
เปิดเส้นทาง “ปุ้ย-วรรณพร พรประภา” ผู้หญิงไทยคนแรกที่คว้ารางวัล Harvard GSD Alumni Award กับภารกิจยกระดับภูมิสถาปัตยกรรมไทยสู่เวทีโลก
หากเคยเดินเล่นใน One Bangkok โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ นอกจากอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่ดึงดูดสายตาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้โครงการแห่งนี้แตกต่าง คือการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมือง ผ่านพื้นที่สีเขียว ลานกิจกรรม และพื้นที่สาธารณะที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามาใช้ประโยชน์
แต่รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังงานภูมิสถาปัตยกรรมของพื้นที่สาธารณะภายนอกทั้งหมดของ One Bangkok (ยกเว้นส่วนโรงแรม) เป็นฝีมือของบริษัทออกแบบสัญชาติไทยอย่าง P Landscape ที่ก่อตั้งโดยผู้หญิงไทยคนหนึ่ง
เธอคือ “ปุ้ย-วรรณพร พรประภา” ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ P Landscape บริษัทภูมิสถาปัตยกรรมที่มีผลงานครอบคลุมกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และเพิ่งสร้างหมุดหมายสำคัญให้วงการออกแบบไทย ด้วยการเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล Harvard Graduate School of Design (GSD) Alumni Award ประจำปี 2025
รางวัลดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายแห่งความสำเร็จของนักออกแบบคนหนึ่ง แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า องค์ความรู้และความสามารถของคนไทย สามารถสร้างผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองในอนาคตได้เช่นกัน
เส้นทางของวรรณพรเริ่มต้นจากความสนใจในธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก่อนจะต่อยอดความสนใจดังกล่าวสู่การศึกษาด้านการออกแบบ
เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สถาปัตยกรรมศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนตัดสินใจเดินหน้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาภูมิสถาปัตยกรรม (Master in Landscape Architecture) ที่ Harvard Graduate School of Design สหรัฐอเมริกา และสำเร็จการศึกษาในปี 1995
การศึกษาที่ Harvard ไม่ได้ให้เพียงความรู้ด้านการออกแบบ แต่ยังหล่อหลอมวิธีคิดให้มองพื้นที่ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และผู้คน ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญในการทำงานของเธอในเวลาต่อมา
หลังกลับประเทศไทย ในปี 1997 วรรณพรได้ก่อตั้ง P Landscape (PLA) เริ่มต้นจากสตูดิโอออกแบบขนาดเล็กในกรุงเทพฯ ก่อนค่อยๆ เติบโตเป็นบริษัทภูมิสถาปัตยกรรมที่ทำงานในระดับนานาชาติ
ปัจจุบัน P Landscape มีสำนักงาน 3 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน พร้อมผลงานในกว่า 30 ประเทศ ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง
จากวันที่เริ่มต้นสร้างบริษัทจนถึงวันนี้ เส้นทางดังกล่าวกำลังเดินทางเข้าสู่ปีที่ 30 ในปี 2570 แต่สิ่งที่ทำให้ P Landscape แตกต่าง ไม่ได้อยู่เพียงการขยายขอบเขตธุรกิจไปยังต่างประเทศ หากอยู่ที่แนวคิดการออกแบบซึ่งวรรณพรยึดถือมาตลอดว่า พื้นที่ที่ดีไม่ควรถูกสร้างขึ้นจากสูตรสำเร็จเดียวกัน แต่ต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจเอกลักษณ์ของสถานที่นั้นๆ
ในอดีต งานภูมิสถาปัตยกรรมอาจถูกมองเป็นเพียงองค์ประกอบเสริมความสวยงามให้กับอาคารหรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ในมุมมองของวรรณพร พื้นที่ภูมิทัศน์มีบทบาทมากกว่านั้น
เพราะพื้นที่สีเขียวสามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่กับชุมชน ตลอดจนช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เมืองกำลังเผชิญ
แนวคิดสำคัญของเธอคือการออกแบบโดยเข้าใจความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ วัฒนธรรม วิถีชีวิต หรือพฤติกรรมของผู้คน แล้วนำองค์ประกอบเหล่านั้นมาตีความเป็นงานออกแบบร่วมสมัย
ตัวอย่างเช่น การออกแบบพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นสูง ไม่ควรคิดเพียงว่าจะสร้างสวนให้สวยหรือเพิ่มจำนวนต้นไม้ในโครงการเท่านั้น แต่ต้องมองด้วยว่าพื้นที่แต่ละแห่งจะเชื่อมต่อกับระบบนิเวศโดยรอบได้อย่างไร
วรรณพรอธิบายแนวคิดนี้ผ่านภาพของ Urban Green Jigsaw หรือจิ๊กซอว์สีเขียวในเมือง โดยมองว่าพื้นที่สีเขียวทุกขนาด ตั้งแต่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ สวนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงพื้นที่เปิดโล่งขนาดเล็ก ล้วนเป็นชิ้นส่วนที่สามารถเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายสีเขียวของเมืองได้
เมื่อพื้นที่เหล่านี้ได้รับการออกแบบอย่างสอดคล้องกัน ก็มีโอกาสช่วยลดความร้อน เพิ่มร่มเงา เปิดทางให้ธรรมชาติเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน และช่วยให้เมืองรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมงานภูมิสถาปัตยกรรมจึงไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานเมืองที่มีคุณภาพ
เมื่อมองย้อนกลับไป ผลงานของ P Landscape ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย แต่ยังครอบคลุมพื้นที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่โรงแรมระดับลักชัวรี พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศและมรดกทางประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ
ในประเทศไทย หนึ่งในผลงานที่คนเมืองคุ้นเคยคือ One Bangkok ซึ่ง P Landscape รับผิดชอบการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมพื้นที่สาธารณะภายนอกทั้งหมด ยกเว้นส่วนโรงแรม โดยเน้นการสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงกิจกรรมของเมืองเข้ากับธรรมชาติ และเชื่อมต่อโครงข่ายสีเขียวกับสวนลุมพินี
อีกหนึ่งผลงานสำคัญคือ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ 9 บนพื้นที่สนามม้านางเลิ้งเดิม 279 ไร่ ซึ่งวรรณพรเป็นหนึ่งในคณะทำงานออกแบบหลัก
โจทย์ของพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงการสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้ประชาชนเข้ามาพักผ่อน แต่ยังต้องทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดการน้ำในกรุงเทพฯ ผ่านการออกแบบสระน้ำรูปเลข 9 ให้เป็นพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิง ควบคู่กับการเลือกพันธุ์ไม้ที่ช่วยดูดซับฝุ่นและลดเสียงรบกวน
ขณะที่ในต่างประเทศ ผลงานของ P Landscape ก็สะท้อนความสามารถในการทำงานกับบริบทที่แตกต่างกันได้อย่างน่าสนใจ
อย่าง Rosewood Phuket โครงการรีสอร์ตริมชายฝั่งที่พัฒนาบนพื้นที่ซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากสึนามิ งานออกแบบมุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง ด้วยการรักษาต้นไม้ใหญ่และนำพันธุ์ไม้พื้นถิ่นกลับมาปลูก รวมถึงการจัดการน้ำฝนและบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ภายในโครงการ
ส่วน Integral Eco-Industrial Campus ในเมืองกุ้ยหลิน ประเทศจีน เป็นอีกตัวอย่างของการนำภูมิสถาปัตยกรรมเข้าไปแก้โจทย์พื้นที่อุตสาหกรรมเดิมที่เสื่อมโทรม ผ่านการฟื้นฟูหน้าดิน การใช้พื้นที่ชุ่มน้ำประดิษฐ์เพื่อบำบัดน้ำ และการสร้างระบบนิเวศเพื่อดึงดูดสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นให้กลับคืนสู่พื้นที่
ผลงานดังกล่าวยังได้รับเลือกให้ร่วมจัดแสดงในนิทรรศการด้านภูมิทัศน์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ Harvard University ในปี 2026
อีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนความเข้าใจด้านวัฒนธรรม คือ The Oberoi Rajgarh Palace ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นการฟื้นฟูพระราชวังโบราณอายุกว่า 350 ปี ให้กลายเป็นโรงแรมระดับลักชัวรี โดยนำแนวคิดผังพระราชวังแบบโมกุลและราชสถาน ตลอดจนระบบคอร์ตยาร์ดและสระน้ำโบราณ กลับมาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน
ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดเดียวกันว่า ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะกลางกรุงเทพฯ พื้นที่ชายฝั่งภูเก็ต หรือพระราชวังเก่าในอินเดีย การออกแบบที่ดีต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจธรรมชาติและตัวตนของพื้นที่ ไม่ใช่การนำรูปแบบเดียวกันไปใช้กับทุกสถานที่
ความสำเร็จตลอดเส้นทางการทำงานเกือบ 3 ทศวรรษ นำมาสู่หมุดหมายสำคัญ เมื่อวรรณพรได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัล Harvard GSD Alumni Award ประจำปี 2025
รางวัลนี้ก่อตั้งขึ้นโดย GSD Alumni Council ในปี 2021 เพื่อยกย่องศิษย์เก่าที่มีความเป็นเลิศในวิชาชีพ มีภาวะผู้นำ และสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมผ่านการออกแบบและการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่มนุษย์อยู่อาศัย
โดยในแต่ละปีจะมีการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลไม่เกิน 5 คนจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบทั่วโลก สำหรับวรรณพร คณะกรรมการได้ยกย่องภาวะผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ และความทุ่มเทในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ให้คุณค่ากับความหลากหลายทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ
เธอเข้ารับรางวัลอย่างเป็นทางการ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ในฐานะหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2025
การได้รับรางวัลครั้งนี้ทำให้เธอกลายเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติดังกล่าว และเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ผลงานออกแบบที่มีรากฐานจากความเข้าใจในบริบทท้องถิ่น สามารถก้าวไปสู่เวทีระดับโลกได้ เมื่อเมืองในอนาคต ต้องการมากกว่าพื้นที่สีเขียวที่สวยงาม
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของภูมิสถาปัตยกรรมในวันนี้กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องเผชิญทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง อุณหภูมิที่สูงขึ้น และการขยายตัวของเมืองอย่างต่อเนื่อง วรรณพรจึงมองว่า การออกแบบเมืองในอนาคตต้องก้าวข้ามแนวคิดการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานคอนกรีตเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและสีฟ้า (Blue-Green Infrastructure) ที่ทำงานร่วมกับระบบธรรมชาติ
ตัวอย่างสำคัญคือการเปลี่ยนวิธีคิดจากการพยายามต่อต้านน้ำ ไปสู่การออกแบบเมืองให้สามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้ ทั้งการกักเก็บน้ำ การเพิ่มพื้นที่ซึมน้ำ และการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศเพื่อช่วยลดผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เมืองที่ดีไม่ควรวัดกันเพียงความสูงของอาคาร มูลค่าการลงทุน หรือความสวยงามของโครงการ แต่ควรวัดจากคุณภาพชีวิตของผู้คน ความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับธรรมชาติด้วย.
อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney