
อสังหาฯ พัทยา หลังพ้นเงาซบเซายุคโควิด สู่หมุดหมายใหม่ระดับโลก รับกระแสเวลเนสบูมและดีมานด์วัยเกษียณ ลูนิค เรียลเอสเตท ปั้นโปรเจกต์ยักษ์ 4.8 พันล้าน ดึง รพ.กรุงเทพ ดัน“จอมเทียนสู่บ้านหลังสอง
ตัวเลขทางเศรษฐกิจจาก Global Wellness Institute ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า ปัจจุบัน ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “สุขภาวะ” ของทั่วโลกไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่กลายเป็นเมกะเทรนด์ที่มีมูลค่ามหาศาลและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาวะ หรือ Wellness Real Estate มีมูลค่าสูงถึง 8.76 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะทะยานแตะ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเฉลี่ยปีละ 15% โดยมีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครองแชมป์ตลาดใหญ่ที่สุดของโลก
สำหรับประเทศไทยนั้น ตัวเลขเศรษฐกิจเวลเนส อยู่ที่ 4.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ก็เติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 36.4% มีมูลค่าราว 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นกัน ทำให้ประเทศไทย ติดอันดับ 15 ของโลก
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลขอัปเดตล่าสุดของอัตราการเติบโตของตลาดอสังหาฯ สุขภาพในไทยยังพุ่งแตะ 22.9% ตามหลังผู้นำตลาดเมืองอย่างสิงคโปร์ (28.0%) มาติดๆ
ซึ่งดัชนีเหล่านี้กำลังจุดประกายให้เมืองตากอากาศชั้นนำ อย่าง “พัทยา” ในภาคอสังหาฯ เริ่มเปลี่ยนทิศทางด้วยเช่นกัน
หากย้อน ทำเล “พัทยา” ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดคอนโดฯเคยตกอยู่ในภาวะซบเซาอย่างหนักจากพิษโควิด-19 และการหายไปของกลุ่มทุนและนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเคยเป็นผู้ซื้อหลักในกลุ่มนักลงทุนระยะสั้น การพึ่งพาดีมานด์ข้ามชาติกลุ่มเดียวทำให้เมื่อเกิดวิกฤต ตลาดจึงหยุดชะงักลงแทบจะทันที
อย่างไรก็ตาม หลังวิกฤตกลับเผยให้เห็นการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ซื้อใหม่จากกลุ่มผู้พัฒนาโครงการ ที่ไม่ต้องการให้ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยนักท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น แต่แทนที่ด้วยกลุ่ม “ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง” (Real Demand) ทั้งชาวไทยที่มีกำลังซื้อสูงจากกรุงเทพฯ ที่มองหาบ้านหลังที่สอง (Second Home)
ข้าราชการหรือผู้บริหารวัยเตรียมเกษียณ รวมถึงกลุ่มเอ็กซ์แพตยุโรป สหรัฐอเมริกา และกลุ่มผู้บริหาร-วิศวกรชาวญี่ปุ่นที่ทำงานอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งต้องการพื้นที่พักผ่อนคุณภาพที่เดินทางสะดวก ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 2 ชั่วโมง
พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการคอนโดมิเนียมสไตล์ตากอากาศทั่วไป แต่กำลังมองหาพื้นที่รองรับการใช้ชีวิตระยะยาว (Long-Stay) ในคอนเซ็ปต์ Active Ageing ที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการดูแลสุขภาพไปพร้อมกันด้วย
ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นในย่าน “หาดจอมเทียน” ชายหาดยาวกว่า 6 กิโลเมตรที่ในอดีตเคยถูกมองว่าเป็นเพียงทำเลรองจากพัทยาเหนือและพัทยากลาง แต่ปัจจุบัน บรรยากาศที่เงียบสงบ และความเป็นธรรมชาติ กลับกลายเป็นแต้มต่อสำคัญในการดึงดูดผู้พักอาศัยระยะยาว
ปัจจัยดังกล่าว ผลักดันให้จอมเทียน กำลังถูกยกระดับจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางในวันหยุด สู่การปักหมุดเป็น Global Wellness Residence Destination
สัญญาณการกลับมาเปิดโครงการขนาดใหญ่ในรอบนี้ สะท้อนจากความเคลื่อนไหวของ บริษัท ลูนิค เรียลเอสเตท จำกัด (Lunique Real Estate) ประกาศเปิดตัวโครงการเรือธง Lucean Bay Jomtien Pattaya (ลูเชี่ยน เบย์ จอมเทียน พัทยา) คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีเพื่อสุขภาวะแห่งแรกในย่านจอมเทียน ด้วยมูลค่าโครงการสูงถึง 4,800 ล้านบาท
โครงการนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ด้วยความสูง 60 ชั้น (211 เมตร) จำนวน 588 ยูนิต ตั้งอยู่บนถนนจอมเทียนสาย 2 ห่างจากชายหาดเพียง 200 เมตร พร้อมเปิดรับวิวทะเลทุกยูนิตในราคาเริ่มต้นราว 3.9 ล้านบาท ซึ่งผ่านการอนุมัติรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว
ความน่าสนใจของบิ๊กโปรเจกต์นี้ คือการตีโจทย์คำว่า "เวลเนส" ใหม่ โดยไม่ได้มองแค่การใส่สปาหรือห้องออกกำลังกาย แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศน์ของการใช้ชีวิต (Whole-Life Ecosystem) ด้วยพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสุขภาวะกว่า 4,000 ตารางเมตร ครอบคลุมฟังก์ชันตั้งแต่สระว่ายน้ำระบบกรองน้ำ, ออนเซ็นแยกชาย-หญิง, ห้องซาวน่าเกลือหิมาลายัน, สตูดิโอพิลาทิส-โยคะ ไปจนถึงการเป็นโครงการ Pet-friendly ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างสมบูรณ์แบบ
หัวใจสำคัญ คือ การจับมือกับพันธมิตรทางการแพทย์ อย่าง โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา มอบสิทธิประโยชน์และการดูแลสุขภาพให้เจ้าของห้องชุดทุกยูนิตต่อเนื่องนานถึง 5 ปี ครอบคลุมการตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนลดการรักษา บริการรถพยาบาลฉุกเฉิน และบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์พร้อมจัดส่งยาสำหรับยูนิตขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความอุ่นใจ (Peace of Mind) ให้แก่ผู้อยู่อาศัยและครอบครัว
การปรับตัวของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้สะท้อนมุมมองที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดย “อุรดี กุลกีรติยุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลูนิค เรียลเอสเตท จำกัด ชี้ให้เห็นถึงแก่นแท้ของความต้องการในตลาดระดับบนว่า การมีชีวิตที่ยืนยาวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราว แต่สิ่งที่คนต้องการจริงๆ คือการมีชีวิตที่ดีขึ้น ชีวิตไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนปีให้อายุยืนยาวขึ้น แต่คือการเพิ่มคุณค่าและชีวิตชีวาให้ในทุกๆ ปี
ผู้บริหารยังระบุว่า มองเห็นศักยภาพของจอมเทียนในฐานะย่านที่อยู่อาศัยคุณภาพเพื่อชีวิตที่ดีในระยะยาว เพราะกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมายของ Lucean Bay คือผู้ที่มองหาบ้านที่มอบชีวิตที่ดี โดยหาดจอมเทียนเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการจัดทริปพักผ่อนของครอบครัวคนไทยมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ เรายังพร้อมรองรับดีมานด์จากผู้ซื้อจากยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ที่ให้ความสำคัญกับ Wellness Living ผู้ซื้อกลุ่มนี้ตั้งใจซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และต้องการโครงการที่รังสรรค์คอมมูนิตี้และมีอีโคซิสเต็มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์จริง ๆ
“พฤติกรรมลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาซื้อในโซนจอมเทียน ต่างจากโซนพัทยากลางหรือวงศ์อมาตย์ เพราะกลุ่มนี้ไม่ได้ซื้อเพื่อมาอยู่ทันที แต่ซื้อเป็น Future Home สำหรับการเกษียณ ลูกค้ากลุ่มนี้มี อายุเฉลี่ยประมาณ 45 ปีขึ้นไป กำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวเกษียณในอีก 5-6 ปีข้างหน้า”
“สำหรับชาวต่างชาติ ทั้งกลุ่มยุโรป ญี่ปุ่น หรือกลุ่มตะวันออกกลาง (UAE) การเข้าถึงการรักษาพยาบาลในต่างแดนเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากและสร้างความกังวล ทำให้โครงการนี้มีจุดเด่นชัดเจน ”
การเคลื่อนไหวของลูนิค เรียลเอสเตท และทิศทางของตลาดในขณะนี้ ชี้ให้เห็นบททดสอบสำคัญของเมืองพัทยา ว่าบทต่อไปไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าเมืองในแต่ละสัปดาห์ หากแต่วัดกันที่ความสามารถในการดึงดูดผู้คนทั่วโลกให้เลือกที่นี่เป็นบ้าน เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว.
อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney