
กลายเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาในแวดวงธุรกิจไทย หลัง “ภูริต ภิรมย์ภักดี” ผู้บริหารกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ โพสต์ภาพร่วมกับผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผ่าน Instagram พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า “The beginning of something greater 🙏🏽🤍” ซึ่งแปลง่ายๆว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงภาพของผู้บริหารจากสองตระกูลธุรกิจใหญ่ของไทยร่วมเฟรมกันเท่านั้น แต่ปรากฎชื่อบริษัทใหม่ CP BOONRAWD BEVERAGES TRADING (BEIJING) COMPANY LIMITED ซึ่งคาดว่าเป็นบริษัทที่เกิดจากความร่วมมือของทั้งสองกลุ่มที่มารวมกันเพื่อขยายโอกาสธุรกิจเครื่องดื่มในตลาดจีน
ฝั่งบุญรอดบริวเวอรี่ นำโดย “ภูริต ภิรมย์ภักดี” ผู้บริหารรุ่นที่ 4 ของตระกูลภิรมย์ภักดี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เป็นหนึ่งในผู้บริหารคนสำคัญที่รับหน้าที่ขับเคลื่อนการเติบโตของอาณาจักรธุรกิจเครื่องดื่มไทยที่มีประวัติยาวนานกว่า 90 ปี
บุญรอดบริวเวอรี่ นับเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และการจัดจำหน่าย โดยมีแบรนด์สำคัญอย่าง สิงห์ ลีโอ
รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มากกว่า 150 บริษัท ภายใต้การบริหารจัดการของ Singha Corporation ซึ่งเป็นบริษัทสำคัญในกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่
ขณะที่ฝั่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP นำโดย “สุภกิต เจียรวนนท์” ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้บริหารคนสำคัญของตระกูลเจียรวนนท์ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการลงทุนและบริหารธุรกิจในระดับนานาชาติ
ซึ่งจุดแข็งของซีพีนั้น คือการมีเครือข่ายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ซีพีเข้าไปลงทุนตั้งแต่ปี 2522 ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศของจีน
ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ซีพีได้ขยายธุรกิจในจีนอย่างต่อเนื่อง จากธุรกิจเกษตรและอาหารไปสู่ธุรกิจค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ อุตสาหกรรม และธุรกิจอื่น ๆ
นอกจากนี้ ซีพียังมีธุรกิจเครื่องดื่มในจีนอยู่แล้ว ผ่าน CP Beverage (Beijing) Co., Ltd. ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนกันยายน 2564 ดำเนินธุรกิจพัฒนาแหล่งน้ำและจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวดภายใต้แบรนด์ของกลุ่มซีพีด้วย
สำหรับบริษัท CP BOONRAWD BEVERAGES TRADING (BEIJING) COMPANY LIMITED การจัดตั้งบริษัทในกรุงปักกิ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากเป็นการวางฐานธุรกิจในตลาดจีนโดยตรง ไม่ใช่เพียงการส่งสินค้าออกจากประเทศไทยไปจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศเท่านั้น
ซึ่งการร่วมมือระหว่างสองกลุ่มมีโอกาสสร้าง Synergy ได้หลายด้าน และหากสามารถผสานจุดแข็งทั้งสองฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจช่วยให้แบรนด์เครื่องดื่มจากประเทศไทยเข้าถึงผู้บริโภคจีนได้กว้างขึ้น ลดข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาด และเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สำหรับรายละเอียดของความร่วมมือครั้งนี้ ยังต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากทั้งสองบริษัท เนื่องจากยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของดีลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าการลงทุน ทุนจดทะเบียน สัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละฝ่าย โครงสร้างการบริหาร ตลอดจนแผนการดำเนินธุรกิจและผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้าไปทำตลาดในประเทศจีน
แต่หากมองในมุมการลงทุน ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดเครื่องดื่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยจำนวนประชากรและกำลังซื้อที่หลากหลาย ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดแห่งนี้ยังมีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่สามารถพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney