
เปิดเบื้องหลังกับ 2 ผู้บริหาร กับการปั้น The Standard Residences Hua Hin บีชฟร้อนท์เรสซิเดนท์ แห่งแรกในโลก เมื่อหัวหินกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ ยกระดับเมือง สู่ “Global Resort Destination”
ปฎิเสธไม่ได้ว่า “หัวหิน” ไม่ใช่เพียงแค่เมืองรีสอร์ทตากอากาศใกล้กรุงเทพฯ ที่ผู้คนแวะเวียนมาในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น แต่ที่นี่คือ “เมืองที่มีชีวิต” ซึ่งเติบโตผ่านกาลเวลามากว่าหนึ่งศตวรรษ
จากจุดเริ่มต้นยุคแรกเริ่มย้อนไปกว่า 100 ปี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อเส้นทางรถไฟสายใต้เปิดฉาก พร้อมการตั้งอยู่ของพระราชวังไกลกังวล หัวหินได้สถาปนาตัวเองเป็นเมืองตากอากาศชั้นสูงของไทย หาดทรายสีขาวสะอาดและบรรยากาศอันสงบเงียบ กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนเรื่อยมา
จนกระทั่งเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน คอนโดมิเนียมสีเหลืองสะดุดตาอย่าง “บ้านไข่มุก” ได้ถือกำเนิดขึ้นบนชายหาดแห่งนี้ ซึ่งไม่เพียงสร้างภาพจำใหม่ให้หัวหิน แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นรากแก้วของ "แสนสิริ" ในฐานะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี
วันนี้ “หัวหิน” กำลังเดินทางเข้าสู่ "จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ" อีกครั้ง โดยในงานเผยโฉม “The Standard Residences, Hua Hin” สองผู้บริหารระดับโกลบอล ระหว่าง อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ ทีนา เนคราสัน (Tina Nekrasson) Global Head of Branded Residential จาก Hyatt ได้ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวการปั้นผลงานชิ้นเอกชิ้นใหม่ล่าสุด ที่คาดว่าจะทำให้ “หัวหิน” ทะยานสู่การเป็น Global Resort Destination
“อุทัย” เล่าว่า ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา แสนสิริปักหมุดในหัวหินไปแล้วถึง 26 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 32,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงสถิติการสร้างตึก แต่คือ "ความเชี่ยวชาญเชิงลึก" ที่เข้าใจทุกตารางนิ้วของพฤติกรรมผู้อยู่อาศัยและธรรมชาติของตลาดเมืองตากอากาศแห่งนี้อย่างไม่มีใครเทียบ
การก้าวเข้าสู่ยุค Branded Residences ของแสนสิริ ถูกวางสเต็ปไว้อย่างแยบย่นและมีชั้นเชิง เริ่มจากโครงการ Khun by YOO มาจนถึงการเข้าลงทุนในแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกอย่าง The Standard (ก่อนส่งต่อการบริหารให้ Hyatt) นำมาสู่การพัฒนาโครงการ Branded Residence ล่าสุดที่มีมูลค่าโครงการสูงถึง 4,500 ล้านบาท
ซึ่งผู้บริหารแสนสิริ สะท้อนมุมมองทางธุรกิจไว้อย่างน่าสนใจว่า “วันนี้ ที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี ไม่จำเป็นต้องอยู่ในใจกลางเมืองระดับโลกเท่านั้น แต่ยังอยู่ในเดสทิเนชั่นที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตเฉพาะบุคคล (Lifestyle Asset)”
การดึงแบรนด์ The Standard มาลงบนหาดหัวหิน ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เอาโลโก้มาติด แต่เป็นการดึง DNA ที่โดดเด่นทั้งเรื่อง ดีไซน์ ศิลปะ ดนตรี และอาหาร มาผสานเข้ากับมาตรฐานงานบริการและการดูแลหลังการขายของแสนสิริ ผลลัพธ์ทางเศรษฐศาสตร์คือ การสร้าง Price Premium ให้โครงการมีมูลค่าสูงกว่าคอนโดมิเนียมทั่วไปราว 20% อีกทั้งยังช่วยรักษามูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว
ในมิติของแบรนด์ “ทีนา เนคราสัน” ได้ฉายภาพความสำเร็จของ The Standard Residences ในเมืองใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ก (High Line), ลอนดอน, ลิสบอน หรือ ไมอามี ทุกแห่งมีจุดเหมือนกันคือ การไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ
“ความสำเร็จของ The Standard Residences เกิดจากการสร้างประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และเชื่อมโยงกับแต่ละเดสทิเนชั่นอย่างแท้จริง”
ผู้บริหาร The Standard อธิบายเสริมถึงบทเรียนความสำเร็จจาก Midtown Miami ที่ขายเกือบหมด หรือ Lisbon ที่สร้างปรากฏการณ์ Sold Out 100%
หากแต่ หัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ The Standard Residences คือ นิยามของคำว่า “The Place to Be is Now the Place to Live” หรือนิยามสั้นๆ ว่าเป็น “ที่อยู่อาศัย ที่ทำให้คุณไม่ต้อง Check Out อีกต่อไป”
ความน่าตื่นเต้นที่สุดคือ การเลือกหัวหินให้เป็น “Global 1st Beachfront Standard Residences” หรือโครงการบีชฟร้อนท์เรสซิเดนท์แห่งแรกในโลกภายใต้แบรนด์ The Standard บนพื้นที่ 9 ไร่ ติดหน้าหาดกว้างถึง 65 เมตร ใจกลางหัวหิน ซึ่งเป็นที่ดินแบบ Rare Freehold ที่ราคาซื้อขายในตลาดพุ่งสูงเกือบ 400,000 บาทต่อตารางวา ภายใต้ภาพรวมราคาที่ดินหัวหินปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 10%
ภายในโครงการประกอบด้วยห้องพัก 251 ยูนิต (ราคา 10.99 - 49.99 ล้านบาท) และไอเทมไฮไลท์อย่าง Ultra-Rare Beachfront Pool Villa เพียง 2 ยูนิต ราคากว่า 100 ล้านบาท ซึ่งถูกจับจอง ขายหมด (Sold Out) ตั้งแต่วันเปิดตัว สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้ซื้อระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง ไม่เคยลังเลหากได้ครอบครองสินทรัพย์ประเภท Rare Item
หากมองโครงสร้างเมือง หัวหินได้ขยับบทบาทจาก "เมืองพักผ่อนสัปดาห์ละ 2 วัน" ไปสู่ "เมืองที่ใช้ชีวิตได้จริง" (Living Destination) และกำลังกลายเป็นเมืองตากอากาศสากล ด้วยตัวแปรสำคัญหลายประการ ตามการบอกเล่าของผู้บริหารแสนสิริ
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารแสนสิริ ไม่ได้ฉายภาพแต่ความสวยหรูของอสังหาฯเมืองไทย แต่ยังยอมรับอย่างตรงไปตรงมาถึงสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ กำลังซื้อในประเทศยังเผชิญความท้าทายจากภาระค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน ภาวะเศรษฐกิจซบเซา รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือปัจจัยภัยธรรมชาติที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้าน
“คนรวยยังมีเงิน แต่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่วนคนที่อยากซื้อบ้านก็คิดเยอะขึ้น”
ทว่าในวิกฤตและความท้าทาย ตลาดลักซ์ชัวรีติดหาดของหัวหินกลับมีคุณลักษณะเฉพาะตัว ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซัพพลายใหม่ติดชายหาดหัวหินแทบเป็นศูนย์ โครงการระดับลักซ์ชัวรีล่าสุดคือ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” ซึ่งปิดการขายไปหลายปีก่อน ทำให้ปัจจุบันแทบไม่มีคู่แข่งโดยตรงในเซกเมนต์เดียวกัน
ปัจจุบัน The Standard Residences, Hua Hin มียอดขายล่วงหน้าแล้วกว่า 40% โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนไทย เจ้าของธุรกิจ และเศรษฐีท้องถิ่น โดยแสนสิริวางเป้าหมายทยอยขายอย่างมั่นคงเพื่อปิดการขายทั้งหมดภายในปี 2030
การปรากฏตัวของ The Standard Residences, Hua Hin ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวคอนโดตากอากาศโครงการใหม่ แต่นี่คือ "การปักหมุดหมายใหม่" ของตลาดอสังหาฯ ไทย ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อนำความเชี่ยวชาญเกือบ 40 ปีในทำเลระดับตำนาน มาผนวกเข้ากับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก ผลลัพธ์ที่ได้คือ สินทรัพย์ทรงคุณค่า (Lifestyle Asset) ที่พร้อมจะดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ใช่แค่ให้มา "แวะเยือน" ในวันหยุด แต่มาเพื่อ "ใช้ชีวิต" ในแบบฉบับของตัวเองริมหาดหัวหินอย่างยั่งยืน.
อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney