ไทยมาร์ท x ไทยรัฐ เปิดทางลัดผู้ประกอบการไทย ยึดหน้าจอไพรม์ไทม์ เปลี่ยนคนดูเป็นคนซื้อ

Business

Business Strategy

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

Tag

ไทยมาร์ท x ไทยรัฐ เปิดทางลัดผู้ประกอบการไทย ยึดหน้าจอไพรม์ไทม์ เปลี่ยนคนดูเป็นคนซื้อ

Date Time: 21 ส.ค. 2569 17:40 น.

Video

แก้ปัญหาค่าครองชีพได้จริงไหม? เจาะลึกเงินกู้ 4 แสนล้าน กับ กรณ์ - ศิริกัญญา | Money Issue EP.61

Summary

ไทยมาร์ท จัดงานเปิดตัวครั้งสำคัญ “Thaimart Seller App” พร้อมต่อยอดการผนึกกำลังกับ ไทยรัฐ ภายใต้แนวคิด “ไทยมาร์ท x ไทยรัฐ: สร้างแบรนด์ สร้างชาติ” พร้อมเปิดตัวรายการสดรูปแบบใหม่ “ช้อปเถิดชาวไทย” บนช่วงเวลาไพรม์ไทม์เพื่อเปลี่ยน “คนดู” ให้เป็น “คนซื้อ” และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ไทยทั่วประเทศ

ไทยมาร์ท จัดงานเปิดตัวครั้งสำคัญ “Thaimart Seller App” พร้อมต่อยอดการผนึกกำลังกับ ไทยรัฐ ภายใต้แนวคิด “ไทยมาร์ท x ไทยรัฐ: สร้างแบรนด์ สร้างชาติ” พร้อมเปิดตัวรายการสดรูปแบบใหม่ “ช้อปเถิดชาวไทย” บนช่วงเวลาไพรม์ไทม์เพื่อเปลี่ยน “คนดู” ให้เป็น “คนซื้อ” และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ไทยทั่วประเทศ

นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ Thaimart เปิดเผยถึงเหตุผลสำคัญ 4 ประการในการตัดสินใจจับมือกับไทยรัฐกรุ๊ป 

ประการแรกคือ วิสัยทัศน์ที่ตรงกันในการทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ หรือ National Agenda 

ประการที่สอง คือ ไทยรัฐเป็นสื่อระดับประเทศที่เคียงข้างคนไทยมายาวนานกว่า 70 ปี มีความน่าเชื่อถือที่หยั่งรากลึก 

ประการที่สาม คือ ไทยรัฐมีความพร้อมครบวงจรทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ ทีวีดิจิทัล (ไทยรัฐทีวี) และสื่อออนไลน์ ซึ่งตอบโจทย์ทุกจุดของผู้ประกอบการไทยที่ไม่ได้ขาดเพียงช่องทางขาย แต่ยังขาด “การสร้างแบรนด์” และ “ความน่าเชื่อถือ” ในสายตาผู้บริโภค 

และประการสุดท้าย คือ ข้อตกลงร่วมกันตั้งแต่วันแรกที่มุ่งเน้นการพาผู้ประกอบการมาสร้างแบรนด์ ไม่ใช่เพียงแค่การทำยอดขายชั่วคราว

ด้าน วัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้เริ่มต้นจากการมองเห็น Point Pain ของผู้ประกอบการไทยเหมือนกัน ทั้งในเรื่องความต้องการพื้นที่การค้าที่เป็นธรรม และความจำเป็นที่ประเทศไทยควรจะมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นของตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยมีสินค้าคุณภาพดีมากมายแต่ขาดการเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ 

ไทยรัฐจึงนำจุดแข็งด้านการผลิตคอนเทนต์ สื่อมีเดีย และฐานผู้ฟังผู้อ่านทั่วประเทศ มาผสานกับแพลตฟอร์มของ Thaimart เพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ใหม่ที่ช่วยอัปสเกล ให้โอกาส และติดอาวุธให้ธุรกิจไทยเติบโตได้จริง

“ถ้ามองภาพใหญ่ของความร่วมมือครั้งนี้บทบาทของไทยรัฐ คือ ไทยรัฐไม่ได้อยากจะเป็นแค่สื่อที่นำเสนอข่าว แต่ต้องการเป็นพันธมิตรของผู้ประกอบการไทยและคนไทยทุกคน ที่อยากสร้างแบรนด์ สร้างTrust สร้างโอกาส เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยที่ไม่ใช้งบที่เยอะ เรามีทุกช่องทางที่ช่วยติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการไทย ผ่านรายการใหม่สำหรับตรงนี้โดยเฉพาะ คือรายการ “ช้อปเถิดชาวไทย” โดยมีความแปลกใหม่ และช่วยผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเพิ่มเติมในการสร้างแบรนด์ ขายสินค้า ต่อๆ ไปได้” วัชร กล่าว

ขณะที่หมัดเด็ดสำคัญของความร่วมมือนี้คือการเปิดตัวรายการใหม่ “ช้อปเถิดชาวไทย” โดย มัญชริตา เพ็ชรคล้าย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ ได้ฉายภาพรายละเอียดและอาวุธสำคัญของรายการนี้ว่า นี่คือการฉีกกฎรายการโฮมช้อปปิ้งและทีวีช้อปปิ้งแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง 

“ปกติแล้ว  Home Shopping รายการอื่น ขายของได้ 7-8 นาทีก็ต้องตัดเข้าโฆษณาแล้ว แต่รายการนี้เป็นรายการแรกที่ให้ขาย กันแบบ Non-stop 1 ชั่วโมงเต็มในออนไลน์ และอีก 1 ชั่วโมงใน ทีวี ป้ายยากันได้เพลิดเพลิน ไม่มีจังหวะให้เปลี่ยนช่องหนี” มัญชริตา กล่าว

โดยมีไฮไลต์และความโดดเด่นดังนี้

  • ฐานผู้ชมขนาดใหญ่: ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์มีฐานคนดูรวมกว่า 30 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งเตรียมไว้รองรับการเปลี่ยนจากคนดูมาเป็นคนซื้อโดยตรง
  • การถ่ายทอดสด 2 ชั่วโมงเต็ม ไร้โฆษณาคั่น: ออกอากาศสดเต็มๆ 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 21:30 น. ถึง 23:30 น. ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ โดยไร้โฆษณาแทรก ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเล่าเรื่องราว ป้ายยา ชิม โชว์ และสร้าง Trust ได้อย่างต่อเนื่อง
  • ปรากฏการณ์ไลฟ์ 2 หน้าจอพร้อมกัน: ทำการถ่ายทอดสดพร้อมกันทั้งบนทีวีและออนไลน์ ในช่วง 21:30 - 22:30 น. จะไลฟ์สดผ่านแอปพลิเคชัน Thaimart และ Facebook ไทยรัฐทีวี ก่อนจะยกสัญญาณขึ้นถ่ายทอดสดบนหน้าจอไทยรัฐทีวีควบคู่กันในช่วง 22:30 - 23:30 น. ชมแล้วสแกน QR Code บนจอสั่งซื้อได้ทันทีภายใน 1 นาที
  • ช่วงเวลา Prime Time ที่ดีที่สุด: ออกอากาศต่อจากรายการ “ไทยรัฐนิวส์โชว์” ซึ่งเป็นรายการข่าวค่ำที่มีเรตติ้งสูงสุดของช่อง ซึ่งสามารถจับพฤติกรรมคนไทยที่ชอบดูข่าวค่ำและชอบช้อปปิ้งก่อนนอนได้เป็นอย่างดี
  • พิสูจน์แล้วจาก Success Case: ก่อนหน้านี้ไทยรัฐเคยทำรายการทดลองอย่าง “ตะกร้าแตก” ที่สร้างยอดขายทะลุล้านบาทภายใน 1 ชั่วโมงมาแล้ว เช่น กรณีของ “มาดามภัทร” เจ้าของสวนทุเรียน รวมถึงสินค้ากระแสอย่าง เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง และน้ำพริกอาจารย์เบียร์ พิสูจน์ว่าคนดูไทยรัฐมีกำลังซื้อสูง ซื้อง่าย และคุ้นเคยกับการสแกนซื้อสินค้าผ่านจอทีวี
  • ทีมนักขายมืออาชีพคอยช่วย: ผู้ผระกอบการไทยจะมีผู้ประกาศข่าวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของไทยรัฐ เช่น มิ้นท์-อรชพร, เชอรี่ รัตนไพฑูรย์, แจ็คเกอรีน, ยู่ยี่ และแพมจิ มาประกบคู่ช่วยเชียร์ขายและสร้าง Energy ตลอดรายการ ประมวลผลเหมือนได้พรีเซนเตอร์ระดับประเทศช่วย Endorse สินค้าให้ฟรี พร้อมกับมีโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายอยู่เสมอ

พันธ์ธวัช เน้นย้ำถึงมูลค่าที่ผู้ประกอบการจะได้รับว่า การได้ไลฟ์สดผ่านหน้าจอทีวีดิจิทัลทั่วประเทศในช่วงไพรม์ไทม์เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เป็นสิ่งที่หาได้ยากและต้องใช้งบประมาณสูงมาก สิ่งที่ได้กลับมาจึงมากกว่ายอดขาย แต่คือ Engagement, Branding และ “ตราการันตี” ความน่าเชื่อถือ (เปรียบเสมือนการได้รับ Badge สีฟ้าการันตีคุณภาพบน Facebook) 

เพราะ Thaimart ได้ทำการซื้อชั่วโมงโฆษณาเหล่านี้ล่วงหน้าไว้ให้ผู้ประกอบการกว่า 36,000 รายที่สมัครเข้ามา เพื่อให้ทุกคนได้ใช้เป็นทางลัดในการเติบโตแบบพุ่งทะยาน โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างฐานแฟนจากหลักสิบหลักร้อยเอง

“สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการเพื่อเข้าร่วมรายการ “ช้อปเถิดชาวไทย” จะเน้นสินค้าที่มีคุณภาพ มีความตั้งใจจริงในการสร้างแบรนด์ อยากจะเล่า storytelling คนที่อยากทำแบรนด์ มีอนาคต ไม่ใช่การขายสินค้าไปวันๆ โดยจะหมุนเวียนประเภทสินค้าให้มีความหลากหลายตลอด 7 วัน และในช่วงปลายปีนี้จะมีการเปิดตัว "Thaimart Academy" เพื่อคัดเลือกและบ่มเพาะผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงเข้าร่วมรายการอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น” พันธ์ธวัช กล่าว

ทั้งนี้ ผู้บริหารทั้งสามท่านได้ร่วมฝากข้อคิดทิ้งท้ายถึงทิศทางธุรกิจ โดยชี้ให้เห็นว่า Digital Transformation และพฤติกรรมผู้บริโภคในการซื้อของออนไลน์ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป แต่กลายเป็นความคุ้นชินตั้งแต่ช่วงโควิดเป็นต้นมา โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่และคนวงกว้างที่หันมาช้อปปิ้งออนไลน์กันเป็นปกติ ขณะที่สื่อทีวีก็ยังไม่ตาย แต่เปลี่ยนช่องทางไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง YouTube ซึ่งมีสถิติวัดว่าคนไทยกว่า 98% ยังคงรับชมคอนเทนต์ทีวีอยู่

ซึ่ง พันธ์ธวัช ได้ย้ำสัจธรรมการทำธุรกิจในยุคนี้ว่า “ออนไลน์คือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก” พร้อมแนะผู้ประกอบการไทยใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนจากโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) มาสร้างแบรนด์ของตัวเองในบ้าน “Thaimart” เพื่อสร้างคุณค่าและอิสรภาพทางธุรกิจ รวมถึงเชิญชวนให้ผู้บริโภคชาวไทยร่วมกันอุดหนุนสินค้าไทย เพื่อให้เงินทุนและข้อมูล (Data) หมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ ช่วยลดการขาดดุลการค้าทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ดังนั้น การที่ Thaimart สร้างพื้นที่นี้ขึ้นมาจึงเปรียบเสมือนการสร้าง "บ้านหลังแรก" ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ทดลอง เรียนรู้ และเติบโตอย่างมั่นคง เพราะในความเป็นจริง ลูกค้าไม่ได้มองหาแค่สินค้าราคาถูกที่สุดเสมอไป แต่มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า หากผู้ประกอบการหันมาตั้งใจสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ตัวเองในบ้านหลังนี้ ในวันหนึ่งเราจะมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และนำไปสู่อิสรภาพทางธุรกิจอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ รายการ “ช้อปเถิดชาวไทย” พร้อมเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการทีวีและอีคอมเมิร์ซไทย โดยจะออกอากาศ EP. แรกในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้ ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และแอปพลิเคชัน Thaimart

“เราไม่ใช่แค่ Marketplace แต่คือ Owned Media ของผู้ประกอบการไทย เพราะธุรกิจที่ดี ไม่ใช่ธุรกิจที่ทำเงินได้มากที่สุด แต่คือธุรกิจที่ให้ FREEDOM กับเจ้าของ” พันธ์ธวัช กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney