
นับตั้งแต่ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ Maguro Group ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงปี 2567 พร้อมการปรับกลยุทธ์ธุรกิจที่ไม่เพียงเร่งการเพิ่มจำนวนสาขาในรูปแบบเดิม แต่มุ่งเน้นลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
เพราะการทานอาหารของคนยุคนี้ ไม่ได้เพื่ออิ่มท้องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีกลับบ้าน รวมถึงมีเรื่องราวบอกต่อได้ด้วย
ที่ผ่านมา Maguro Group จึงเร่งสร้างฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างรากฐานองค์กรที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านเทคโนโลยี R&D การบริหารจัดการข้อมูล ตลอดจนการพัฒนาแบรนด์ใหม่ๆ ออกมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคอย่างตรงจุด บนฐานคิด “Give More” หรือการให้มากกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง ซึ่งเป็นปรัชญาหลักที่กลุ่มผู้ก่อตั้งตั้งใจทำมาโดยตลอด
จากจุดเริ่มต้นของร้านซูชิ ปัจจุบัน Maguro Group ขยายอาณาจักรธุรกิจอาหาร มีแบรนด์ในเครือรวมกันทั้งสิ้น 14 แบรนด์ และตั้งเป้าหมายที่จะขยายจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 73 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ และการผลิกโฉมสู่แบรนด์อาหารไทย ภายใต้ชื่อ "หลาย" (Lai) ร้านอาหารไทย-อีสาน ซึ่งเปิดบริการเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ย่านกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่
นอกเหนือจากแบรนด์ร้านอาหารใหม่ เร็วๆ นี้ Maguro ได้นำเข้าแบรนด์ Age.3 (อาเกะซัง) แซนด์วิชทอดเจ้าดังจากประเทศญี่ปุ่น ที่พร้อมจะมาเปิดสาขาแรกที่ Central Park (ชั้น G) ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในบรรดาแบรนด์ทั้งหมด 14 แบรนด์ในเครือ Maguro Group มี 2 แบรนด์เรือธงหลัก ที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่
โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของ Maguro คือ กลุ่ม Premium Mass ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดแนวกว้างที่มีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่และมีพฤติกรรมใช้จ่ายราว 400-600 บาทต่อมื้อ รวมถึงชื่นชอบรับประทานอาหารนอกบ้าน
จักรกฤติ ระบุเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมของลูกค้ากลุ่ม Premium Mass มักจะสลับเปลี่ยนประเภทอาหารไปตามโอกาส วันนี้อาจจะอยากทานอาหารญี่ปุ่น อีกวันอยากทานชาบู หรือวันถัดไปอยากทานอาหารไทย แต่ยังคงรักษาการใช้จ่ายต่อมื้อไว้ในระดับเดิม
ดังนั้นเพื่อเชื่อมโยงลูกค้าให้อยู่ใน Ecosystem เดียวกัน บริษัทจึงได้พัฒนาระบบสมาชิก “Give More Plus Club” ซึ่งเป็นฐานข้อมูล CRM เดียวกันที่ใช้สะสมแต้มและรับสิทธิประโยชน์ร่วมกันได้ในทุกแบรนด์ในเครือ ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในมาตรฐานการบริการ ความคุ้มค่า และหวนกลับมาใช้บริการซ้ำภายในเครือ Maguro Group อยู่เสมอ
ส่งผลการดำเนินงานและผลประกอบการในปีนี้ Maguro Group ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 30% ซึ่งจักรกฤติเปิดเผยว่า จากผลการดำเนินงานตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตดังกล่าวได้
ส่วนทิศทางการเติบโตในอนาคต หลังจากการวางโครงสร้างแพลตฟอร์มองค์กรและระบบหลังบ้านจนแข็งแกร่ง Maguro Group ได้วางแผนงานที่จะเริ่มขยายสาขาออกสู่ต่างจังหวัดในปีหน้า รวมทั้งการเตรียมความพร้อมทางด้าน Business Model และ Core Value เพื่อวางรากฐานในการสเกลแบรนด์สู่ตลาดต่างประเทศในอนาคตต่อไป
อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney