จากพนักงานแบงก์สู่หุ้นส่วน "มีน-ยศพร สุวรรณวิเชียร" ปั้น Thailand Model จนได้ถือหุ้น Banobagi

Business

Business Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จากพนักงานแบงก์สู่หุ้นส่วน "มีน-ยศพร สุวรรณวิเชียร" ปั้น Thailand Model จนได้ถือหุ้น Banobagi

Date Time: 12 ก.ย. 2569 04:05 น.

Video

วัยสร้างตัว ซื้อบ้านหรือซื้อรถก่อนดี? ให้ชีวิตไม่พัง | Money Issue EP.73

Summary

จากอดีตพนักงานแบงก์ที่ทำงานด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์กับธนาคารชั้นนำมาถึง 3 แห่ง สู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในวัย 38 ปี ที่เลือกก้าวออกจากเส้นทางการทำงานประจำ มองหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเอง

Latest


บางครั้ง “โอกาสทางธุรกิจ” ไม่ได้เริ่มจากการสร้างสินค้าใหม่ หรือการมีเงินทุนมหาศาล แต่อาจเริ่มจากการมองเห็น “สิ่งที่คนอื่นยังมองไม่เห็น” ในสินค้าที่มีอยู่แล้ว เรื่องราวของ “คุณมีน-ยศพร สุวรรณวิเชียร” ซีอีโอ บริษัท บียอนด์บิวตี้ เทรด จำกัด เป็นหนึ่งของตัวอย่างผู้ที่เห็นโอกาสทางธุรกิจในสินค้าที่มีอยู่แล้ว

จากอดีตพนักงานแบงก์ที่ทำงานด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์กับธนาคารชั้นนำมาถึง 3 แห่ง สู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในวัย 38 ปี ที่เลือกก้าวออกจากเส้นทางการทำงานประจำ มองหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเอง ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลี หลังจากได้สัมผัสกับกระแส K-Beauty ที่โดดเด่นทางด้านสกินแคร์ จึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและตัดสินใจนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยเฉพาะ Facial Mask ยังไม่ได้นิยมในไทยมากนัก ปรากฏว่า Facial Mask ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนเธอเล่าว่า “นำเข้ามาเท่าไรก็ขายหมด” กระทั่งได้เป็นตัวแทนจำหน่าย Facial Mask ให้กับแบรนด์หนึ่ง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในช่องทางค้าปลีก และทีวีช็อปปิ้ง

ขณะที่เธอยังคงหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้ามาขาย จนมาพบ Facial Mask ที่วางขายในโรงพยาบาลศัลยกรรม Banobagi ชั้นนำที่คนไทยรู้จักและให้การยอมรับเป็นอย่างดี ในเวลานั้น Facial Mask ของ Banobagi ยังไม่ได้ทำตลาดในวงกว้าง จำหน่ายให้เฉพาะผู้ใช้บริการในโรงพยาบาลและคลินิกศัลยกรรมเป็นหลัก “คุณมีน” มองเห็น “จุดขาย” สำคัญคือ การเป็นสินค้าที่ผลิตโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังของโรงพยาบาลศัลยกรรมชั้นนำและด้วยนวัตกรรมของเกาหลีที่ได้การยอมรับอยู่แล้ว สินค้าจึงต้องมีประสิทธิภาพและได้รับความเชื่อมั่นมากกว่า!!

เธอจึงตัดสินใจขอนัดพบกับคุณหมอเจ้าของ Banobagi เกาหลี เพื่อเจรจาเป็นตัวแทนจำหน่าย Facial Mask Banobagi ในไทย!!

หากมองแบบผู้นำเข้าทั่วไป คือซื้อสินค้าแล้วมาหาช่องทางการขาย แต่สำหรับ “คุณมีน” แม้มั่นใจในนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ แต่เธอมองว่าของดีเกาหลีอาจไม่ได้เหมาะกับคนไทย ด้วยพื้นผิวที่ต่างกันทั้งสภาพอากาศและพฤติกรรมการใช้สกินแคร์ เธอจึงขอให้คุณหมอพัฒนา Facial Mask โดยใช้สูตรที่มีเนื้อสัมผัสและสารบำรุงที่เหมาะกับผิว สภาพอากาศ และพฤติกรรมของคนไทย เพื่อนำมาขายให้คนไทยโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันแรกที่เจรจาขอเป็นตัวแทนจำหน่าย!!

“เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเพียงคนขายสินค้า แต่ต้องเข้าใจว่าคนไทยต้องการสินค้าแบบไหน แล้วนำข้อมูล Local Consumer Insight กลับไปทำงานร่วมกับทีม R&D ของ Banobagi  เพื่อพัฒนาให้ตอบโจทย์คนไทย”

จากบทบาท Importer เธอเริ่มต้นด้วยการร่วม Co-creator โดยนำหลัก Customer Centric มาใช้ตั้งแต่การผลิตสินค้า การตลาด การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงช่องทางจำหน่าย

ปลายปี 2018 Banobagi Facial Mask เริ่มเข้าสู่ตลาดไทยอย่างจริงจัง และผลตอบรับเกินคาด โดยช่วงโควิด “คุณมีน” เล่าว่า ยอดขายเติบโตต่อเนื่องจน Banobagi ขึ้นเป็นผู้นำตลาด Facial Mask ในไทย และตั้งแต่ปี 2019 ได้รับรางวัล Watsons Award ในหมวดมาสก์หน้าขายดีที่สุด ต่อเนื่องถึง 7 ปีซ้อน

ขณะเดียวกันยังได้เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยให้หันมาใช้ Facial Mask บำรุงผิวหน้าในชีวิตประจำวัน แบรนด์ต่างๆ ทั้งจากเกาหลีต่างพากันเข้ามาเปิดตลาดในไทย รวมทั้งแบรนด์ไทยเอง ส่งผลให้ตลาด Facial Mask ในไทยมีมูลค่ามากกว่า 6,052.9 ล้านบาทในปี 2024 เพิ่มจาก 3,487.6 ล้านบาทในปี 2019 หรือโตกว่า 73% ภายใน 5 ปี การเติบโตนี้สะท้อนว่า การมาสก์หน้าไม่ใช่แฟชั่นชั่วคราว แต่กลายเป็น Routine การดูแลผิวของผู้บริโภคยุคใหม่

แต่สำหรับ Banobagi นั้น ยอดขายและปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ได้ส่งผลให้สินค้าที่เคยวางขายอยู่ในโรงพยาบาลและคลินิกศัลยกรรม กลายเป็นแบรนด์มาสก์หน้าที่รู้จักในวงกว้าง สิ่งสำคัญกว่ายอดขาย คือความสำเร็จในตลาดเมืองไทย ยังได้ส่งแรงกระเพื่อมให้ธุรกิจในกลุ่ม Cosmetic ที่เคยเป็นเพียงธุรกิจส่วนเล็กๆของ Banobagi ขยายตัวและเติบโตได้เกินความคาดหมาย

ประเทศไทยกลายเป็นตลาดที่พิสูจน์ Business Model ของความสำเร็จ ในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เธอเล่าว่า มีนักธุรกิจและนักลงทุนหลายประเทศเข้ามาติดต่อขอเป็นผู้แทนจำหน่ายและหลายประเทศในเอเชีย ขอนำรูปแบบการทำตลาดและการสร้างแบรนด์จากไทยไปปรับใช้ จนกลายเป็น Thailand Model  ที่นำพาการเติบโตให้กับบริษัท Banobagi Cosmetic เกาหลี

เมื่อ Local Success กลายเป็น Global Strategy ธุรกิจสกินแคร์ ที่มีทีมงานเพียง 3 คน ในวันแรกและขยายตลาดไป 26 ประเทศทั่วโลกครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรปและสหรัฐอเมริกา!! 

เมื่อถามถึงกลยุทธ์ที่ทำให้การสร้างแบรนด์ประสบความสำเร็จ “คุณมีน” บอกว่า นอกจากผลิตภัณฑ์ มีคุณภาพดี ผลิตมาเพื่อตอบโจทย์ผิวและพฤติกรรมของคนไทยโดยเฉพาะแล้ว อีกกลยุทธ์สำคัญคือ การปั้นแบรนด์ด้วย Celebrity Marketing ที่ผ่านมาแบรนด์ทำงานร่วมกับ “มดดำ-คชาภา” เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการรับรู้ ต่อด้วยบอยแบนด์ดัง PROXIE และ “เตนล์” หนุ่มไทยจากวงไอดอลเกาหลี NCT ปัจจุบัน “บิวกิ้น-พุฒิพงศ์” เป็นพรีเซนเตอร์มาสก์หน้า

ล่าสุด ขยายผลิตภัณฑ์เข้าสู่กลุ่มกันแดด แบรนด์เลือก “พีพี-กฤษฏ์” เป็นพรีเซนเตอร์ โดยมองว่ามีภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ ทั้งความเป็นคนรุ่นใหม่ มีรสนิยม ใส่ใจการดูแลผิว และมีฐานแฟนคลับที่พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ศิลปินเป็นตัวแทนหรือพรีเซนเตอร์ และขยายผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มวัยรุ่นอย่าง BANOBAGI Bye Bye Acne Hydrocolloid Patch ที่ได้ T-POP อย่าง IZ มาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ถือเป็นการเลือกพรีเซนเตอร์ให้ Match กับ Brand Personality + Target Consumer เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกนับไม่ถ้วน แบรนด์ไม่ได้แข่งขันกันแค่คุณสมบัติสินค้า แต่แข่งกันว่าใครเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้มากกว่ากัน!!

หลังจากเธอสร้าง Banobagi จนประสบความสำเร็จในไทย สถานทูตเกาหลีและบริษัทสกินแคร์จากเกาหลีหลายแบรนด์ได้เชิญให้เข้าร่วม Business Matching ทุกปี แต่เธอยังคงเลือก Banobagi เป็นพันธมิตรหลัก ซึ่งผลจากการทำงานร่วมกันระยะยาว ทำให้ความสัมพันธ์ของ “คุณมีน” กับ Banobagi พัฒนาสู่การเป็น Strategic Partner ล่าสุดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา Banobagi Cosmetic เกาหลีเสนอให้ “คุณมีน” เข้าร่วมทุนถือหุ้น 10% ในบริษัท โดยเป็นคนไทยคนเดียวที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 4 ที่เหลือเป็นคุณหมอชาวเกาหลีทั้งหมด โดยภายใน 2-3 ปีนี้ ยังมีแผนจะนำบริษัทระดมทุนในตลาดหุ้นสิงคโปร์หรือฮ่องกงด้วย

“การที่เกาหลีเสนอให้เราเข้าถือหุ้น ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่เพราะเขามั่นใจในเรา ขณะที่เราก็เลือกเขา การเข้าถือหุ้นมันจึงไม่ใช่การลงทุน แต่เป็นการยืนยันว่าเราจะเติบโตไปด้วยกัน!!”

“คุณมีน” ปิดท้ายว่า เป้าหมายของเธอ อยากให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ คุณภาพสูงจากนวัตกรรมระดับสูงของเกาหลี ในราคาที่จับต้องได้ ในอนาคตเธอยังมีแผนที่จะสร้างสกินแคร์แบรนด์ไทย โดยใช้นวัตกรรม จากเกาหลี เพื่อขายในไทยและต่างประเทศด้วย!!

เลดี้แจน

คลิกอ่านคอลัมน์ "Business On My Way" เพิ่มเติม



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ