“GPSC” ท็อปทรีผู้ผลิตไฟฟ้าอาเซียน

Business & Marketing

Corporates & Leadership

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“GPSC” ท็อปทรีผู้ผลิตไฟฟ้าอาเซียน

Date Time: 5 ก.ย. 2566 05:30 น.

Summary

Latest

การเดินทางของ "ซีพี" สู่เทคคัมปะนี ศูนย์ CP COE ทรานส์ฟอร์มธุรกิจจาก "ขนาด" สู่ "ปัญญา"

หลังจากรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็น “กลางทางคาร์บอน” (Carbon Neutrality) ภายใน ค.ศ.2050 (พ.ศ.2593) และ “ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” (Net Zero) ภายใน ค.ศ.2065 (พ.ศ.2608)

เพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทางจากการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 26 (COP26) เมื่อปี 2564

ส่งผลให้ภาคเอกชนไทยต่างหันมากำหนดเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องเป้าหมายดังกล่าวของรัฐบาล บริษัทในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ก็เช่นกัน อย่าง บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GRSC) แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และสาธารณูปโภคต่างๆของกลุ่ม ปตท.

ตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2603 เร็วกว่าเป้าหมายรัฐบาล!!

และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว GRSC ได้กำหนดทิศทางในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตรวม และมองหาพันธมิตรใหม่ๆในต่างประเทศที่มีศักยภาพ

“นางรสยา เธียรวรรณ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจ GRSC ระบุว่า บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนเป็น 15 กิกะวัตต์ หรือ 15,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 จากเดิมกำหนด 12 กิกะวัตต์ ถ้าทำสำเร็จ บริษัทจะมีสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ของกำลังการผลิตรวม จากปัจจุบันที่ 45% หรือ 3,629 เมกะวัตต์

สำหรับการที่ GRSC ถือหุ้นใน “บริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท จำกัด” ของกลุ่มอวาด้า (AVAADA) ผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของอินเดีย สัดส่วน 42.93% ด้วยเงินลงทุน 779 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2564 จะช่วยสนับสนุนให้กำลังผลิตพลังงานสะอาดของ GPSC บรรลุเป้าหมายได้

เนื่องจากรัฐบาลอินเดียกำหนดแผนงานด้านพลังงานหมุนเวียนไว้อย่างชัดเจน และประกาศ “วาระแห่งชาติ” ให้มีการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยต้องการให้พลังงานสะอาดเป็นพลังงานหลักของประเทศในระยะยาว เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2613

นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังตั้งเป้าหมายผลิตพลังงานโดยไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล 500 กิกะวัตต์ ในส่วนนี้เป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 280 กิกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายผลิตพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน 50% ในปี 2573

จากการดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ปี 2565 อินเดียมีกำลังการผลิตติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สูงสุดเป็นอันดับ 5 ของโลก และมีกำลังการผลิตติดตั้งพลังงานลมสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก

ประกอบกับอินเดียมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อประชากร 1.2 เมกะวัตต์ชั่วโมง เมื่อเทียบกับปริมาณเฉลี่ยของประชากรโลกที่ 3.4 เมกะวัตต์ชั่วโมง

ดังนั้น การผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของอินเดีย ยังขยายตัวได้อีกมาก และมีส่วนสำคัญสนับสนุนการเติบโตของ GPSC จึงได้วางอินเดียเป็น “บ้านหลังที่ 2” ของ GPSC!!

สำหรับปี 2566 อวาด้าชนะการประมูลโครงการเสนอราคาการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้โครงการเงินอุดหนุน
เพื่อการผลิต สำหรับผลิตแผ่นเวเฟอร์ โซลาร์เซลล์ และโมดูล อีกทั้งยังชนะประมูลการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 2.5 กิกะวัตต์ ส่งผลให้ปัจจุบัน อวาด้ามีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 7 กิกะวัตต์

ขณะเดียวกัน บริษัท Brookfield Renewable จากแคนาดา ได้เข้าร่วมทุนในกลุ่มอวาด้า มากกว่า 1,000 ล้านเหรียญ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไฮโดรเจน/แอมโมเนีย ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลังจากรัฐบาลอินเดียวางเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตกรีนไฮโดรเจน 5 ล้านตันต่อปี

นอกจากอินเดีย GPSC ยังลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งในไต้หวัน ขนาดกำลังการผลิตรวม 595 เมกะวัตต์ ด้วยสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี กับบริษัท Taiwan Power Company เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ GPSC อีก 149 เมกะวัตต์ และมองหาการลงทุนพลังงานสะอาดในอีกหลายประเทศ เช่น จีน ออสเตรเลีย สหรัฐฯ ยุโรป ส่วนเวียดนามที่ศึกษาความเป็นไปได้นานถึง 4 ปี ต้องพับแผน เพราะหาพันธมิตรที่ดีไม่ได้

“มั่นใจว่าทิศทางการเติบโตของธุรกิจจะเป็นไปตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานเพื่อความยั่งยืน และ GPSC จะก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทนวัตกรรมผู้ผลิตไฟฟ้าใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรกของอาเซียนได้แน่นอน” นางรสยากล่าวทิ้งท้าย.

สิริวรรณ พงษ์ไพโรจน์

คลิกอ่านคอลัมน์ "THE ISSUES" เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ