ตำนาน “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” จากห้างย่านชานเมืองในยุค 80 สู่ฮับของแบรนด์ ที่มีคนเดินมากสุดแสนคน/วัน

Business

Business Strategy

Tag

ตำนาน “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” จากห้างย่านชานเมืองในยุค 80 สู่ฮับของแบรนด์ ที่มีคนเดินมากสุดแสนคน/วัน

Date Time: 20 ส.ค. 2569 11:46 น.

Video

เจาะลึก IPO SpaceX และการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ หุ้นเทคสหรัฐฯ | Money Issue EP.64

Summary

เจาะลึกยุทธศาสตร์ 44 ปี "เซ็นทรัล ลาดพร้าว" ห้างระดับตำนานที่ปรับตัวข้ามยุคสมัย จนดึงทราฟฟิกทะลักหลักแสนคนต่อวัน ทำไมในยุคที่คนซื้อของออนไลน์ได้แทบทุกอย่าง "เซ็นทรัล ลาดพร้าว" ยังอยู่รอด

Latest


ใครทันลานสเก็ตชั้นใต้ดิน ของ “เซ็นทรัลลาดพร้าว” ในยุคเริ่มแรกของการเปิดห้างบ้าง ? 

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 44 ปีก่อน ภาพของทำเลทองปัจจุบัน อย่าง “ลาดพร้าว” ยังห่างไกลจากคำว่า Urban Lifestyle แบบทุกวันนี้ เพราะบริเวณห้าแยกลาดพร้าวในเวลานั้นยังเป็นพื้นที่ชานเมือง และที่ดินแปลงใหญ่ ซึ่งวันนี้กลายเป็นหนึ่งในทำเลค้าปลีกสำคัญของกรุงเทพฯ ไปเสียแล้ว แม้เคยเป็นพื้นที่รกร้างรูปสามเหลี่ยมยากต่อการพัฒนามาก่อน

แต่เซ็นทรัลมองเห็นอะไรบางอย่างก่อนที่เมืองจะเดินทางมาถึง ปี 2524 เซ็นทรัล ลาดพร้าว เปิดให้บริการครั้งแรก ก่อนเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2526 ในฐานะโครงการ Mixed-use Development แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้การนำของ “สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์”


ภายในโครงการเดียวมีทั้งห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า สำนักงาน โรงแรม และศูนย์ประชุม BCC Hall ในยุคนั้น เรียกได้ว่านี่ไม่ใช่แค่ “ห้างใหม่” ที่ครบวงจรที่สุด แต่เป็นการทดลองสร้าง “เมืองขนาดย่อม” ขึ้นมาบนพื้นที่ชานเมือง

และโมเดลนี้เองทำให้ลาดพร้าวคึกคัก จากเดิมที่ต้องเดินทางเข้ากลางเมืองเพื่อช้อปปิ้ง กินข้าว ดูหนัง หรือทำธุรกิจ ทุกอย่างเริ่มถูกรวมไว้ที่นี่ แบรนด์ที่วันนี้คนไทยคุ้นเคยก็เข้ามาปักหมุดตั้งแต่ยุคแรกๆ ทั้ง Fuji, A&W, KFC, MK, Swensen's และ Bar-B-Q Plaza กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ค้าปลีกของพื้นที่แห่งนี้

4 ทศวรรษ เซ็นทรัล ลาดพร้าว โตไปพร้อมกับเมือง 

เวลาผ่านไปกว่า 4 ทศวรรษ ปัจจุบันสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ “ทำเล” ถนนพหลโยธินและวิภาวดีรังสิตกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ก่อนที่ BTS ห้าแยกลาดพร้าว และ MRT พหลโยธินจะเข้ามาเชื่อมผู้คนจากหลายทิศทางเข้ากับศูนย์การค้า

จากห้างที่เคยอยู่ “นอกเมือง” จึงค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญของเมือง วันนี้ Catchment Area ของเซ็นทรัล ลาดพร้าวครอบคลุมตั้งแต่พหลโยธิน รัชโยธิน เกษตร-นวมินทร์ ไปจนถึงรังสิตและพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ห้างแห่งนี้ยังมีคนเดินหลักแสนคนต่อวัน 


ข้อมูลเผยแพร่ล่าสุดของ เซ็นทรัลพัฒนา เผยว่า ครึ่งปีแรก 2569 เซ็นทรัล ลาดพร้าวมีทราฟฟิกเฉลี่ยกว่า 110,000 คนต่อวัน วันที่มี Magnet Event อย่างงาน Maybelline New York Lifter Glaze ซึ่งดึง “จิมมี่-ซี” มาร่วมงาน ทราฟฟิกขยับขึ้นไปถึง 120,000 คนในวันเดียว

คำถามจึงน่าสนใจกว่า การถามว่า ทำไม “เซ็นทรัลลาดพร้าว” ยังเป็นที่นิยม แต่เป็น ทำไมในยุคที่คนซื้อของออนไลน์ได้แทบทุกอย่าง เซ็นทรัล ลาดพร้าวยังทำให้คนยอมเดินทางมาหลักแสนคนต่อวัน?

คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่วิธีคิดเรื่อง “ร้านค้า” จะเห็นได้ว่า เซ็นทรัล ลาดพร้าวไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงพื้นที่ให้แบรนด์มาเช่าร้าน แต่กำลังทำหน้าที่เป็น Springboard ของแบรนด์ แบรนด์ใหม่เลือกเข้ามาเปิด Flagship Store หรือ Concept Store เพื่อทดสอบตลาดและสร้างการรับรู้ ขณะที่แบรนด์เก่าก็ใช้พื้นที่นี้ทดลองรูปแบบใหม่ๆ กับผู้บริโภค


ภาพที่เห็นในปี 2569 จึงน่าสนใจมาก

-SATUR เลือกเปิด Flagship Store แห่งแรกในไทย

-MERGE มี Exclusive Store

-MK ทำ “MK Restaurants Original” คอนเซปต์สโตร์แห่งแรกและแห่งเดียว

-Sizzler ทดลองรูปแบบ “The New Salad Bar”

-ขณะที่ร้านมัทฉะ Specialty Coffee แฟชั่นเกาหลี Activewear กีฬา อาหารเกาหลี ญี่ปุ่น และร้านเฉพาะกลุ่มอีกมากมายทยอยเข้ามาปักหมุด


นี่สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของเซ็นทรัล ลาดพร้าวจาก“ห้างที่คนมาเดิน” สู่“พื้นที่ที่แบรนด์อยากให้คนมาเห็น”

อย่างไรก็ดี ยังมีอีกเกมที่น่าสนใจ คือการใช้ “คน” เป็นแม่เหล็ก จากลานกิจกรรม งานเทศกาล งานแฟนมีต ไปจนถึง Fandom Marketing เซ็นทรัล ลาดพร้าวใช้พื้นที่จัดงานเพื่อสร้างเหตุผลใหม่ให้คนกลับมาเยือนซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์ แอโรบิกแดนซ์ Taste of Tea งานบวงสรวงพระแม่ลักษมี หรือ Magnet Event ที่ดึงแฟนคลับเข้ามา นี่คือสิ่งที่อีคอมเมิร์ซทำได้ยาก เพราะคนไม่ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อ “ซื้อของ” อย่างเดียว พวกเขามากิน มาเจอเพื่อน มาดูงาน มาถ่ายรูป มาหาไอดอล มาลองร้านใหม่ และบางคนอาจกำลังพาลูกกลับมายังสถานที่เดียวกับที่ตัวเองเคยมาเมื่อหลายสิบปีก่อน


จาก Gen หนึ่ง สู่ Gen ถัดไป

วันนี้เซ็นทรัลลาดพร้าว จึงไม่ได้สื่อสารแค่เรื่องราว ของ “ห้างเก่าอายุ 44 ปี”แต่เป็นเรื่องของธุรกิจที่เปลี่ยนตัวเองตามเมือง ตามผู้บริโภค และตามความหมายของคำว่า “ศูนย์การค้า” มาแล้วหลายยุค

และที่น่าสนใจที่สุดคือ เซ็นทรัล ลาดพร้าวเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่อนาคตของพื้นที่ถูกตั้งคำถาม หลังสัญญาเช่ากับ รฟท. เดิมกำลังจะสิ้นสุดในปี 2571 การต่อสัญญากลายเป็นหนึ่งในดีลที่วงการค้าปลีกจับตา เพราะนี่ไม่ใช่เพียงการต่ออายุพื้นที่ของห้างแห่งหนึ่ง แต่เป็นการตัดสินใจว่าจะรักษาหมุดยุทธศาสตร์แห่งนี้ไว้หรือไม่

สุดท้ายในปี 2569 รฟท.อนุมัติการต่อสัญญาออกไปอีก 30 ปี ตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2571 ถึง 18 ธันวาคม 2601 ภายใต้กรอบผลตอบแทนรวมกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท พร้อมแผนลงทุนปรับปรุงระบบและโครงสร้างอาคารไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี เกมต่อไปอาจใหญ่กว่าตัว “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” เอง เพราะเซ็นทรัลพัฒนากำลังวางให้ Central Ladprao + The Central Phahonyothin (ห้างใหม่ในระยะเดินเชื่อมกันได้) กลายเป็น “The Central District” พื้นที่รวม 96 ไร่ GBA 770,000 ตารางเมตร เชื่อมกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ตอนเหนือเข้าด้วยกัน

นี่อาจเป็นเหตุผลว่า ทำไม “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” ถึงยังไม่กลายเป็นตำนานในอดีต เพราะตำนานแห่งนี้กำลังเขียนบทใหม่อยู่เรื่อยๆนั่นเอง.

ที่มาภาพประกอบ : ภาพเก่า-เล่าขาน , ภาพเก่าในอดีต ,เซ็นทรัลพัฒนา

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์