างสรรค์ ทั้งสองทำงานคู่กันในลักษณะ Complementary Leadership ที่ช่วยกันเสริมกันคนละด้าน Hastings สร้าง “ระบบ” ส่วน Sarandos เติม “จิตวิญญาณของคอนเทนต์” ลงไปในระบบนั้น

ในปี 2020 Netflix แต่งตั้ง Sarandos ขึ้นเป็น co-CEO อย่างเป็นทางการ สะท้อนว่าคอนเทนต์ไม่ได้เป็นเพียงต้นทุน แต่คือ “แกนกลางของกลยุทธ์แพลตฟอร์ม” เทียบเท่าเทคโนโลยี

ความสัมพันธ์ระหว่าง Sarandos และ Hastings คือ ภาพสะท้อนขององค์กรยุค Platform Economy อย่างแท้จริง แพลตฟอร์มจะเติบโตไม่ได้ หากมีเพียงเทคโนโลยีที่ดี แต่ขาดเนื้อหาที่คนอยากใช้และก็ไม่อาจยั่งยืน หากมีคอนเทนต์ดี แต่ขาดระบบที่ขยายสเกลได้ ทำให้ปัจจุบัน Netflix กลายเป็น แพลตฟอร์มวัฒนธรรม (Cultural Platform) ที่มีอิทธิพลต่อรสนิยม ความคิด และอุตสาหกรรมบันเทิงในระดับโลก

รายการ CNBC Leaders Playbook ได้นำเสนอ 5 บทเรียนการตัดสินใจของ Ted Sarandos ที่น่าสนใจ Thairath Money สรุปมาให้ผู้อ่านเพื่อเรียนรู้จากความสำเร็จ โดยเฉพาะการเป็นบทเรียนแก่ผู้นำองค์กรในยุค AI และ Platform ที่ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการนำพาบริษัทหรือธุรกิจให้ไปต่อได้อย่างสมบูรณ์

1) กล้าสวิงใหญ่ เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างแพลตฟอร์ม (Take Big Swings)

ในโลกแพลตฟอร์มการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง เมื่อดีลคอนเทนต์จากสตูดิโอเริ่มปิดยาก Sarandos มองเห็นว่า Netflix ต้องควบคุมต้นน้ำของคุณค่าด้วยตัวเอง เขาตัดสินใจทุ่ม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อซีรีส์ House of Cards จำนวน 2 ซีซัน ในปี 2011 ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าคอนเทนต์ออริจินัลจะประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง

การเดิมพันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องซีรีส์ แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจจาก “แพลตฟอร์มกระจาย” เป็น “แพลตฟอร์มผู้สร้าง” และมันกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่พา Netflix สู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรม ในมุม Platform Economy การปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ตัดสินใจลงทุนเพื่อสร้าง Network Effect ระยะยาว ไม่ใช่ผลลัพธ์ระยะสั้น

2) กระจายอำนาจการตัดสินใจ แทนการควบคุมจากศูนย์กลาง (Empower People, Then Get Out of the Way)
แพลตฟอร์มที่ขยายไปทั่วโลกไม่สามารถบริหารด้วยการสั่งการจากบนลงล่างได้ Netflix เลือกใช้วัฒนธรรม “Freedom and Responsibility” ให้อำนาจทีมงานในกว่า 50 ประเทศตัดสินใจด้านครีเอทีฟด้วยตัวเอง ลดขั้นตอน ลดการอนุมัติ และเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหว

บทบาทของผู้นำในโมเดลนี้ ไม่ใช่การโฟกัสไปที่การควบคุมทุกรายละเอียด แต่คือการคัดเลือกคนที่ดีที่สุด วางกรอบที่ชัดเจน และถอยออกมาให้ระบบทำงาน ซึ่งเขากล่าวว่า นี่คือหัวใจขององค์กรแพลตฟอร์มที่เชื่อว่าคุณค่าไม่ได้ถูกสร้างที่ศูนย์กลาง แต่เกิดจากคนหน้างานใกล้ผู้ใช้มากที่สุด

3) ใช้ข้อมูลเพื่อเสริมสัญชาตญาณ ไม่ใช่แทนที่มัน (Lead with Gut, Informed by Data)
แม้ Netflix จะเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล แต่ Sarandos เชื่อว่า ข้อมูลไม่ควรเป็นผู้กำกับความคิดสร้างสรรค์ ใน Platform Economy ข้อมูลช่วยบอกว่า “ผู้ชมเคยทำอะไร” แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า “ผู้ชมจะหลงรักอะไรต่อไป” คอนเทนต์ระดับโลกส่วนใหญ่จึงเริ่มจากสัญชาตญาณของมนุษย์ ไม่ใช่อัลกอริทึม บทบาทของผู้นำยุคแพลตฟอร์มจึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่าง Data กับ Human Judgment เพื่อไม่ให้องค์กรเดินไปในทิศทางที่ปลอดภัยแต่ไร้ความแปลกใหม่

4) สร้างวัฒนธรรมที่ไม่กลัวการทดลอง (Build a Culture That Fears Nothing)
ในระบบแพลตฟอร์ม ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ แต่ถือเป็นข้อมูลรูปแบบหนึ่ง Netflix เติบโตจากการทดลองอย่างต่อเนื่อง กล้าลองไอเดียใหม่ เรียนรู้เร็ว และเดินหน้าต่อเมื่อบางสิ่งไม่เวิร์ก หลายคอนเทนต์ที่เริ่มต้นจากความเสี่ยง กลับกลายเป็น Global Hit ในเวลาสั้น ๆ ผู้นำใน Platform Economy จึงต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนกล้าลองมากกว่ากลัวพลาด เพราะนวัตกรรมไม่สามารถเกิดได้ในองค์กรที่กลัวความผิดพลาด

5) เปิดพื้นที่ให้ความเห็นต่าง ท้าทายความเชื่อเดิม (Challenge Conventional Wisdom)
แพลตฟอร์มที่หยุดตั้งคำถาม จะถูกแทนที่อย่างรวดเร็ว Sarandos สนับสนุนให้ทีมงานตั้งคำถามกับการตัดสินใจ แม้จะเป็นความเห็นของผู้บริหารระดับสูงก็ตาม เพราะเขาเชื่อว่าไอเดียที่ดีที่สุด มักเกิดจากการถกเถียงอย่างสร้างสรรค์
ในองค์กรยุค Platform Economy ผู้นำที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่คนที่ถูกเสมอ แต่คือคนที่สร้างพื้นที่ให้คนอื่นกล้าพูดความจริง และท้าทายวิธีเดิม ๆ ได้อย่างปลอดภัย

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ความสำเร็จของ Netflix แสดงให้เห็นว่า ภาวะผู้นำในยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่การควบคุมทุกการตัดสินใจ แต่อยู่ที่การออกแบบระบบ วัฒนธรรม และความเชื่อใจ ให้คนในองค์กรสามารถสร้างคุณค่าได้ด้วยตัวเอง
5 บทเรียนของ Ted Sarandos ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะกับธุรกิจสื่อหรือสตรีมมิ่งเท่านั้น แต่สามารถนำไปปรับใช้กับกรอบคิดของผู้นำยุคใหม่ที่ต้องบริหารองค์กรท่ามกลางความไม่แน่นอน เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา


อ่านเพิ่มเติม

ที่มาข้อมูล CNBC 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ