
Mars ลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทยที่จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
เมื่อพูดถึง Pringles หลายคนอาจนึกถึงมันฝรั่งทอดในกระป๋องทรงกระบอกสีแดงที่มาพร้อมกับชิปที่เรียงซ้อนกันเป็นระเบียบ แต่สิ่งที่คนอาจจะไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับ Pringles มาก่อน คือ ขนมขบเคี้ยวแบรนด์นี้มีจุดเริ่มต้นที่มาจากโจทย์ใหญ่ที่ต้องการทำให้ชิปหรือแผ่นมันฝรั่งทอดมีรูปร่างเหมือนกันทุกแผ่น แถมยังต้องเรียงซ้อนกันได้ แบบไม่แตกอีกด้วย
คำตอบไม่ได้อยู่แค่ในครัว แต่เรื่องราวของ Pringles ต้องอาศัยทั้งวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และการออกแบบ ที่ได้กลายเป็นนวัตกรรมและเอกลักษณ์ของแบรนด์จนถึงปัจจุบัน
และวันนี้เรื่องราวของ Pringles เดินทางมาถึงอีกบทในประเทศไทย เมื่อ Mars บริษัทอาหารผู้ผลิต Pringles เจ้าของอาณาจักรแบรนด์ขนมและของว่างชื่อดังระดับโลกอย่าง Snickers และ M&M’s ประกาศเปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทยอย่างเป็นทางการที่จังหวัดชลบุรี ด้วยเงินลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท
นำไปสู่คำถามที่น่าสนใจว่า ทำไม Mars ถึงเลือกประเทศไทยเป็นฐานผลิต Pringles เพื่อส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก และการลงทุนครั้งนี้จะสร้างอะไรให้กับประเทศไทย นอกจากมันฝรั่งทอดที่ผลิตในไทย
เรื่องราวของ Pringles เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1950 ภายใต้การพัฒนาของ Procter & Gamble หรือ P&G บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่จากสหรัฐฯ ที่ต้องการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับมันฝรั่งทอดแบบเดิม ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องความมัน ความเก่า และการแตกหักระหว่างการเก็บรักษาและขนส่ง
แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ Pringles ไม่ได้เกิดจากนักประดิษฐ์เพียงคนเดียว แต่มาจากความสามารถจากนักวิทยาศาสตร์ถึง 3 คนที่เข้ามาแก้โจทย์คนละด้าน
คนแรก คือ Fredric Baur นักเคมีและนักวิจัยของ P&G ผู้เริ่มพัฒนา Pringles ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1950 เขาเป็นผู้ออกแบบทั้ง รูปทรงของแผ่นมันฝรั่งและกระป๋องทรงกระบอก จนเกิดเป็นแผ่นมันฝรั่งทอดรูปทรงโค้งคล้ายอานม้า หรือที่เรียกว่า Hyperbolic Paraboloid ซึ่งทำให้แผ่นมันฝรั่งสามารถเรียงซ้อนกันได้อย่างพอดีภายในกระป๋อง และช่วยลดการแตกหักระหว่างการขนส่ง
คนที่สอง คือ Alexander Liepa ผู้เข้ามาต่อยอดผลงานของ Baur ด้วยการพัฒนาเรื่องรสชาติ จนได้รับเครดิตในฐานะผู้ประดิษฐ์บนสิทธิบัตรของ Pringles และคนที่สามคือ Gene Wolfe ผู้พัฒนาเครื่องจักรที่ใช้ผลิต Pringles ทำให้แนวคิดเรื่องรูปทรงและสูตรสามารถถูกนำไปผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้
หลังจากใช้เวลาพัฒนาอยู่นานหลายปี Pringles เปิดตัวสู่ตลาดในช่วงปลายทศวรรษ 1960 และค่อย ๆ เติบโตจากผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากโจทย์ด้านวิศวกรรมอาหาร ไปสู่ Global Brand ในตลาดขนมขบเคี้ยว และหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคจดจำ Pringles ได้ไม่แพ้รูปทรงของมันฝรั่งก็คือ “หนวด” ของ Julius Pringles ชายหนุ่มหน้ากลมหนวดโค้งที่กลายมาเป็นภาพจำของแบรนด์
เบื้องหลังการเติบโตของ Pringles ยังสะท้อนอีกมุมหนึ่งของธุรกิจ Global Brand นั่นคือ การเปลี่ยนมือของเจ้าของ เมื่อ Pringles เคยอยู่ภายใต้ Procter & Gamble ก่อนที่ Kellogg's จะเข้าซื้อธุรกิจ Pringles ในปี 2012 และต่อมา Pringles เข้าไปอยู่ภายใต้ Kellanova หลังการแยกธุรกิจของ Kellogg's
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี 2025 เมื่อ Mars เข้าซื้อ Kellanova ทำให้ Pringles, Cheez-It และ Pop-Tarts รวมเข้ามาอยู่ในธุรกิจ Mars Snacking อย่างเป็นทางการ
ดีลดังกล่าวมีมูลค่าราว 35,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นหนึ่งในดีลสำคัญที่ทำให้ Mars ขยายพอร์ตธุรกิจขนมขบเคี้ยวจากเดิมที่มีแบรนด์อย่าง M&M'S, Snickers, Twix, Dove, Skittles และ Extra เข้ามาสู่กลุ่มแบรนด์ของ Kellanova อย่าง Pringles และ Cheez-It ด้วย
ดังนั้นเมื่อ Mars ขยายธุรกิจ Pringles ในระดับโลก สิ่งที่ตามมาจึงไม่ใช่เพียงการทำตลาด แต่รวมถึงการสร้าง Manufacturing Network เพื่อให้สามารถผลิตและกระจายสินค้าไปยังตลาดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประเทศไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของเครือข่ายนี้
ล่าสุด Mars ประกาศเปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่จังหวัดชลบุรี หลังลงทุนมากกว่า 7,000 ล้านบาท พร้อมเริ่มดำเนินงานสายการผลิตที่ 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับตลาดภูมิภาค
โดยโรงงานแห่งนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ซึ่งมีพื้นที่โรงงานประมาณ 73,800 ตารางเมตร ภายในพื้นที่โครงการทั้งหมดประมาณ 208,000 ตารางเมตร
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แม้โรงงานจะตั้งอยู่ในประเทศไทย แต่เป้าหมายของโรงงานไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตลาดไทย แต่จะถูกส่งต่อไปยังตลาดอื่นในภูมิภาคด้วย โดยปัจจุบันโรงงานเริ่มส่งออก Pringles ไปยัง อินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน แล้ว และถูกวางให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสำหรับตลาดในภูมิภาค Asia Pacific, Middle East และ Africa หรือ AMEA
คำตอบจาก Mars มีอยู่หลายส่วน แต่สามารถสรุปเป็น 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และทำเลที่เชื่อมต่อกับตลาดภูมิภาค
เหตุผลแรกคือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การตั้งโรงงานใน EEC ทำให้ไทยมีพื้นที่อุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการผลิตขนาดใหญ่ ขณะที่ทำเลของประเทศไทยยังเชื่อมโยงกับตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคเอเชียได้
อย่างที่สองคือเรื่องบุคลากร Mars ระบุว่าโรงงานสร้างการจ้างงานโดยตรงมากกว่า 170 ตำแหน่งในช่วงเริ่มต้นดำเนินงาน พร้อมลงทุนในการพัฒนาทักษะบุคลากรและศักยภาพด้านการผลิต โดยมีการวางสัดส่วนพนักงานชายและหญิงโดยรวมอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน และประมาณ 50% ของตำแหน่งระดับผู้นำในโรงงานเป็นผู้หญิง
และเรื่องที่สาม คือ Supply Chain สิ่งที่น่าสนใจ คือ เกือบ 50% ของงบประมาณด้านการจัดซื้อจัดจ้างของโรงงานมาจากซัพพลายเออร์ในประเทศไทย ตัวเลขนี้ทำให้ผลกระทบของโรงงานไม่ได้จบลงที่จำนวนพนักงานในโรงงาน 170 คน แต่เชื่อมโยงต่อไปยังบริษัทและผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานด้วย
อีกจุดที่น่าสนใจของโรงงาน Pringles ในชลบุรี คือ Mars วางโรงงานแห่งนี้ให้เป็น Smart Factory ที่ทุ่มให้กับการวางระบบด้วยเทคโนโลยี กระบวนการผลิต และ Supply Chain ที่จะรองรับการผลิตในระยะยาว นอกจากนี้การเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการครั้งนี้ยังมาพร้อมกับการเริ่มเดินเครื่องสายการผลิตที่ 2 ในเดือนกันยายน 2569 พร้อมกับแผนเปิดสายการผลิตที่ 3 ในช่วง ปลายปี 2570
ในมุมของภาครัฐ BOI มองว่า ประเทศไทยกำลังได้เป็นส่วนหนึ่งของ Global Supply Chain ของแบรนด์ระดับโลก และการลงทุนของ Mars สะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นฐานรองรับการผลิตขั้นสูงและการลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว รวมถึงช่วยสร้างงาน พัฒนาทักษะ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานในประเทศ
ที่มาข้อมูล Pringles, The Atlantic , Mars , The Guardian
คลิกอ่านคอลัมน์ BrandStory เพิ่มเติม
อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney