รู้จัก Vivian Tu อดีตเทรดเดอร์ และนักขายรายได้ 20 ล้าน ที่หันมาเป็นครีเอเตอร์การเงินเพื่อคนยุคใหม่

Business

Business Strategy

Tag

รู้จัก Vivian Tu อดีตเทรดเดอร์ และนักขายรายได้ 20 ล้าน ที่หันมาเป็นครีเอเตอร์การเงินเพื่อคนยุคใหม่

Date Time: 25 ต.ค. 2569 10:00 น.

Video

ความลับที่ทำให้ TSMC อยู่เหนือคู่แข่ง | Digital Frontiers EP.78

“Summary“

  • Vivian Tu หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Your Rich BFF เพื่อนซี้ของใครหลายคนที่คอยมาให้ความรู้ทางการเงินส่วนบุคคลแบบเข้าใจง่ายบนโลกออนไลน์ ที่นำไปปฏิบัติได้ทันที
  • เส้นทางของเธอเริ่มต้นมาจากครอบครัวที่เคร่งครัดเรื่องการบริหารเงิน เธอมีทักษะนี้ติดตัวมาจนมาทำงานในวอลล์สตรีท ต่อด้วยงานขายที่เธอทำเงินได้สูงถึง 20 ล้านบาทต่อปี
  • แต่แล้วเมื่อโลกทำงานไม่ตอบโจทย์ชีวิตที่เธอมุ่งให้ความรู้ด้านการเงินกับคนวัยทำงานรุ่นใหม่ เธอจึงลาออกมาทำช่องของตัวเอง ซึ่งต่อยอดไปเป็นอาณาจักรสื่อการเงินที่ทำเงินให้เธอมหาศาล

Latest


หลายคนอาจคุ้นหน้าเธอจากวิดีโอสั้นบนโซเชียลมีเดีย ที่พูดเรื่องเงินด้วยน้ำเสียงเหมือนเพื่อนสนิทกำลังเม้าท์ให้ฟัง ทั้งเรื่องภาษี เรื่องหุ้น ไปจนถึงเรื่องการต่อรองเงินเดือน ที่สามารถเล่าออกมาได้เข้าใจง่าย แบบใครที่ฟังก็เอาไปทำตามได้ทันที และเธอคนนี้ก็คือ “Vivian Tu” หรือที่ผู้ติดตามรู้จักกันดีในชื่อ “Your Rich BFF”

แต่เชื่อไหมว่า เส้นทางของเธอกว่าจะมาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงการเงินดิจิทัลยุคนี้นั้นไม่ธรรมดา จุดเริ่มต้นของเธอไม่ได้เริ่มจากความฝันที่อยากจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์อยู่บนโลกโซเชียล ซึ่งหากเราย้อนกลับไป เธอคนนี้เคยเป็นนักซื้อขายหุ้นบนวอลล์สตรีท เคยเป็นเซลส์สายสื่อที่ทำรายได้หลักหลายแสนดอลลาร์สหรัฐต่อปี และเคยตัดสินใจลาออกจากงานที่มั่นคงเพื่อกระโดดมาทำธุรกิจของตัวเองเต็มตัว

จนตอนนี้ Vivian Tu มีผู้ติดตามและผู้ชมรวมกันมากกว่า 10 ล้านคนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ มีหนังสือขายดี พอดแคสต์ติดชาร์ต ที่ต่อมาได้ต่อยอดสู่การสร้างแพลตฟอร์มที่ปรึกษาการเงินด้วย AI ของตัวเอง จนกลายเป็นเศรษฐีหญิงที่มีความมั่งคั่งสูงถึง 8.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 277 ล้านบาท

บทความนี้ Thairath Money ในคอลัมน์ How to Make Money จะขอพาไปย้อนดูเส้นทางชีวิตของ Vivian Tu จากสาวน้อย ลูกคนเดียวของครอบครัวผู้อพยพ ที่ต้องเติบโตมากับวินัยทางการเงินอันเข้มงวด จนกลายเป็นผู้สร้างอาณาจักรสื่อการเงินที่คนนับล้านต้องติดตาม

ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวผู้อพยพ

ย้อนกลับไป ในวันที่ 20 มีนาคม 1994 ที่ Vivian Tu ได้ถือกำเนิดขึ้นมาที่เมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา และเธอก็เป็นลูกเพียงคนเดียวของพ่อแม่ผู้อพยพชาวจีน

เธอเคยเล่าไว้ว่า ทั้งพ่อและแม่ของเธอทำงานในสายวิชาการ โดยคุณแม่ทำงานสายเคมี และให้คำปรึกษากับภาคธุรกิจ ส่วนคุณพ่อเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ศูนย์การบินอวกาศก็อดเดิร์ด (Goddard Space Flight Center) ขององค์การ NASA

แม้พ่อกับแม่จะทำงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญที่หลายคนมองว่ามีรายได้สูง แต่ครอบครัวกลับต้องเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ทั้งการปรับลดพนักงานในองค์กร และการเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ ทำให้ครอบครัวนี้ต้องบริหารงบประมาณในบ้านอย่างรอบคอบ และเลี่ยงความเสี่ยงทางการเงินให้มากที่สุด

สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้ Vivian Tu ได้สัมผัสทั้งความรู้สึกและความเป็นจริงของการขาดความมั่นคงทางการเงินมาตั้งแต่เด็ก เธอจึงถูกปลูกฝังให้มีความมุ่งมั่น และเธอเองก็อยากสร้างอิสรภาพทางการเงินให้ตัวเองในระยะยาวได้

เธอเป็นหนึ่งในเด็กที่เรียนเก่งมาตลอด สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม Marriotts Ridge High School ในรัฐแมริแลนด์เมื่อปี 2012 ในฐานะนักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดของรุ่น และยังเป็นสมาชิกที่มีบทบาทใน Future Business Leaders of America (FBLA) องค์กรที่ส่งเสริมทักษะธุรกิจให้นักเรียนนักศึกษา

หลังจากนั้นเธอเข้าเรียนต่อที่ University of Chicago ด้วยทุนการศึกษาทางวิชาการของสถาบัน ร่วมกับทุนจากแหล่งทุนเอกชน และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในด้านศิลปศาสตร์ในปี 2016 โดยเรียนสองสาขาควบกัน คือ ด้านนโยบายสาธารณะ (Public Policy) และสิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Studies) โดยเน้นเรียนไปในด้านการเงิน

หลักสูตรที่เข้มข้นด้านการวิเคราะห์เชิงปริมาณและเศรษฐศาสตร์มหภาคของ University of Chicago กลายเป็นพื้นฐานที่พาเธอเข้าสู่สายงานวาณิชธนกิจและตลาดทุนสถาบัน ซึ่งเป็นสายงานที่แข่งขันสูงมากในเวลาต่อมา

มาเป็นเทรดเดอร์แห่งวอลล์สตรีท

หลังเรียนจบในปี 2016 เธอได้เข้าทำงานเป็นนักซื้อขายหุ้น (Equities Trader) ที่ J.P. Morgan ในมหานครนิวยอร์ก โดยเธอรับผิดชอบหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้เธอได้เรียนรู้กลไกตลาดแบบเจาะลึกและเรียลไทม์ เธอได้เรียนรู้ตั้งแต่ตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาค การประเมินมูลค่าบริษัท อนุพันธ์ที่อ้างอิงกับหุ้น ไปจนถึงกลไกการจัดสรรเงินทุน

แต่งานนี้ก็ทำให้เธอเห็นความย้อนแย้งอย่างหนึ่ง เธอพบว่า “ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคในตลาดทุนโลก ไม่ได้แปลว่าเธอจะบริหารเงินส่วนตัวได้”

Vivian Tu รู้สึกว่า แม้เธอจะได้ดูแลธุรกรรมหุ้นของนักลงทุนสถาบันที่มีวงเงินมหาศาล แต่ตอนเริ่มทำงานบนวอลล์สตรีท เธอยังไม่เข้าสิ่งที่ง่ายกว่านั้นอย่าง จะต้องจัดโครงสร้างพอร์ตเกษียณยังไง จะบริหารภาษีให้มีประสิทธิภาพได้ยังไง หรือจะจัดการกระแสเงินสดส่วนตัวแบบไหนดี

อีกเรื่องที่เห็นได้ชัดคือความหลากหลายในที่ทำงาน เธอพบว่า มีแค่เธอและหัวหน้างานของเธอเท่านั้นที่เป็นผู้หญิงในที่แห่งนั้น ซึ่งต่อมาหัวหน้างานของเธอก็ได้กลายมาเป็นพี่เลี้ยงและผู้ให้คำแนะนำด้านอาชีพของเธอ

พี่เลี้ยงคนนี้สอนเรื่องการเงินส่วนตัวแบบใช้ได้จริงให้กับเธอ ไม่ว่าจะเป็น วิธีใช้ประโยชน์จากบัญชีเพื่อการเกษียณอายุให้ได้สูงสุด วิธีกำหนดค่าเช่าที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับรายได้ และวิธีที่จะรับเงินสมทบจากนายจ้างให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นความรู้ที่เธอไม่เคยได้เรียนจากมหาวิทยาลัย หรือจากวอลล์สตรีทเลย

และเพราะแนวคิดนี้บวกกับการปรับโครงสร้างองค์กรที่นำมาซึ่งความขัดแย้งภายในทีม และการดูหมิ่นเรื่องเพศและรูปลักษณ์ของเธอจากผู้บริหารของบริษัท ทำให้เส้นทางสายเทรดเดอร์ของเธอจบลงในที่สุด และเธอก็ได้ก้าวไปสู่เส้นทางใหม่

นักขายที่มีรายได้ 6 แสนดอลลาร์ต่อปี

ด้วยคำแนะนำจากเครือข่ายคนรู้จักในสายอาชีพ Vivian Tu ขยับออกจากโลกการเงินสถาบันเข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อดิจิทัล ในตำแหน่ง Account Executive และ Strategy Sales Partner ที่ BuzzFeed บริษัทสื่อสัญชาติอเมริกันรายใหญ่

งานใหม่ที่นี่ทำให้เธอได้เปลี่ยนวิสัยจากการวิเคราะห์และทำธุรกรรมในตลาดหุ้น ไปสู่การสร้างความร่วมมือกับลูกค้าองค์กร สร้างรายได้จากสื่อดิจิทัล และทำความเข้าใจความสนใจของผู้บริโภคแทน หรือกล่าวง่าย ๆ ว่าเป็นนักขายที่ต้องหารายได้เข้าบริษัทจากทั้งฝั่งลูกค้าองค์กร และลูกค้าทั่วไป

และที่สำคัญ คือ ที่นี่มีโครงสร้างค่าตอบแทนที่เข้ากับสไตล์การทำงานของเธอพอดี ทำให้เธอได้รับค่าคอมมิชชันมหาศาลจากผลงานขาย จนทำรายได้ต่อปีสูงถึง 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 20 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งบางแหล่งรายงานว่าเธอทำเงินได้สูงกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ จนเธอมีความมั่งคั่งถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขึ้นเป็นเศรษฐีครั้งแรกตอนอายุแค่ 27 ปี

ภาพจาก Your Rich BFF
ภาพจาก Your Rich BFF

นอกจากนี้ ในระหว่างทำงานที่ BuzzFeed เธอได้กลายเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินอย่างไม่เป็นทางการให้เพื่อนร่วมงาน โดยเพื่อน ๆ มักจะมาขอให้เธออธิบายสิทธิประโยชน์พื้นฐานของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเกษียณ วิธีใช้ประโยชน์จากเงินออมด้านสุขภาพ ไปจนถึงประเมินแพ็กเกจค่าตอบแทนในรูปหุ้นของบริษัท

สิ่งที่เธอเห็นจากการให้คำปรึกษาเหล่านี้ คือ คนทำงานยุคใหม่ที่มีการศึกษาสูงและได้ค่าตอบแทนดี กลับไม่กล้าตัดสินใจเรื่องการจัดการเงินของตัวเอง เธอพบว่า อุตสาหกรรมการเงินแบบดั้งเดิมก็ทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกแปลกแยก ไม่ได้ให้ความรู้หรือทักษะในการบริหารจัดการเงินที่นำมาใช้ได้จริง ทั้งศัพท์เทคนิคที่ซับซ้อนเกินจำเป็น วิธีสื่อสารที่ดูถูกหรือวางตัวเหนือกว่า และการตำหนิพฤติกรรมการใช้เงินด้วยมุมมองเชิงศีลธรรม

และช่องว่างตรงนี้เองที่ทำให้เธออยากจะมีช่องทางให้ความรู้ทางการเงินกับคนทำงานยุคใหม่ อยากให้ความรู้แบบที่เข้าถึงง่าย และทันสมัย ผ่านการพูดคุยกับผู้คนอย่างเป็นกันเอง

กำเนิดเพื่อนซี้ “Your Rich BFF”

ในวันที่ 1 มกราคม 2021 เป็นครั้งแรกที่ Vivian Tu ได้เผยแพร่วิดีโอสั้นเรื่องการเงินส่วนบุคคลลงบน TikTok เพื่อตอบคำถามด้านการเงินที่เพื่อน ๆ วัยเดียวกันสงสัย

วันนั้นเธอนำเสนอตัวเองว่าเป็น “Your Rich BFF” ด้วยการพูดตรงไปตรงมา มีอารมณ์ขัน และให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อนสนิทคุยกัน ทำให้เรื่องงบดุลส่วนบุคคล กฎหมายภาษี และการเติบโตของเงินทบต้นกลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย

คอนเทนต์ของเธอได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วจากผู้ชมที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจช่วงโควิด และเมื่อเห็นโอกาสทางธุรกิจ เธอจึงลาออกจาก BuzzFeed ในปี 2022 เพื่อออกมาพัฒนา Your Rich BFF ให้เป็นธุรกิจเต็มเวลาด้วยตัวเอง

ในเดือนมิถุนายน 2022 เธอเซ็นสัญญากับ William Morris Endeavor (WME) เอเจนซี่วงการสื่อและบันเทิง เพื่อวางแผนขยายธุรกิจจากแค่ในโซเชียลมีเดีย ข้ามแพลตฟอร์ม ไปนำเสนอทั้งบนโทรทัศน์ ทำหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ ตลอดจนขยายความร่วมมือกับแบรนด์อื่น

ฐานผู้ชมของเธอเติบโตต่อเนื่อง เมื่อรวมกันแล้วทั้งบน Instagram, TikTok และ YouTube เธอมีผู้ติดตามมากกว่า 8 ล้านคนในช่วงปลายปี 2024 และเพิ่มเป็นมากกว่า 10 ล้านคนในปี 2026 นี้

หลังจากนั้น Vivian Tu ได้ต่อยอดจากการเติบโตบนโลกดิจิทัลมาเป็นนักเขียนที่เข้าถึงตลาดวงกว้าง โดยมีหนังสือเล่มแรกในชื่อ “Rich AF: The Winning Money Mindset That Will Change Your Life” ซึ่งต่อมาถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปโดยสำนักพิมพ์ Portfolio ในเครือ Penguin Random House ด้วยข้อตกลงมูลค่าระดับเจ็ดหลัก

หนังสือเล่มแรกของ Vivian Tu ชื่อ Rich AF (ภาพจาก Your Rich BFF)
หนังสือเล่มแรกของ Vivian Tu ชื่อ Rich AF (ภาพจาก Your Rich BFF)

เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ เป็นการรวบรวมแนวคิดการเงินหลัก ๆ ที่จะช่วยคนที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพในการบริหารเงิน ตั้งแต่การเจรจาต่อรองเงินเดือน การบริหารเงินสดเพื่อรับผลตอบแทนสูง การลงทุนในกองทุนดัชนี ไปจนถึงการทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากสินเชื่อผู้บริโภค 

ผลตอบรับทั้งด้านยอดขายและเสียงวิจารณ์ด้านดี ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้เธอมากขึ้น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญการเงินที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในคลิปสั้นบนโซเชียลอีกต่อไป และไม่นานหลังเปิดตัว หนังสือเล่มนี้ก็ติดอันดับหนังสือขายดีของ The New York Times ทันที

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เธอได้ออกหนังสือเล่มที่สองในชื่อ “Well Endowed: The Secrets to Strategic Spending, Building a Financial Foundation for You and Your Family, and Creating Lasting Generational Wealth” กับสำนักพิมพ์ Harper Wave และเล่มนี้ก็ได้ขึ้นอันดับหนังสือขายดีทั้งของ The New York Times และ USA Today อย่างรวดเร็ว

ถ้าเรามองว่า Rich AF คือการวางรากฐานให้คนเริ่มสะสมเงินทุนอย่างเป็นระบบ Well Endowed ก็ขยับไปสู่โจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นของการบริหารความมั่งคั่งในระยะต่อมา ทั้งการจัดสรรเงินทุนระยะยาว การเอาตัวรอดในตลาดค่าครองชีพสูง การจัดโครงสร้างประกันภัย ไปจนถึงวิธีส่งต่อเงินทุนให้คนรุ่นต่อไป

เพื่อเสริมเนื้อหาจากหนังสือ Vivian Tu ยังได้เปิดตัวพอดแคสต์ในชื่อ “Networth & Chill” ในเดือนมีนาคม 2023 และในช่วงแรกของการเปิดตัว รายการนี้ของเธอก็ได้ติดอันดับต้น ๆ ในชาร์ตพอดแคสต์ด้านธุรกิจ

รายการเน้นทำให้โมเดลธุรกิจของบริษัท แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค และโครงสร้างค่าตอบแทนกลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริหารและบุคคลสาธารณะ ซึ่งรายการนี้ยังได้เข้าชิงรางวัล Best Business & Finance Podcast จาก iHeartRadio Podcast Awards ติดต่อกันถึงสองปีอีกด้วย

เมื่อชื่อเสียงมากขึ้น เธอได้ไปปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ระดับประเทศเป็นประจำ ทั้ง The Today Show, Good Morning America และ CNBC และในช่วงต้นปี 2026 หนังสือ Rich AF ก็เข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาเป็นซีรีส์บน Amazon Prime อีกด้วย

นอกจากนี้ เมื่อปลายปี 2025 ที่ผ่านมา ทาง SoFi บริษัทบริการทางการเงินดิจิทัล ได้แต่งตั้งเธอเป็น Chief of Financial Empowerment ตำแหน่งกิตติมศักดิ์คนแรกของบริษัท โดยเธอต้องทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อพัฒนาเครื่องมือให้ความรู้ทางการเงิน ออกแบบแคมเปญ และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เริ่มสร้างความมั่งคั่ง

ต่อยอดสู่ Ask Dolly เดิมพันด้วยเงินหลักล้านของตัวเอง

ขณะที่ธุรกิจโตวันโตคืน Vivian Tu ก็เริ่มเห็นข้อจำกัดของการให้ความรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะเธอได้รับข้อความจากผู้ติดตามมากกว่า 1,000 ข้อความต่อวัน โดยส่วนใหญ่ขอคำแนะนำบริหารเงินส่วนบุคคลและบางรายขอคำแนะนำที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เธอจึงมองว่าโซเชียลมีเดียไม่ใช่ช่องทางที่มีประสิทธิภาพพอสำหรับคำถามแบบนี้

ทางออกของเธอ คือ การพัฒนาซอฟต์แวร์เอง โดยเลือกไม่ร่วมมือกับสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม และไม่ระดมทุนจากนักลงทุน Venture Capital เพราะเชื่อว่าแรงกดดันให้เร่งโตอาจบั่นทอนความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ เธอเลือกควักเงินส่วนตัวกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเปิดตัว “Ask Dolly” ด้วยตัวเอง

Ask Dolly คือผู้ช่วยด้านการเงินส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยระบบจะแปลงเหตุการณ์เศรษฐกิจมหภาค อย่างการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย และความผันผวนของตลาด ให้เป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติที่ปรับใช้กับงบดุลของผู้ใช้แต่ละคนได้ โดยแอปฯ มีฟีเจอร์หลัก ประกอบไปด้วย

  • เชื่อมต่อบัญชีทางการเงินเข้ากับแอปฯ (ทั้งบัญชีธนาคาร บัญชีลงทุน บัญชีกู้ยืมเข้า และอื่น ๆ)
  • มีระบบติดตามการใช้จ่ายอัตโนมัติ
  • มีแดชบอร์ดและหน้าแสดงภาพพอร์ตการลงทุน
  • แนะนำเส้นทางการเรียนรู้ด้านการเงินเฉพาะบุคคล
  • เข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงินที่ได้รับการรับรองได้โดยตรง

ตามข้อมูลของ Forbes ปัจจุบัน Vivian Tu มีความมั่งคั่งสุทธิอยู่ที่ 8.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และติดอันดับ 45 ในรายชื่อ Forbes Top Creators ประจำปี 2026

ความสำเร็จของเธอสามารถมองผ่านการเปลี่ยนแปลงสำคัญของสังคมได้ จากเดิมที่คนรวยมักจะมีผู้จัดการความมั่งคั่งให้คำแนะนำเฉพาะตัว ส่วนคนทั่วไปต้องพึ่งหนังสือการเงินอ่านเอง เน้นความประหยัด และมุ่งลดหนี้ มากกว่าสร้างความมั่งคั่ง

ซึ่ง Vivian Tu เข้ามาเชื่อมช่องว่างนี้ ด้วยการเอากลยุทธ์ทางการเงินเชิงเทคนิคจากวอลล์สตรีทมาแปลงเป็นคอนเทนต์ที่น่าสนใจและเข้าถึงง่าย แล้วต่อยอดจากวิดีโอสั้นสู่หนังสือขายดี รายการโทรทัศน์ เป็นที่ปรึกษาให้สถาบัน และสร้างซอฟต์แวร์การเงินของตัวเอง

แก่นที่เธอพยายามสื่อ คือ เงินไม่ควรจะกลายเป็นต้นเหตุของความกังวลหรือความรู้สึกผิด แต่เป็นเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อกำหนดชีวิตของตัวเอง ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และสร้างความมั่งคั่งที่ส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปได้


ที่มา: Your Rich BFF, Forbes [1][2], Time, Inc, Her Money, Cast Magic, Generational, The Times, CNBC


อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney 

 


Author

Thanthida Thongphet

Thanthida Thongphet
Digital Economy & Future of Finance