
ย้อนเส้นทาง “เปรมชัย กรรณสูต”กว่าสี่ทศวรรษกับอิตาเลียนไทย ปิดฉากส่งไม้ต่อให้ “ธรณิศ” ปฏิบัติหน้าที่แทน เปิดโจทย์ทายาทรุ่น 3 กับงานในมือแสนล้าน แรงกดดันสภาพคล่อง ภาระหนี้ และความเชื่อมั่น
เมื่อธุรกิจครอบครัวเดินทางมาถึงวันที่ต้องส่งต่อ สิ่งที่ทายาทได้รับอาจมีทั้งชื่อเสียง ประสบการณ์ และโอกาสที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ แต่สำหรับ “อิตาเลียนไทย” การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ยังมาพร้อมโจทย์เรื่องเงินทุน ผลประกอบการ และความเชื่อมั่นที่ต้องฟื้นกลับมา
บริษัทที่มีงานในมือมากกว่าแสนล้านบาท จะเปลี่ยนงานเหล่านั้นให้เป็นรายได้ กำไร และเงินสดได้อย่างไร? นี่คือคำถามที่ทำให้การลงจากตำแหน่งของ “เปรมชัย กรรณสูต” มีความหมายมากกว่าการเกษียณของผู้บริหารคนหนึ่ง
หนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD รับทราบการออกจากตำแหน่งประธานบริหารของเปรมชัย ด้วยเหตุผลการเกษียณอายุจากการทำงาน มีผลตั้งแต่วันเดียวกัน พร้อมให้ “ธรณิศ กรรณสูต” ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานบริหาร ตามมติที่เคยอนุมัติไว้ตั้งแต่ปี 2564
ทำให้ประกาศฉบับนี้ เป็นอีกหมุดหมายของธุรกิจที่น่าจับตามอง นับตั้งแต่วันที่ ผู้ก่อตั้งรุ่นแรก ผ่านการเติบโตในยุคเปรมชัย และกำลังเข้าสู่ช่วงที่ทายาทรุ่นที่สามต้องรับบทบาทสำคัญในการพาบริษัทเดินต่อ
ย้อนไป เรื่องราวของ “อิตาเลียนไทย” เริ่มต้นก่อนชื่อบริษัท จะปรากฏตามไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยเป็นความร่วมมือในงานกู้เรือระหว่าง ดร.ชัยยุทธ กรรณสูต และจิโอจิโอ เบลลินเจียรี่ ชาวอิตาลี นำมาสู่การก่อตั้งอิตาเลียนไทยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2501 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นเพียง 2 ล้านบาท ก่อนขยายสู่งานรับเหมาก่อสร้าง และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2537 ใช้ตัวย่อ ITD
ตลอดหลายทศวรรษ ITD รับเหมางานก่อสร้างขนาดใหญ่นับร้อยนับพัน ตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้า ไปจนถึงทางยกระดับและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทำให้ชื่อของอิตาเลียนไทย เติบโตไปพร้อมกับการขยายของเมืองในหลายๆด้าน
แต่สำหรับธุรกิจรับเหมา การเติบโตเช่นนี้ต้องสะสมมากกว่าเงินทุน ทั้งทีมวิศวกร เครื่องจักร ประสบการณ์ในโครงการซับซ้อน และความสามารถในการประสานผู้รับเหมาช่วงจำนวนมาก
เปรมชัยเข้าทำงานกับอิตาเลียนไทยตั้งแต่ปี 2522 เส้นทางการทำงานของเขาจึงกินเวลายาวนานกว่าสี่ทศวรรษ ครอบคลุมทั้งช่วงขยายธุรกิจ การเข้าสู่ตลาดทุน และการรับงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในไทยและต่างประเทศ
จากทายาทของผู้ก่อตั้ง เขาได้กลายเป็นผู้บริหารที่สาธารณชนจดจำควบคู่กับบริษัท ชื่อ “เปรมชัย” และ “อิตาเลียนไทย” ปรากฏอยู่ด้วยกันทั้งในข่าวธุรกิจและช่วงที่องค์กรเผชิญกับมรสุมรุมเร้า
ทั้งคดีส่วนบุคคลและปัญหาธุรกิจ ตั้งแต่คดีล่าสัตว์ป่าที่ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเปรมชัยในปี 2564 ไปจนถึงคดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่มในปี 2568 ซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องเขาร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน อิตาเลียนไทยเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง ภาระหนี้ และการขยายกำหนดชำระหุ้นกู้ แม้ยังมีงานในมือขนาดใหญ่ การส่งต่อธุรกิจครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้รับไม้ต่อต้องบริหารทั้งโอกาสจากงานที่มีอยู่ และข้อจำกัดทางการเงินที่รอการคลี่คลาย
ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อิตาเลียนไทย รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ ว่า มีงานในมือตามงบการเงินรวม 126,756 ล้านบาท และตามงบเฉพาะบริษัท 119,879 ล้านบาท โดยงานในมือตามงบเฉพาะบริษัทเป็นงานภาครัฐ 86.78% และงานในประเทศ 94.57%
ตัวเลขนี้แสดงว่าบริษัทยังมีฐานงานที่จะทยอยดำเนินการ แต่สำหรับธุรกิจรับเหมา งานในมือไม่ได้เท่ากับเงินสดที่พร้อมใช้ทันที
ขณะที่ ในครึ่งแรกของปี 2569 ITD มีรายได้รวม 16,704 ล้านบาท และขาดทุนส่วนที่เป็นของเจ้าของบริษัท 534 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 มีรายได้รวมประมาณ 56,711 ล้านบาท และกำไรสุทธิประมาณ 1,783 ล้านบาท
รายงานครึ่งปีแรกยังสะท้อนแรงกดดันทางการเงิน โดยบริษัทมีหนี้สินรวม 78,661 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่อง 0.67 เท่า และต้นทุนทางการเงินในงวด 953 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่องที่ต่ำกว่า 1 เท่า หมายถึงสินทรัพย์หมุนเวียนมีมูลค่าน้อยกว่าหนี้สินหมุนเวียน จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามทั้งจังหวะรับเงิน การชำระหนี้ และแหล่งเงินทุน ทั้งนี้ หนี้สินรวมครอบคลุมหนี้หลายประเภท
สำหรับ “ธรณิศ” เป็นบุตรชายคนเล็กของเปรมชัย สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมอุตสาหการจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา ก่อนมีบทบาทในบริษัทในตำแหน่งรองประธานบริหารอาวุโสและผู้ช่วยประธานบริหาร
คณะกรรมการบริษัทมีมติเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 อนุมัติให้เขาปฏิบัติหน้าที่แทนประธานบริหารในกรณีที่ประธานบริหารไม่สามารถปฏิบัติงานได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2564 เพื่อให้การบริหารดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น การปรากฏชื่อธรณิศในประกาศล่าสุดจึงเป็นความต่อเนื่องของบทบาทที่วางไว้ก่อนหน้าอย่างเป็นทางการ แต่ทั้งนี้ สิ่งที่น่าติดตาม คือ การเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรขนาดใหญ่ ภายใต้ข้อจำกัดทางการเงินที่ยังต้องจัดการ และกระบวนการสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน เพื่อบอกให้ได้ว่าอาณาจักรแห่งนี้พร้อมเดินเข้าสู่บทใหม่เพียงใด.
อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney