DKSH ครบ 120 ปีในไทย ดูแลกว่า 840 แบรนด์ เดินหน้าธุรกิจ 4 กลุ่ม

Business

Business Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

DKSH ครบ 120 ปีในไทย ดูแลกว่า 840 แบรนด์ เดินหน้าธุรกิจ 4 กลุ่ม

Date Time: 8 พ.ย. 2569 07:45 น.

Video

ความลับการลงทุนที่ตกผลึกจาก "คนเฝ้ามองตลาด" กับ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ l Money Secret EP.22

“Summary“

DKSH เผยไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มทั่วโลก ปัจจุบันมีพนักงานและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเกือบ 7,000 คน ดูแลแบรนด์คู่ค้า และซัพพลายเออร์กว่า 840 แบรนด์ ครอบคลุมจุดจำหน่ายมากกว่า 135,000 แห่ง เดินหน้าขยายธุรกิจ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่สินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ วัตถุดิบอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี พร้อมยกระดับบริการด้านการตลาดการขาย และระบบซัพพลายเชน ตั้งเป้าปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

Latest


นางสาวภรณี ดาลิลีโอ หัวหน้าคณะผู้บริหารและรองประธานฝ่ายการเงิน บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีจุดเริ่มต้นการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2449 ภายใต้ชื่อดีทแฮล์ม จากพนักงานเพียง 6 คน ปัจจุบันมีพนักงานและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเกือบ 7,000 คน ดูแลแบรนด์คู่ค้าและซัพพลายเออร์กว่า 840 แบรนด์ ผ่านเครือข่ายและบริการจนมีบทบาทเป็นพันธมิตรด้านการขยายตลาด หรือ Market Expansion Services ให้แก่แบรนด์ไทยและต่างประเทศ

บริการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ วิเคราะห์ข้อมูลตลาด การตลาด การขาย และบริหารหน้าร้าน ไปจนถึงโลจิสติกส์ คลังสินค้า การกระจายสินค้า และบริการหลังการขาย เพื่อสนับสนุนการนำสินค้าและบริการเข้าสู่ตลาด ตลอดจนขยายการเข้าถึงลูกค้าในช่องทางต่าง ๆ


สินค้าอุปโภคบริโภคเข้าถึงกว่า 1.35 แสนจุด

สำหรับธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทกระจายสินค้าไปยังจุดจำหน่ายกว่า 120,000 แห่งทั่วประเทศ ผ่านทีมขายและการตลาดภาคสนามกว่า 2,000 คน ครอบคลุมตั้งแต่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ไปจนถึงร้านค้าชุมชน โดยให้บริการทั้งการขาย การตลาด การบริหารหน้าร้าน และการกระจายสินค้า

ภรณี ดาลิลีโอ หัวหน้าคณะผู้บริหารและรองประธานฝ่ายการเงิน บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด
ภรณี ดาลิลีโอ หัวหน้าคณะผู้บริหารและรองประธานฝ่ายการเงิน บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด


นอกจากนี้ ยังขยายบริการคลังสินค้าและการจัดส่งสำหรับอีคอมเมิร์ซ รองรับทั้งการให้บริการระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ หรือ B2B และระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค หรือ B2C เพื่อสนับสนุนแบรนด์คู่ค้าในการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ควบคู่กับเครือข่ายค้าปลีก


สุขภาพดูแลกว่า 3.5 หมื่นรายการ ครอบคลุม 77 จังหวัด

ส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ดูแลการกระจายสินค้ากว่า 35,000 รายการ ไปยังโรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยากว่า 40,000 แห่งใน 77 จังหวัด ครอบคลุมยาและเครื่องมือแพทย์ที่ต้องอาศัยระบบจัดเก็บและขนส่งตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์

บริษัทใช้ระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ หรือ Cold Chain ควบคู่กับเทคโนโลยีบริหารคลังสินค้าอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนการจัดเก็บและกระจายผลิตภัณฑ์สุขภาพ รวมถึงรองรับการจัดส่งที่ต้องการความรวดเร็ว


ใช้ศูนย์นวัตกรรมพัฒนาสูตร–เทคโนโลยีสนับสนุนโรงงาน

ขณะที่ธุรกิจวัตถุดิบอุตสาหกรรม ทำงานร่วมกับผู้ผลิตกว่า 1,500 ราย ผ่านศูนย์นวัตกรรม 8 แห่งในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยา เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีบทบาทตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์


ด้านธุรกิจเทคโนโลยี จัดหาเครื่องมือตรวจวัดและวิเคราะห์ให้แก่โรงงานผลิตอาหารกว่า 900 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงสนับสนุนเทคโนโลยีด้านการแพทย์ การวิจัยและพัฒนายาและวัคซีน ตลอดจนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมบริการหลังการขาย


พัฒนาซัพพลายเชน เพิ่มโซลาร์–รถขนส่งไฟฟ้า

นางสาวภรณีกล่าวว่า การดำเนินธุรกิจในระยะต่อไปจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสิทธิภาพซัพพลายเชนควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 พร้อมขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่มรถขนส่งไฟฟ้า และพัฒนาระบบกระจายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


ในด้านบุคลากร บริษัทระบุว่า ผู้หญิงมีสัดส่วน 47% ของพนักงานในตำแหน่งบริหาร และได้รับการรับรอง Great Place to Work ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึงได้รับรางวัลด้านองค์กรและประสบการณ์พนักงานจาก HR Asia Awards 2025


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ