“นริศ วิทยาวรากรณ์” CEO ไทยยินตัน จากขายยาอมสมุนไพร สู่นวัตกรรมแคปซูลปั้น Nude แบรนด์ไทยไปตลาดโลก

Business

Business Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“นริศ วิทยาวรากรณ์” CEO ไทยยินตัน จากขายยาอมสมุนไพร สู่นวัตกรรมแคปซูลปั้น Nude แบรนด์ไทยไปตลาดโลก

Date Time: 15 ส.ค. 2569 04:40 น.

Video

เบื้องหลัง SpaceX ถ้าไม่ทำกำไร นักลงทุนคาดหวังอะไรกับ IPO ครั้งนี้? | Digital Frontiers EP.67

Summary

เขาคิดว่าทำไมไทยยินตัน ต้องหยุดอยู่แค่การขายยาอมแก้เจ็บคอเพียงอย่างเดียว 1 ในเทคโนโลยีของยินตัน ที่ทำให้ “นริศ” มองเห็นโอกาสต่อยอดธุรกิจ คือ แคปซูลไร้รอยต่อ หรือ แคปซูลซ้อนแคปซูล เทคโนโลยีการห่อหุ้มไร้รอยต่อหลายชั้น

หากพูดถึง “ยาอมสมุนไพรยินตัน” (Jintan) ภาพจำของคนไทยคือ ยาอมเม็ดจิ๋วสีเงินในซองเขียว เย็นๆ มีกลิ่นสมุนไพรช่วยดับกลิ่นปาก ลมหายใจสดชื่น สินค้าญี่ปุ่นที่อยู่กับคนไทยมายาวนาน

แต่สำหรับ “นริศ วิทยาวรากรณ์” CEO ไทยยินตัน ที่เข้ามาบริหารกิจการ ที่ คุณพ่อ “ชาญกิจ วิทยาวรากรณ์” รับไม้ต่อจาก “นายห้างญี่ปุ่น” ตัวแทนจำหน่ายยินตันในไทย ที่ตั้งบริษัทในตึกแถวติดกับ ชุมแสงกรุ๊ป ตัวแทนขายปลั๊กไฟ Panasonic จากญี่ปุ่นเช่นกัน จึงทำให้มีความผูกพันฉันมิตร เมื่อ “นายห้าง” ที่วัยเลย 70 ต้องกลับบ้านเกิด จึงขายกิจการให้ “คุณชาญกิจ” รับช่วงธุรกิจในไทยต่อ

จนเมื่อ “นริศ” จบปริญญาโท MBA จากญี่ปุ่น ในวัย 23 ปี เขามีธุรกิจในชุมแสงกรุ๊ป ให้ทำงานถึง 7 บริษัท แต่เลือกที่จะสานต่อ “ไทยยินตัน” หน่วยธุรกิจที่เล็กที่สุด ซึ่งขณะนั้นมีพนักงานเพียง 3 คน คือฝ่ายบัญชี ฝ่ายขายและขนส่ง หลังรับหน้าที่ “นริศ” ได้ศึกษาธุรกิจของบริษัท โมริชิตะ ยินตัน ญี่ปุ่น สิ่งที่พบต่างจากภาพของ “เม็ดอมเล็กจิ๋วสีเงิน” ที่คนไทยรู้จักอย่างสิ้นเชิง เพราะยินตัน คือบริษัทมหาชนที่อยู่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานกว่า 130 ปี มีเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งอาหาร ยา อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ และยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

ทำให้เขาคิดว่าทำไมไทยยินตัน ต้องหยุดอยู่แค่การขายยาอมแก้เจ็บคอเพียงอย่างเดียว 1 ในเทคโนโลยีของยินตัน ที่ทำให้ “นริศ” มองเห็นโอกาสต่อยอดธุรกิจ คือ แคปซูลไร้รอยต่อ หรือ แคปซูลซ้อนแคปซูล เทคโนโลยีการห่อหุ้มไร้รอยต่อหลายชั้น (Seamless Multilayer Encapsulation) ที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ออกฤทธิ์ได้ตรงเป้า ในที่สุดเขาจึงร่วมกับญี่ปุ่น พัฒนาเม็ดอม NUDE Capsule Sugar Free Mint ที่ผลิตด้วยนวัตกรรมแคปซูล 4 ชั้น ช่วยดูแลช่องปากและลมหายใจ ด้วยแคปซูลชั้นนอกที่ละลายในปากและคอ ให้รสชาติหอมเย็นสดชื่นของมิ้นต์เข้มข้น และแคปซูลเม็ดเล็กๆข้างใน จะถูกกลืนลงไปแตกตัวในกระเพาะ ช่วยจัดการกลิ่นจากภายใน

“Nude จึงไม่ได้ขายแค่ความหอม แต่ขาย “วิธีแก้ปัญหา” ที่มองว่า “กลิ่นปาก” ไม่ได้เกิดในช่องปากอย่างเดียว อาหารบางอย่างได้สร้างกลิ่นในกระเพาะด้วย ทำให้ Nude แตกต่างจากเม็ดอมระงับกลิ่นปากทั่วไป ด้วยนวัตกรรม”

จนทำให้วันนี้ “เม็ดอม Nude Capsule” สินค้าแบรนด์ไทย ส่งออกไปขายแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก แม้เพิ่งรุกทำตลาดต่างประเทศ แต่ยอดขายกลับโตก้าวกระโดด เริ่มจากสิงคโปร์ ไปฮ่องกง จีน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา อิตาลี อังกฤษ ฝรั่งเศส และตะวันออกกลาง โดยปี 68 มีรายได้ 120 ล้านบาท เป็นยอดขายในไทย 60-70 ล้านบาท ตลาดที่น่าจับตา คือสหรัฐฯ ที่โตถึง 200% ต่อเนื่อง 2 ปี ทำให้เฉพาะครึ่งแรกปี 69 ยอดขายต่างประเทศทะลุ 100 ล้านบาทแล้ว!! นี่คือเหตุผลที่เขาตัดสินใจเร่งทำตลาดต่างประเทศ โดยตั้งบริษัทร่วมทุนกับดิสตรีบิวเตอร์รายใหญ่ในสหรัฐฯเพื่อขยายตลาดไปทั่วโลก โดยตั้งเป้าให้ “Nude” เป็น Global Brand ที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลก...

นอกจาก ยาอมสมุนไพรยินตัน แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก อย่าง “ยินตันเฮิร์บ” ยาสีฟันสมุนไพรสูตรเข้มข้น ขณะที่แบรนด์ NUDE ยังมี “นู้ด ยาสีฟันน้ำ” นวัตกรรมยาสีฟันรูปแบบน้ำ รวมทั้ง “ลูกอม มิน มิน” ลูกอมรสมิ้นต์ ที่ช่วยปรับลมหายใจให้สะอาด สดชื่น ไม่มีน้ำตาล และ ลูกอมมิน มิน หิมาลายาซอลท์ ลูกอมที่เย็นสดชื่น ฟินด้วยรสเค็มเบาๆจากเกลือหิมาลายาสีชมพู นอกจากนี้ กำลังพัฒนาสินค้าที่จะขายในสหรัฐฯปลายปีนี้คือ “Nude Inhaler” หรือยาดมนู้ด รวมทั้ง  “Nude Candy Hy dration” ลูกอมที่ช่วยความชุ่มชื้นในผู้ที่รู้สึกกระหายน้ำ มีสหรัฐฯเป็นตลาดใหญ่

แต่ก้าวสำคัญที่สุดของ “นริศ” ที่ต้องจับตา คือการร่วมทุนกับฝรั่งเศส สร้างโรงงานในไทย โดยใช้นวัตกรรมแคปซูลไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของฝรั่งเศส ที่ได้พัฒนานวัตกรรมแคปซูลขึ้นไปอีกขั้น “ในโลกนี้มีเพียงญี่ปุ่นและฝรั่งเศสที่มีนวัตกรรมระดับนี้ และไทยจะเป็นโรงงานแห่งที่ 3 ที่จะเสร็จต้นปีหน้า เปลี่ยนเราจากผู้จ้างผลิต มาเป็นผู้ถือเทคโนโลยีและเป็นฐานการผลิตเอง ทำให้โมเดลธุรกิจของเราจะเปลี่ยนไปทันที เพราะนวัตกรรมแคปซูล สามารถต่อยอดไปได้หลายอุตสาหกรรม”


“นริศ” อธิบายให้เห็นภาพว่า แคปซูลที่ซ้อนกันหลายชั้น และออกแบบให้สารที่อยู่ภายในแต่ละชั้นแตกตัวในเวลาที่กำหนด เพราะสารอาหาร ยาหรือจุลินทรีย์บางชนิด หากกินเข้าไปแล้วแตกตัวในปากหรือในกระเพาะ อาจถูกกรดทำลายก่อนถึงเป้าหมาย เทคโนโลยีนี้สามารถ “ห่อ” สารไว้ แล้วพาไปปล่อยในลำไส้หรืออวัยวะที่ต้องการ เมื่อนวัตกรรม “ควบคุมการปลดปล่อย” สารได้ สิ่งที่ต่อยอดจึงไม่จำกัดอยู่แค่เม็ดอม แต่เป็นได้ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

เช่น “โปรไบโอติก” แคปซูล จะช่วยให้จุลินทรีย์มีชีวิตรอดไปถึงลำไส้ซึ่งปกติมักถูกกรดในกระเพาะทำลาย เหลือรอดเพียง 0.2% แต่แคปซูลซ้อนแคปซูลจะนำพา “จุลินทรีย์โปรไบโอติก” ให้มีชีวิตรอดถึงลำไส้ได้สูงถึง 98% เช่นเดียวกับยาที่ใช้รักษาโรคบางชนิด Medical Capsule ที่กำหนดจุดแตกตัวให้ตัวยาทำงานได้แม่นยำหรือยาวนานขึ้น ในทางการแพทย์ยังใช้แคปซูลไปมาร์กตำแหน่งในอวัยวะผู้ป่วย ขณะทำ CT Scan เพื่อช่วยให้แพทย์มองเห็นจุดที่ต้องการรักษาได้ชัดเจนขึ้น

เขายกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่กำลังพัฒนา คือ CBD Capsule ช่วยการนอนหลับ โดยใช้กลิ่นคาโมมายล์และลาเวนเดอร์ให้ผ่อนคลาย กำลังเป็นที่ต้องการหลายประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ หรือ Aroma Capsule ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารทั้งกลิ่นและรสชาติ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรืออาหารแช่แข็ง เมื่อแคปซูลโดนน้ำร้อนจะแตกตัวส่งกลิ่นและรสชาติออกมา

สิ่งที่เขากำลังสร้างจึงไม่ใช่แค่โรงงานแต่คือ “การใช้นวัตกรรม” ผลิตสินค้าที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น Better Living ให้กับผู้คน หลังเปิดโรงงานเขาวางเป้ารายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ใน 3 ปี และผลักดันแบรนด์ Nude สู่การเป็น Global Brand อย่างเต็มตัว

เป้าหมายใหญ่ของ Nude Global คือนำบริษัทขายหุ้น IPO เข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์ภายใน 5 ปีนี้!! ก่อนจะมองธุรกิจโตไประดับ “หมื่นล้าน” ในอนาคต แม้ดูเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ แต่ถ้ามองกลับไปที่จุดเริ่มจากพนักงาน 3 คน กับยาอมเม็ดเล็กๆ ที่พาธุรกิจเติบใหญ่มาถึงวันนี้ได้ เพราะวิสัยทัศน์ ที่เขามองนวัตกรรมแคปซูลไกลกว่าแค่อุตสาหกรรมเม็ดอม!! และการเปลี่ยนวิธีคิดในทุกช่วง จาก “ขายของ” สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และ “สร้างแบรนด์” จาก “สร้างแบรนด์” มา “ถือเทคโนโลยี” และสร้างฐานผลิต เพื่อเดินหน้าสู่ Global Business นำแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก หมื่นล้านจึงอาจไม่ได้เป็นเป้าหมายที่ใหญ่เกินไป!!



 แต่แม้แผนอนาคตจะเต็มไปด้วยคำว่า “นวัตกรรม เทคโนโลยี หรือ Global Brand และ IPO แต่หลักคิดในการทำธุรกิจ ที่ “นริศ” ได้รับจากคุณพ่อกลับเรียบง่ายมาก คือใช้ “คุณธรรมนำธุรกิจ” ทำธุรกิจบนพื้นฐานความถูกต้อง และซื่อสัตย์ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่เขาเชื่อว่าจะนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ ที่สำคัญต้องสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่ง ไม่เร่งโต อดทนรอ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน!!

เลดี้แจน

คลิกอ่านคอลัมน์ "Business On My Way" เพิ่มเติม



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ