สลัดภาพ “อยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือน” เพราะ “ผู้หญิง” เป็นได้มากกว่ากรอบที่สังคมขีดไว้

Business & Marketing

Corporates & Leadership

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สลัดภาพ “อยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือน” เพราะ “ผู้หญิง” เป็นได้มากกว่ากรอบที่สังคมขีดไว้

Date Time: 6 มี.ค. 2567 11:11 น.

Video

ชีวิตนี้ผมจะไม่เป็นหนี้! “หมอสอง” กับก้าวใหม่ในวันที่เป็นคุณพ่อ l Money Secret EP.15

Summary

"ผู้หญิง" เป็นอะไรได้บ้าง? คำถามนำมาซึ่งแง่คิด มุมมอง ที่หลากหลาย แต่ทว่าที่ผ่านมาผู้หญิงได้พิสูจน์แล้วว่า "เธอ" เป็นได้มากกว่ากรอบที่สังคมขีดไว้ ในครั้งนี้เราจะชวนทุกคนไปมีส่วนร่วมกับ “Let’s Inspire Inclusion ให้ผู้หญิง [พร้อม] เป็นผู้ขับเคลื่อนอย่างแท้จริง” ในแคมเปญ SHEPOSSIBLE ด้วยเป้าหมายที่อยากจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิง เป็นส่วนหนึ่งในสังคมอย่างแท้จริง

Latest


ทำไมเธอต้องเป็นแบบนั้น ทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้

จะมีสักครั้งนึงมั้ย หากเราจะเป็นอะไรได้ตามใจที่ตัวเองอยากจะเป็น? 

หลายต่อหลายยุคกว่าจะมี “ความเท่าเทียมทางเพศ” เฉกเช่นทุกวันนี้ คุณคิดว่าสังคมตื่นรู้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากเอ่ยถึงภาพจำของ “ผู้หญิง” ในวาระที่ผ่านมา คงจะยืนอยู่ในตำแหน่งที่เรียกว่า “ช้างเท้าหลัง” หรือ “ผู้อยู่หลังบ้าน” แต่รู้หรือไม่ว่าคำเหล่านั้นนับเป็น “มายาคติสุดล้าหลัง” ที่ต้องการจะยัดเยียด และคาดหวังให้ผู้หญิงต้องอยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือน เก่งงานบ้าน  และยอมศิโรราบให้กับผู้เป็น “สามี” เพียงเท่านั้น 

แหวกม่านเรื่อง “เพศ” ในเมื่อผู้หญิงก็ทำได้ ‘ดี’ ไม่ต่างจาก “ผู้ชาย” 

แต่ในยุคนี้ศตวรรษที่ 21 ความคิดที่ว่า ‘ผู้ชายควรปกป้องผู้หญิง’ หรือ ‘ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ’ คงจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะมีหลายคนเริ่มที่จะปลดแอกตัวเอง พร้อมกับก้าวออกมายืนในจุดที่ “ทัดเทียม” และสามารถขึ้นมาสู่ผู้ที่มีบทบาทมากขึ้นทั้ง ผู้นำประเทศ ผู้นำทางความคิด ซีอีโอ นักการเมือง เช่นเดียวกับผู้ชาย เรียกได้ว่าเป็น Power of Girl อย่างแท้จริง

เห็นได้จากการทลายกรอบของ “ผู้หญิง” ที่จะต้องยอมจำนน และไม่สู้คน สู่บทบาทของตัวละครในซีรีส์เกาหลี ที่เรืองไปด้วยอำนาจ และความฉลาดปราดเปรื่อง ประสบผลสำเร็จ จนสามารถลบภาพจำใน “กล่องของเพศ” ที่จะต้องจิ้มว่า "เธอคือเพศนั้น ฉันคือเพศนี้" ด้วยสิทธิที่เท่าเทียมกันในทุกบทบาท ที่ “ผู้หญิง” จะกำหนดความสามารถของตัวเอง ได้ไม่ใช่ให้สังคมเป็นผู้กำหนด

ไม่ว่าจะเป็น ราชินีผู้ฉลาดปราดเปรื่อง (Under the Queen’s Umbrella), Extraordinary Attorney Woo อูยองอู ทนายอัจฉริยะที่ไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติกสเปกตรัม

ดังนั้นเนื่องในเดือนมีนาคม ที่ถือเป็นเดือนของ “วันสตรีสากล” Mirror สื่อเพื่อผู้หญิง ในเครือไทยรัฐออนไลน์ จึงได้จัดงานเสวนาเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวันสตรีสากลภายใต้แนวคิด “Let’s Inspire Inclusion ให้ผู้หญิง [พร้อม] เป็นผู้ขับเคลื่อนอย่างแท้จริง” ในแคมเปญ SHEPOSSIBLE ด้วยเป้าหมายที่อยากจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงโดยได้ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล

ภายในงาน ได้มีการจัดเวทีเสวนา เพื่อสื่อสารและสร้างพลังในมิติสำคัญต่างๆ ให้กับผู้หญิงทุกคนผ่านตัวแทนจากหลายวงการที่มาร่วมพูดคุย เพื่อยกระดับความเท่าเทียมทางเพศตั้งแต่ระดับจิตใจไปจนถึงภาคธุรกิจ

ในครานี้ #Thairath Money ได้หยิบยกตอนสำคัญของ Session 3 : ECONOMIC EMPOWERMENT โดย โอ๊ต-ณัฐธีรา บุญศรี จาก Central Department Store ทายาทรุ่น 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงรีเทลมาเกือบ 20 ปี เนื่องจากเราเห็นซีอีโอ ซีเอฟโอ ที่เป็นผู้หญิงเยอะขึ้นต่างจากเมื่อก่อน คุณโอ๊ตผู้เป็นทั้ง ผู้บริหาร ภรรยา และเป็นแม่ ได้เผยมุมมองให้ฟังว่า เพราะเพศหญิงเป็นเพศแม่ ฉะนั้นเป็นจุดแข็งที่มีความ Caring ใส่ใจสุขภาพของทีม ทำให้คนทำงานด้วยรู้สึกมีความสุข 

ซึ่งเธอมีความเชื่อมั่นตั้งแต่เด็กว่าผู้หญิงกับผู้ชายมีความสามารถเท่าเทียมกัน อยู่ที่การจะสร้างโอกาสในการพัฒนา และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วยตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน และก็มองว่า “เรามีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าผู้ชาย” รวมทั้งในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลมีพนักงานหญิงกว่า 67% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ความเสมอภาคที่เท่าเทียมกันทุกเพศ 

ไม่มีบทบาทไหนที่จะ “จำกัด” ขีดความสามารถของ “ผู้หญิง” ได้

ส่วนประเด็นที่ว่า สังคมไทยควรสนับสนุนให้ผู้หญิงได้ก้าวมาสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือไม่นั้น เธอมองว่า ควรที่สนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะไทยมีประชากรหญิงมากกว่า 50% ดังนั้นการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งต้องผลักดันทุกๆ เพศในทุกๆ สาขาอาชีพ เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตไปได้อย่างมั่นคง

ขณะที่ศักยภาพของ “ผู้หญิง” ที่โดดเด่นในแง่ที่จับต้องได้จากการทำงาน เธอมองว่าคือ  1.ความละเอียด  2.ความประนีประนอม และ 3.ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น

นอกจากนี้ภาพรวมในแง่ของเศรษฐกิจไทยกับความเป็นผู้หญิงในสังคมไทย ณัฐธีรา เล่าให้เราฟังพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ว่า “จากสถิติปัจจุบันไทยมีซีอีโอหญิง 24% สูงมากเมื่อเทียบกับในเอเชียที่มีเพียง 15% ซึ่งไทยถือว่าเปิดกว้างอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องเพศ ก็นับเป็นข้อดี แต่อย่างไรก็ตามยังมีโอกาสที่จะพัฒนาได้อีกมาก อยากให้มาถึงวันที่จะมีซีอีโอผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วน 50:50 เท่ากัน เซ็นทรัลจึงประกาศตัวที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมควบคู่ไปกับด้านเศรษฐกิจ เพราะเชื่อว่าผู้หญิงสามารถทำทุกบทบาท ทำได้ทุกอย่างเท่าที่เราอยากจะทำ ดังนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันทั้งในแง่ของโอกาสด้านการศึกษา ความทัดเทียมการงาน และอาชีพ”

จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราในฐานะ “ผู้หญิง” เป็นได้ทุกบทบาท และทำได้ทุกบทบาทจริงๆ โดยอาจจะเริ่มจากอันดับแรกคือ ต้องมีความมั่นใจในตัวเองก่อน ต่อมาคือต้องมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน คว้าโอกาสด้วยตัวเองทั้งโอกาสในการเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง พร้อมกับดูว่าเป้าหมายของเราคืออะไร เราจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร เรามองว่าสิ่งสำคัญคืออะไรอย่าง การเงิน ครอบครัว ลูก และสุขภาพ และสุดท้ายคือทั้งหมดต้องการบริหารจัดการ ลำดับทุกอย่างในชีวิต บลานซ์ให้ดี แบ่งเวลาให้ได้ ซึ่งจะนำไปสู่ “เป้าหมาย” ที่วางไว้ 

ท้ายที่สุดนี้ “ผู้หญิง” ทุกคนต้องศรัทธาในความเชื่อว่าเราทำได้ และสนับสนุนผู้หญิงด้วยกัน เช่นนั้นเราจะกลายเป็นพลังที่แข็งแกร่ง พร้อมกับร่วมขับเคลื่อนและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงอีกหลายต่อหลายคนได้เป็นอย่างดี และ “ไม่มีอะไรที่ขีดจำกัดความสามารถ” ไม่มีอะไรที่ผู้หญิงจะทำไม่ได้ในทุกบทบาท ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า #SHEPOSSIBLE นั่นเอง

ติดตามข้อมูลข่าวสารด้านการตลาด กับ ThairathMoney ได้ที่ 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ