"เวลา" เพื่อคนที่รักของ "ธนา คุณารักษ์วงศ์" สู่ "กานเวลา" คราฟต์ช็อกโกแลต รางวัลระดับโลก

Business & Marketing

Corporates & Leadership

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"เวลา" เพื่อคนที่รักของ "ธนา คุณารักษ์วงศ์" สู่ "กานเวลา" คราฟต์ช็อกโกแลต รางวัลระดับโลก

Date Time: 3 พ.ค. 2568 05:23 น.

Summary

“กานเวลา” KAN VELA คราฟต์ช็อกโกแลตที่เกิดขึ้นด้วยจังหวะของชีวิตที่ต้องการ “เวลา” ให้ครอบครัวและคนที่รัก กลายมาเป็นช็อกโกแลตสัญชาติไทยผลิตด้วยหัวใจได้รางวัลระดับโลกมากมาย

Latest

Pavel Durov เจ้าของ Telegram มหาเศรษฐีผู้ท้าทายอำนาจ เพื่อเสรีภาพในโลกดิจิทัล

“กานเวลา” KAN VELA คราฟต์ช็อกโกแลตที่เกิดขึ้นด้วยจังหวะของชีวิตที่ต้องการ “เวลา” ให้ครอบครัวและคนที่รัก กลายมาเป็นช็อกโกแลตสัญชาติไทยผลิตด้วยหัวใจได้รางวัลระดับโลกมากมาย

“ท็อป” ธนา คุณารักษ์วงศ์ วัย 41 ปี จบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร และปริญญาโทการเงินการลงทุน ทั้งที่จริงแล้วเขามุ่งมั่นจะเป็น “นักลงทุนเต็มเวลาในตลาดหุ้น” หลังพ่อให้ทุนเริ่มแรก 3 แสนบาทในการซื้อขายหุ้นตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยปี 1 ในวัย 19 ปี แม้จะเคยได้กำไรงามเป็นหลักล้าน และสุดท้ายหมดตัวจากวิกฤติซับไพรม์ แต่เมื่อเรียนจบปริญญาโท เขาก็กลับมาเป็น “เสือหวน” เข้าสู่วงการตลาดหุ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาเป็นนักลงทุน Full time เต็มตัวตามความฝัน

และด้วยความที่เป็นคนใฝ่รู้ ชอบศึกษาหาข้อมูลด้านการลงทุน ถึงขั้นสั่งซื้อหนังสือ “คัมภีร์” การลงทุนในตลาดหุ้นที่เขียนโดยเหล่าเกจิจากต่างประเทศมาศึกษาด้วยตัวเอง ทำให้เขาสามารถเก็บเกี่ยวทำกำไรในตลาดหุ้นอย่างงดงามในช่วงเวลา 7-8 ปี ของการลงทุน ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 90% ต่อปี หรือหากคิดแบบดอกเบี้ยทบต้นก็สามารถทำกำไรได้ถึง 8,000% แม้เขาจะถ่อมตนว่า เพราะจังหวะที่เขากลับเข้าตลาดรอบนี้เป็นช่วงที่หุ้นกำลังเป็น “ขาขึ้น” กอปรกับเขากำลังมีไฟและสะสมความรู้เต็มพิกัด

"ท็อป" บอกว่า ตอนนั้นผมมีความสุขมาก มองว่าชีวิตกำลัง "ลงตัว" ทั้งเรื่องความเป็นอิสระในชีวิต มีรายได้ที่ดี มีเวลาเป็นของตัวเอง ได้อยู่กับครอบครัวที่กำลังก่อร่างสร้างตัว

จนเมื่อวันนึงที่เขา "เงยหน้า" ออกจากจอคอมพิวเตอร์ เพื่อไปอุ้มและเล่นกับลูกชายวัย 3 ขวบ แต่กลับพบว่าลูกร้องไห้ไม่ให้เขาอุ้ม และนั่นคือจุดเปลี่ยนของชีวิต!! เมื่อผู้เป็นภรรยาแม่ของลูกได้บอกเหตุผลที่ลูกไม่ให้อุ้มว่า น่าจะเพราะที่ผ่านมาเขาไม่มีเวลาให้ลูก แม้ตัวจะอยู่ด้วยตลอด 24 ชั่วโมงแต่ใจไม่ได้อยู่ด้วย ในหัวเขาคิดแต่เรื่องหุ้น เกาะหน้าจอเฝ้าติดตามข่าวสารที่มีผลต่อราคาหุ้นในพอร์ตตลอดเวลา

จุดเปลี่ยนและจังหวะชีวิตนี้เอง ที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตจากที่เคยเป็น และนำมาสู่แวดวงของผลโกโก้ จุดเริ่มต้นของคราฟต์ช็อกโกแลตสัญชาติไทย ที่ได้รางวัลการันตีระดับโลกทุกปี!!

"สิ่งที่เกิดขึ้น มันทำให้ผมสำนึกว่า นี่มันไม่ใช่ชีวิตที่มองหา ไม่ใช่ความสุขของชีวิตที่ต้องการ จึงเริ่มใช้เวลากับลูกมากขึ้น ปลูกผักผลไม้ที่บ้าน ขับรถตระเวนไปเที่ยวตามเรือกสวนไร่นา พบเจอลุงป้าน้าอาเกษตรกรในเชียงใหม่ ทำให้รู้ปัญหาราคาพืชไร่ที่ตกต่ำ จากดีมานด์ซัพพลายและการพึ่งพาฤดูกาล"

แต่ผลโกโก้ที่ใช้ทำช็อกโกแลตที่เพิ่งรู้ว่ามันเป็นพืชเมืองร้อนปลูกได้ในเมืองไทย แถมมีผลผลิตออกลูกได้ทั้งปี และสามารถแปรรูปเป็นเมล็ดโกโก้แห้ง มีอายุถึง 2 ปี เพื่อนำไปทำเป็นช็อกโกแลตได้ ขณะที่ชาติตะวันตก ยุโรปต้นตำรับช็อกโกแลตชื่อดังของโลก ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากเมืองร้อน

เขาเล็งเห็นโอกาส จึงเริ่มสั่งหนังสือจากต่างประเทศมาศึกษาจริงจังอีกครั้ง ตระเวนไปตามที่ต่างๆที่ปลูกโกโก้ จนถึงขั้นลงมือปลูกโกโก้รอบบ้าน และทดลองนำผลมาหมักโดยใช้กรรมวิธีต่างๆก่อนนำมาตากแห้งเป็นวัตถุดิบ

จนกระทั่งเริ่มทำช็อกโกแลตบงบง หรือช็อกโกแลตสอดไส้ โดยมี น้องสาว “นิรมล คุณารักษ์วงศ์” ที่มีหัวศิลปะช่วยกันคิดสร้างสรรค์ไส้ช็อกโกแลต ที่ทำจากขนมไทยที่ขึ้นชื่อว่ามีรสชาติอร่อยอยู่แล้ว และเลือกสิ่งที่สามารถเข้ากับรสชาติของช็อกโกแลตได้ โดยทดลองโพสต์ขายเล่นๆครั้งแรกทางออนไลน์ ในวันวาเลนไทน์ปี 63 ปรากฏว่ามีลูกค้าสั่งแล้วกลับมาสั่งใหม่ในจำนวนที่มากกว่าเดิม เราดีใจกันมากและเห็นว่าน่าจะมาถูกทางแล้ว

จึงตัดสินใจเปิดหน้าร้านขายจริงจังวันที่ 15 พ.ย.63 ซึ่งก่อนเปิดร้านเพียง 2-3 สัปดาห์ ช็อกโกแลตบาร์สอดไส้ของเขาได้รางวัลจากเวทีประกวดช็อกโกแลตของสถาบันระดับโลกอย่าง Academy of Chocolate และ International Chocolate Awards ทำให้การเปิดร้านวันแรกได้การตอบรับดีมาก แม้โควิดเริ่มรุนแรง หลังจากนั้นช็อกโกแลต “กานเวลา” ก็ได้รางวัลจากเวทีระดับโลกทุกปี จนสายการบินไทย นำขึ้นเสิร์ฟให้ผู้โดยสารชั้นเฟิสต์คลาสและชั้นธุรกิจ นอกจากขายปลีกที่หน้าร้านแล้ว ยังวางขายในคิง เพาเวอร์ โรงแรมชั้นนำต่างๆ และท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต

ปัจจุบันช็อกโกแลต “กานเวลา” มีมากกว่า 30 รสชาติ เช่น ฝรั่งพริกเกลือ ตะโก้เผือก คาราเมลชามะขาม สังขยาใบเตยมะพร้าวคั่ว มะพร้าวพุดดิ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น ราคาขายตั้งแต่ก้อนละ 50 บาท โดยมีน้องสาวเป็นคีย์หลักในการพัฒนาสินค้า มียอดขายเติบโตทุกปี จนถึงวันนี้ เข้าสู่ปีที่ 5 โดยปี 63 ปีแรกที่เปิดเพียง 2 เดือนมียอดขาย 2 ล้าน, ปี 64 ยอดขาย 6 ล้าน, ปี 65 ยอดขาย 12 ล้าน, ปี 66 ยอดขาย 24 ล้าน, ปี 67 ยอดขาย 47 ล้าน ส่วนปีนี้ 68 ยอดขายยังเติบโตได้ดี

เมื่อถามว่า อะไรคือจุดขายที่ทำให้ “กานเวลา” ประสบความสำเร็จมาถึงวันนี้ เขาบอกว่าเพราะการทุ่มเทลงมือทำด้วยหัวใจ คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยม พิถีพิถัน ประณีตทุกขั้นตอน ลองผิดลองถูกเพื่อให้ได้ช็อกโกแลตที่คุณภาพดี รสชาติดี ในราคาเหมาะสม ทำให้ลูกค้ากินแล้วมีความสุข และไม่ลืมที่จะซื้อไปให้คนที่รักได้กินด้วย เหมือนการส่งต่อความรัก อยากให้คนรักช็อกโกแลตไทยนึกถึง “กานเวลา” และเมื่อนึกถึงกานเวลา อยากให้นึกถึงช็อกโกแลตที่กินแล้วมีความสุข “ช็อกโกแลตที่เป็นซิกเนเจอร์ในแบบของกานเวลา ที่ผสมผสานกับขนมไทยนี้ ถือว่าเป็นสื่อกลางที่เชื่อมต่อถึงคนทั่วโลก เพราะช็อกโกแลตมีความเป็นสากลที่ใครก็รู้จัก”

ส่วนชื่อ “กานเวลา” นอกจากคำว่า “กาน” จะพ้องกับชื่อของลูกชายและภรรยาเขาแล้ว ยังย้ำเตือนว่า เราต้องไม่หลงลืมที่จะให้ “เวลา” กับคนรัก ครอบครัว เพื่อน พ่อแม่ คนรอบตัวเรา

สำหรับ Business on my way ของเขานั้น ต้องทำธุรกิจโดยไม่เอาเปรียบใคร ให้พนักงานที่ทำงานกับเรา รวมทั้งเกษตรกรที่ปลูกโกโก้ให้เรามีความมั่นคง สบายใจและเติบโตไปพร้อมกับเรา ซึ่งจะทำให้ซัพพลายเชนยั่งยืน ซื้อสินค้าจากเกษตรกรในราคาเหมาะสม เราอยู่ได้เขาอยู่ได้ สิ่งนี้จึงทำให้เรามีทีมงานหลังบ้านที่มีศักยภาพ และเติบโตมาได้อย่างดีจนถึงวันนี้!


เลดี้แจน

คลิกอ่านคอลัมน์ "Business On My Way" เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ