
ไทยมาร์ท จัดงานเปิดตัวครั้งสำคัญ “Thaimart Seller App” พร้อมต่อยอดการผนึกกำลังกับ ไทยรัฐ ภายใต้แนวคิด “ไทยมาร์ท x ไทยรัฐ: สร้างแบรนด์ สร้างชาติ” พร้อมเปิดตัวรายการสดรูปแบบใหม่ “ช้อปเถิดชาวไทย” บนช่วงเวลาไพรม์ไทม์เพื่อเปลี่ยน “คนดู” ให้เป็น “คนซื้อ” และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ไทยทั่วประเทศ
ไทยมาร์ท จัดงานเปิดตัวครั้งสำคัญ “Thaimart Seller App” พร้อมต่อยอดการผนึกกำลังกับ ไทยรัฐ ภายใต้แนวคิด “ไทยมาร์ท x ไทยรัฐ: สร้างแบรนด์ สร้างชาติ” พร้อมเปิดตัวรายการสดรูปแบบใหม่ “ช้อปเถิดชาวไทย” บนช่วงเวลาไพรม์ไทม์เพื่อเปลี่ยน “คนดู” ให้เป็น “คนซื้อ” และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ไทยทั่วประเทศ
นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ Thaimart เปิดเผยถึงเหตุผลสำคัญ 4 ประการในการตัดสินใจจับมือกับไทยรัฐกรุ๊ป
ประการแรกคือ วิสัยทัศน์ที่ตรงกันในการทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ หรือ National Agenda
ประการที่สอง คือ ไทยรัฐเป็นสื่อระดับประเทศที่เคียงข้างคนไทยมายาวนานกว่า 70 ปี มีความน่าเชื่อถือที่หยั่งรากลึก
ประการที่สาม คือ ไทยรัฐมีความพร้อมครบวงจรทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ ทีวีดิจิทัล (ไทยรัฐทีวี) และสื่อออนไลน์ ซึ่งตอบโจทย์ทุกจุดของผู้ประกอบการไทยที่ไม่ได้ขาดเพียงช่องทางขาย แต่ยังขาด “การสร้างแบรนด์” และ “ความน่าเชื่อถือ” ในสายตาผู้บริโภค
และประการสุดท้าย คือ ข้อตกลงร่วมกันตั้งแต่วันแรกที่มุ่งเน้นการพาผู้ประกอบการมาสร้างแบรนด์ ไม่ใช่เพียงแค่การทำยอดขายชั่วคราว
ด้าน วัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้เริ่มต้นจากการมองเห็น Point Pain ของผู้ประกอบการไทยเหมือนกัน ทั้งในเรื่องความต้องการพื้นที่การค้าที่เป็นธรรม และความจำเป็นที่ประเทศไทยควรจะมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นของตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยมีสินค้าคุณภาพดีมากมายแต่ขาดการเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่
ไทยรัฐจึงนำจุดแข็งด้านการผลิตคอนเทนต์ สื่อมีเดีย และฐานผู้ฟังผู้อ่านทั่วประเทศ มาผสานกับแพลตฟอร์มของ Thaimart เพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ใหม่ที่ช่วยอัปสเกล ให้โอกาส และติดอาวุธให้ธุรกิจไทยเติบโตได้จริง
“ถ้ามองภาพใหญ่ของความร่วมมือครั้งนี้บทบาทของไทยรัฐ คือ ไทยรัฐไม่ได้อยากจะเป็นแค่สื่อที่นำเสนอข่าว แต่ต้องการเป็นพันธมิตรของผู้ประกอบการไทยและคนไทยทุกคน ที่อยากสร้างแบรนด์ สร้างTrust สร้างโอกาส เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยที่ไม่ใช้งบที่เยอะ เรามีทุกช่องทางที่ช่วยติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการไทย ผ่านรายการใหม่สำหรับตรงนี้โดยเฉพาะ คือรายการ “ช้อปเถิดชาวไทย” โดยมีความแปลกใหม่ และช่วยผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเพิ่มเติมในการสร้างแบรนด์ ขายสินค้า ต่อๆ ไปได้” วัชร กล่าว
ขณะที่หมัดเด็ดสำคัญของความร่วมมือนี้คือการเปิดตัวรายการใหม่ “ช้อปเถิดชาวไทย” โดย มัญชริตา เพ็ชรคล้าย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ ได้ฉายภาพรายละเอียดและอาวุธสำคัญของรายการนี้ว่า นี่คือการฉีกกฎรายการโฮมช้อปปิ้งและทีวีช้อปปิ้งแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง
“ปกติแล้ว Home Shopping รายการอื่น ขายของได้ 7-8 นาทีก็ต้องตัดเข้าโฆษณาแล้ว แต่รายการนี้เป็นรายการแรกที่ให้ขาย กันแบบ Non-stop 1 ชั่วโมงเต็มในออนไลน์ และอีก 1 ชั่วโมงใน ทีวี ป้ายยากันได้เพลิดเพลิน ไม่มีจังหวะให้เปลี่ยนช่องหนี” มัญชริตา กล่าว
พันธ์ธวัช เน้นย้ำถึงมูลค่าที่ผู้ประกอบการจะได้รับว่า การได้ไลฟ์สดผ่านหน้าจอทีวีดิจิทัลทั่วประเทศในช่วงไพรม์ไทม์เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เป็นสิ่งที่หาได้ยากและต้องใช้งบประมาณสูงมาก สิ่งที่ได้กลับมาจึงมากกว่ายอดขาย แต่คือ Engagement, Branding และ “ตราการันตี” ความน่าเชื่อถือ (เปรียบเสมือนการได้รับ Badge สีฟ้าการันตีคุณภาพบน Facebook)
เพราะ Thaimart ได้ทำการซื้อชั่วโมงโฆษณาเหล่านี้ล่วงหน้าไว้ให้ผู้ประกอบการกว่า 36,000 รายที่สมัครเข้ามา เพื่อให้ทุกคนได้ใช้เป็นทางลัดในการเติบโตแบบพุ่งทะยาน โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างฐานแฟนจากหลักสิบหลักร้อยเอง
“สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการเพื่อเข้าร่วมรายการ “ช้อปเถิดชาวไทย” จะเน้นสินค้าที่มีคุณภาพ มีความตั้งใจจริงในการสร้างแบรนด์ อยากจะเล่า storytelling คนที่อยากทำแบรนด์ มีอนาคต ไม่ใช่การขายสินค้าไปวันๆ โดยจะหมุนเวียนประเภทสินค้าให้มีความหลากหลายตลอด 7 วัน และในช่วงปลายปีนี้จะมีการเปิดตัว "Thaimart Academy" เพื่อคัดเลือกและบ่มเพาะผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงเข้าร่วมรายการอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น” พันธ์ธวัช กล่าว
ทั้งนี้ ผู้บริหารทั้งสามท่านได้ร่วมฝากข้อคิดทิ้งท้ายถึงทิศทางธุรกิจ โดยชี้ให้เห็นว่า Digital Transformation และพฤติกรรมผู้บริโภคในการซื้อของออนไลน์ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป แต่กลายเป็นความคุ้นชินตั้งแต่ช่วงโควิดเป็นต้นมา โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่และคนวงกว้างที่หันมาช้อปปิ้งออนไลน์กันเป็นปกติ ขณะที่สื่อทีวีก็ยังไม่ตาย แต่เปลี่ยนช่องทางไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง YouTube ซึ่งมีสถิติวัดว่าคนไทยกว่า 98% ยังคงรับชมคอนเทนต์ทีวีอยู่
ซึ่ง พันธ์ธวัช ได้ย้ำสัจธรรมการทำธุรกิจในยุคนี้ว่า “ออนไลน์คือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก” พร้อมแนะผู้ประกอบการไทยใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนจากโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) มาสร้างแบรนด์ของตัวเองในบ้าน “Thaimart” เพื่อสร้างคุณค่าและอิสรภาพทางธุรกิจ รวมถึงเชิญชวนให้ผู้บริโภคชาวไทยร่วมกันอุดหนุนสินค้าไทย เพื่อให้เงินทุนและข้อมูล (Data) หมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ ช่วยลดการขาดดุลการค้าทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ดังนั้น การที่ Thaimart สร้างพื้นที่นี้ขึ้นมาจึงเปรียบเสมือนการสร้าง "บ้านหลังแรก" ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ทดลอง เรียนรู้ และเติบโตอย่างมั่นคง เพราะในความเป็นจริง ลูกค้าไม่ได้มองหาแค่สินค้าราคาถูกที่สุดเสมอไป แต่มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า หากผู้ประกอบการหันมาตั้งใจสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ตัวเองในบ้านหลังนี้ ในวันหนึ่งเราจะมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และนำไปสู่อิสรภาพทางธุรกิจอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ รายการ “ช้อปเถิดชาวไทย” พร้อมเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการทีวีและอีคอมเมิร์ซไทย โดยจะออกอากาศ EP. แรกในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้ ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และแอปพลิเคชัน Thaimart
“เราไม่ใช่แค่ Marketplace แต่คือ Owned Media ของผู้ประกอบการไทย เพราะธุรกิจที่ดี ไม่ใช่ธุรกิจที่ทำเงินได้มากที่สุด แต่คือธุรกิจที่ให้ FREEDOM กับเจ้าของ” พันธ์ธวัช กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney