ทำไม Pringles แบรนด์ขนมระดับโลก เลือกไทยเป็นฐานผลิตส่งออกโลก สร้างโรงงานมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท

Business

Business Strategy

พิมพ์ชญา ภมรพล

พิมพ์ชญา ภมรพล

Tag

ทำไม Pringles แบรนด์ขนมระดับโลก เลือกไทยเป็นฐานผลิตส่งออกโลก สร้างโรงงานมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท

Date Time: 23 ก.ย. 2569 16:15 น.

Video

แบกทั้งบ้านจนไม่เหลือเก็บ! แก้ยังไงดี? โอมศิริ x ราเมษฐ์ KKP | Money Issue EP.71

Summary

Mars ลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทยที่จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

  • โรงงานแห่งนี้ถูกวางให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักสำหรับตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA)
  • การลงทุนนี้สร้างการจ้างงานกว่า 170 ตำแหน่ง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากรและมีสัดส่วนผู้นำหญิงสูงถึง 50%
  • Mars เน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ โดยงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 50% มาจากซัพพลายเออร์ในประเทศไทย
  • โรงงานถูกออกแบบเป็น Smart Factory พร้อมแผนขยายสายการผลิตต่อเนื่องจนถึงปี 2570 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก

Latest


เมื่อพูดถึง Pringles หลายคนอาจนึกถึงมันฝรั่งทอดในกระป๋องทรงกระบอกสีแดงที่มาพร้อมกับชิปที่เรียงซ้อนกันเป็นระเบียบ แต่สิ่งที่คนอาจจะไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับ Pringles มาก่อน คือ ขนมขบเคี้ยวแบรนด์นี้มีจุดเริ่มต้นที่มาจากโจทย์ใหญ่ที่ต้องการทำให้ชิปหรือแผ่นมันฝรั่งทอดมีรูปร่างเหมือนกันทุกแผ่น แถมยังต้องเรียงซ้อนกันได้ แบบไม่แตกอีกด้วย

คำตอบไม่ได้อยู่แค่ในครัว แต่เรื่องราวของ Pringles ต้องอาศัยทั้งวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และการออกแบบ ที่ได้กลายเป็นนวัตกรรมและเอกลักษณ์ของแบรนด์จนถึงปัจจุบัน

และวันนี้เรื่องราวของ Pringles เดินทางมาถึงอีกบทในประเทศไทย เมื่อ Mars บริษัทอาหารผู้ผลิต Pringles เจ้าของอาณาจักรแบรนด์ขนมและของว่างชื่อดังระดับโลกอย่าง Snickers และ M&M’s ประกาศเปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทยอย่างเป็นทางการที่จังหวัดชลบุรี ด้วยเงินลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท

นำไปสู่คำถามที่น่าสนใจว่า ทำไม Mars ถึงเลือกประเทศไทยเป็นฐานผลิต Pringles เพื่อส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก และการลงทุนครั้งนี้จะสร้างอะไรให้กับประเทศไทย นอกจากมันฝรั่งทอดที่ผลิตในไทย

The Pringle as Technology , TheAtlantic
The Pringle as Technology , TheAtlantic


จุดเริ่มต้นแผ่นมันฝรั่งทอดทรงอานม้า

เรื่องราวของ Pringles เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1950 ภายใต้การพัฒนาของ Procter & Gamble หรือ P&G บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่จากสหรัฐฯ ที่ต้องการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับมันฝรั่งทอดแบบเดิม ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องความมัน ความเก่า และการแตกหักระหว่างการเก็บรักษาและขนส่ง

แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ Pringles ไม่ได้เกิดจากนักประดิษฐ์เพียงคนเดียว แต่มาจากความสามารถจากนักวิทยาศาสตร์ถึง 3 คนที่เข้ามาแก้โจทย์คนละด้าน

คนแรก คือ Fredric Baur นักเคมีและนักวิจัยของ P&G ผู้เริ่มพัฒนา Pringles ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1950 เขาเป็นผู้ออกแบบทั้ง รูปทรงของแผ่นมันฝรั่งและกระป๋องทรงกระบอก จนเกิดเป็นแผ่นมันฝรั่งทอดรูปทรงโค้งคล้ายอานม้า หรือที่เรียกว่า Hyperbolic Paraboloid ซึ่งทำให้แผ่นมันฝรั่งสามารถเรียงซ้อนกันได้อย่างพอดีภายในกระป๋อง และช่วยลดการแตกหักระหว่างการขนส่ง

คนที่สอง คือ Alexander Liepa ผู้เข้ามาต่อยอดผลงานของ Baur ด้วยการพัฒนาเรื่องรสชาติ จนได้รับเครดิตในฐานะผู้ประดิษฐ์บนสิทธิบัตรของ Pringles และคนที่สามคือ Gene Wolfe ผู้พัฒนาเครื่องจักรที่ใช้ผลิต Pringles ทำให้แนวคิดเรื่องรูปทรงและสูตรสามารถถูกนำไปผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้

หลังจากใช้เวลาพัฒนาอยู่นานหลายปี Pringles เปิดตัวสู่ตลาดในช่วงปลายทศวรรษ 1960 และค่อย ๆ เติบโตจากผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากโจทย์ด้านวิศวกรรมอาหาร ไปสู่ Global Brand ในตลาดขนมขบเคี้ยว และหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคจดจำ Pringles ได้ไม่แพ้รูปทรงของมันฝรั่งก็คือ “หนวด” ของ Julius Pringles ชายหนุ่มหน้ากลมหนวดโค้งที่กลายมาเป็นภาพจำของแบรนด์


จาก P&G สู่ Kellogg's และวันนี้อยู่ในมือ Mars

เบื้องหลังการเติบโตของ Pringles ยังสะท้อนอีกมุมหนึ่งของธุรกิจ Global Brand นั่นคือ การเปลี่ยนมือของเจ้าของ เมื่อ Pringles เคยอยู่ภายใต้ Procter & Gamble ก่อนที่ Kellogg's จะเข้าซื้อธุรกิจ Pringles ในปี 2012 และต่อมา Pringles เข้าไปอยู่ภายใต้ Kellanova หลังการแยกธุรกิจของ Kellogg's

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี 2025 เมื่อ Mars เข้าซื้อ Kellanova ทำให้ Pringles, Cheez-It และ Pop-Tarts รวมเข้ามาอยู่ในธุรกิจ Mars Snacking อย่างเป็นทางการ

ดีลดังกล่าวมีมูลค่าราว 35,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นหนึ่งในดีลสำคัญที่ทำให้ Mars ขยายพอร์ตธุรกิจขนมขบเคี้ยวจากเดิมที่มีแบรนด์อย่าง M&M'S, Snickers, Twix, Dove, Skittles และ Extra เข้ามาสู่กลุ่มแบรนด์ของ Kellanova อย่าง Pringles และ Cheez-It ด้วย

ดังนั้นเมื่อ Mars ขยายธุรกิจ Pringles ในระดับโลก สิ่งที่ตามมาจึงไม่ใช่เพียงการทำตลาด แต่รวมถึงการสร้าง Manufacturing Network เพื่อให้สามารถผลิตและกระจายสินค้าไปยังตลาดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประเทศไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของเครือข่ายนี้

Mars ลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท เปิดโรงงาน Pringles แห่งแรกในไทย

ล่าสุด Mars ประกาศเปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่จังหวัดชลบุรี หลังลงทุนมากกว่า 7,000 ล้านบาท พร้อมเริ่มดำเนินงานสายการผลิตที่ 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับตลาดภูมิภาค

โดยโรงงานแห่งนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ซึ่งมีพื้นที่โรงงานประมาณ 73,800 ตารางเมตร ภายในพื้นที่โครงการทั้งหมดประมาณ 208,000 ตารางเมตร

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แม้โรงงานจะตั้งอยู่ในประเทศไทย แต่เป้าหมายของโรงงานไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตลาดไทย แต่จะถูกส่งต่อไปยังตลาดอื่นในภูมิภาคด้วย โดยปัจจุบันโรงงานเริ่มส่งออก Pringles ไปยัง อินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน แล้ว และถูกวางให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสำหรับตลาดในภูมิภาค Asia Pacific, Middle East และ Africa หรือ AMEA

กาเบรียล เฟอร์นันเดซ ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA), มาร์ส สแนกกิ้ง
กาเบรียล เฟอร์นันเดซ ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA), มาร์ส สแนกกิ้ง

แล้วทำไมต้องเป็น “ประเทศไทย”?

คำตอบจาก Mars มีอยู่หลายส่วน แต่สามารถสรุปเป็น 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และทำเลที่เชื่อมต่อกับตลาดภูมิภาค

เหตุผลแรกคือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การตั้งโรงงานใน EEC ทำให้ไทยมีพื้นที่อุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการผลิตขนาดใหญ่ ขณะที่ทำเลของประเทศไทยยังเชื่อมโยงกับตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคเอเชียได้

อย่างที่สองคือเรื่องบุคลากร Mars ระบุว่าโรงงานสร้างการจ้างงานโดยตรงมากกว่า 170 ตำแหน่งในช่วงเริ่มต้นดำเนินงาน พร้อมลงทุนในการพัฒนาทักษะบุคลากรและศักยภาพด้านการผลิต โดยมีการวางสัดส่วนพนักงานชายและหญิงโดยรวมอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน และประมาณ 50% ของตำแหน่งระดับผู้นำในโรงงานเป็นผู้หญิง

และเรื่องที่สาม คือ Supply Chain สิ่งที่น่าสนใจ คือ เกือบ 50% ของงบประมาณด้านการจัดซื้อจัดจ้างของโรงงานมาจากซัพพลายเออร์ในประเทศไทย ตัวเลขนี้ทำให้ผลกระทบของโรงงานไม่ได้จบลงที่จำนวนพนักงานในโรงงาน 170 คน แต่เชื่อมโยงต่อไปยังบริษัทและผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานด้วย

อีกจุดที่น่าสนใจของโรงงาน Pringles ในชลบุรี คือ Mars วางโรงงานแห่งนี้ให้เป็น Smart Factory ที่ทุ่มให้กับการวางระบบด้วยเทคโนโลยี กระบวนการผลิต และ Supply Chain ที่จะรองรับการผลิตในระยะยาว นอกจากนี้การเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการครั้งนี้ยังมาพร้อมกับการเริ่มเดินเครื่องสายการผลิตที่ 2 ในเดือนกันยายน 2569 พร้อมกับแผนเปิดสายการผลิตที่ 3 ในช่วง ปลายปี 2570

ในมุมของภาครัฐ BOI มองว่า ประเทศไทยกำลังได้เป็นส่วนหนึ่งของ Global Supply Chain ของแบรนด์ระดับโลก และการลงทุนของ Mars สะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นฐานรองรับการผลิตขั้นสูงและการลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว รวมถึงช่วยสร้างงาน พัฒนาทักษะ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานในประเทศ


ที่มาข้อมูล Pringles, The Atlantic , Mars , The Guardian 

คลิกอ่านคอลัมน์ BrandStory เพิ่มเติม  

อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

พิมพ์ชญา ภมรพล

พิมพ์ชญา ภมรพล
from digital economies to the art of brand identity