
'เอคเซนเชอร์' บริษัทที่ปรึกษาองค์กรธุรกิจระดับโลก บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญในการเข้าซื้อกิจการ 'แรบบิทส์ เทล' Rabbit’s Tale ครีเอทีฟและ DCX (digital customer experience) เอเจนซี่โฆษณาอันดับต้นของไทย เสริมขีดความสามารถด้านครีเอทีฟ แบรนด์ และดาต้าในประเทศไทย และระดับภูมิภาคของ Accenture Song ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจครีเอทีฟที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านครีเอทีฟ แบรนด์ และดาต้าของ Accenture Song ในประเทศไทย และระดับภูมิภาค เพื่อก้าวทันไปกับการปรับเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายโฆษณาดิจิทัลเพื่อสร้างความแตกต่าง และโดดเด่นให้กับแบรนด์ พร้อมดึงลูกค้าให้เข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในสามตลาดหลักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เอคเซนเชอร์ให้ความสำคัญ เป็นตลาดที่มียอดค่าใช้จ่ายโฆษณาดิจิทัลเพิ่มขึ้น 9.12% จากปี 2564 เป็น 3,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2565
นายสุนาถ ธนสารอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แรบบิทส์ เทล จํากัด เปิดเผยว่า บริษัทตื่นเต้นยินดีกับบทใหม่ในการเติบโตไปกับ Accenture Song ซึ่งถือเป็นผู้นําอุตสาหกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวนำ พร้อมกับการมีข้อมูลและเทคโนโลยีรองรับ และมีบทบาทในการช่วยธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ยกระดับ และวางมาตรฐานใหม่ขึ้นมา
โทมัส มูริตเซน ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Accenture Song เปิดเผยว่า แรบบิทส์ เทล จะเป็นอาวุธสำคัญในการเสริมศักยภาพของ Accenture Song ในระดับภูมิภาค นำมาซึ่งความเป็นเลิศในตลาด และกลยุทธ์ธุรกิจ การนำพลังของข้อมูล นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฟลาวิอาโน ฟาเลย์โร ประธานกลุ่มธุรกิจ Growth Markets ของ Accenture Song กล่าวว่า ขีดความสามารถของแรบบิทส์ เทลในด้านครีเอทีฟ และ DCX (digital customer experience) จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้บริษัทสามารถพัฒนาและปรับสเกลโซลูชันด้านครีเอทีฟ และ DCX ในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงได้ และจะช่วยเสริมศักยภาพความเป็นเลิศในตลาดของ Accenture Song ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น สามารถดำเนินกลยุทธ์ที่เน้นการตอบโจทย์ชีวิต (life-centric approach) เพื่อเข้าถึงลูกค้าของบริษัทได้มากยิ่งขึ้น เท่าทันความต้องการ และการจัดลำดับความสําคัญของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ต่อยอดให้เกิดการเติบโตในระยะยาว ยกระดับแบรนด์ให้โดดเด่น และรู้ใจผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งตัวแบรนด์ ผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ
ด้านนางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเอคเซนเชอร์ ประเทศไทย ในการสนับสนุนธุรกิจไทยและส่งเสริมผู้เชี่ยวชาญในประเทศให้สามารถสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่มีความหมาย และเฉพาะบุคคลในเชิงลึก ตอบสนองความต้องการและความชอบที่เฉพาะเจาะจงของตลาดในประเทศ
“บุคลากรที่มากความสามารถ และความเชี่ยวชาญของแรบบิทส์ เทล จะช่วยเสริมแกร่งให้กับเอคเซนเชอร์ในตลาดไทย ทำให้บริษัทมีความพร้อมที่จะสนับสนุนภาคเอกชนของไทยให้เติบโต จะแรงผลักดันให้ไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัลในภูมิภาคนี้ได้ในที่สุด”
โดย แรบบิทส์ เทล ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 นำเสนอโซลูชัน DCX (digital customer experience) ตั้งแต่ประสบการณ์ค้าปลีก การบริหารจัดการด้านลูกค้าสัมพันธ์ และโปรแกรมสร้างความภักดี การตลาดเชิงลึกเฉพาะบุคคล (hyper-personalized marketing) ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ และการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล
มีบทบาทขับเคลื่อนดิจิทัลคอนเทนต์ และใช้ข้อมูลในการสร้างประสบการณ์ (data-driven experiences) ที่มาพร้อมกับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ทรงพลัง โดยมีผลงานการพัฒนาแบรนด์ดังที่ทรงอิทธิพลระดับโลก ครอบคลุมกลุ่มสินค้า และบริการด้านอุปโภคบริโภค ยานยนต์ การสื่อสารและมีเดีย บริการทางการเงิน และธุรกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี ได้แก่ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า กลุ่มซีพี อายิโนะโมะโต๊ะ ดอยคำ GQ Apparel อีเลคโทรลักซ์ นีโอ คอร์ปอเรท และ ธนาคารไทยพาณิชย์
ทีมงานของแรบบิทส์ เทล ซึ่งประกอบด้วยพนักงานราว 120 คน ในกลุ่มธุรกิจ Advertising, Data & Interactive และ Customer Experience (CX) จะเข้ามาร่วมงานกับ Accenture Song ในประเทศไทย ต่อยอดขีดความสามารถระดับโลกของเอคเซนเชอร์ในด้านกลยุทธ์ การออกแบบ ประสิทธิภาพ เทคโนโลยี และการดำเนินงานในโครงการขนาดใหญ่
โดยข้อตกลงกับแรบบิทส์ เทล นับเป็นการเข้าซื้อกิจการครั้งที่สามของ Accenture Song ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่ได้เข้าซื้อ Romp และ Entropia เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการช่วยให้ลูกค้าเติบโต พัฒนานวัตกรรม และรักษาบทบาทที่สำคัญในตลาดเอาไว้ได้ สำหรับการเข้าซื้อกิจการอื่นๆ ในระดับโลก ได้แก่ ConcentricLife, Fiftyfive5 และ The Stable
บริษัท Zero Publishing และบริษัท Rabbit’s Tale Public Relations มิได้อยู่ในธุรกรรมการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ และจะดําเนินธุรกิจโดยอิสระต่อไป โดยบริษัท Rabbit’s Tale Public Relations จะรีแบรนด์ใหม่ในชื่อบริษัท Moonshot Digital
ทั้งนี้ยังมิได้มีการเปิดเผยข้อกำหนดต่างๆ ในธุรกรรม การเข้าซื้อกิจการจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการปิดธุรกรรมตามที่ได้ตกลงกัน.