
เปิดเบื้องหลัง บัตร travel card “YouTrip Metal Card” ของ Youtrip เฉพาะผู้ใช้งานระดับเอ-ลิสต์ (A-List) ที่ได้รับการเชิญเท่านั้น
แน่นอนว่าด้วยสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ภาพรวมพฤติกรรมผู้บริโภคสายเดินทางส่วนใหญ่กว่า 70-75% เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และแม้จะเดินทางบ่อยขึ้นหรือเท่าเดิม แต่ปรับกลยุทธ์ด้วยการเน้นไปสถานที่ใกล้ๆ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย
พฤติกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไป คือ การประหยัดในมื้ออาหารประจำวัน เช่น เลือกฝากท้องกับร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven หรือซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วจึงแบ่งงบประมาณบางส่วนไปกับการรับประทาน Fine Dining หรือ ซื้อประสบการณ์การเดินทาง เพื่อเรียนรู้และผ่อนคลาย
อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งกลับพบกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือกลุ่มลูกค้าระดับบนหรือเอ-ลิสต์ (A-List) ซึ่งถือเป็นสัดส่วนราว 5% ของฐานผู้ถือบัตร Youtrip ในประเทศไทย แต่สร้างมูลค่าการใช้จ่ายรวมกันสูงถึงระดับ 1,000 ล้านบาท โดยในระดับรายบุคคล บางคนมียอดใช้จ่ายต่อปีสูงแตะหลัก 8 หลัก หรือมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป
โดยกลุ่มเอ-ลิสต์นี้ไม่มีสัญญาณของการลดระดับหรือระยะทางในการเดินทางเลย ซึ่งยังคงเดินทางไกลไปยังยุโรปและจุดหมายปลายทางทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมุ่งเน้นการลงทุนไปกับประสบการณ์ระดับพรีเมียมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารระดับ Fine Dining มิชลินสตาร์ การพักผ่อนใน Luxury Resort หรือโรงแรมระดับ 5 ดาว
รวมถึงพฤติกรรมการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่มีลักษณะเฉพาะตัว โดยเน้นสไตล์ "Quiet Luxury" แบรนด์ที่ไม่ตะโกน เช่น Moynat, The Row, Cartier, Van Cleef & Arpels ซึ่งแตกต่างจากกลุ่ม Mass ทั่วไป
นอกจากนี้ รูปแบบการใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ยังให้ความสำคัญกับศิลปะ วัฒนธรรม มิวเซียม และดนตรี โดยมองว่าการเดินทางคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ และยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าไม่ต่างจากกลุ่มอื่น เพราะมองว่าความคุ้มค่าจากการใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีผ่าน Travel Card เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลในการลงทุนกับประสบการณ์
จากข้อมูลข้างต้นนี้ YouTrip ได้มีการศึกษาและลงลึกในข้อมูลการใช้งาน (Data) ทำให้พบ insight ที่น่าสนใจว่า ลูกค้าไม่ได้ใช้บริการเพียงแค่เพื่อการท่องเที่ยวทั่วไป แต่ละทริปมีวัตถุประสงค์และการเดินทางที่หลากหลาย โดยเฉพาะคนกลุ่มหนึ่งในระบบที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย คนกลุ่มนี้แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ที่มักจะหยิบบัตรขึ้นมาใช้เดินทางเพียงปีละ 1-2 ครั้ง แต่พวกเขาใช้ YouTrip แทบจะตลอดเวลา
จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย กล่าวว่า ข้อมูลย้อนหลัง 12 เดือน (นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมของปีที่แล้ว) ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มผู้ใช้งานประจำเหล่านี้มีมากถึง 40% ที่ใช้งานมากกว่า 4 สกุลเงิน (Currencies) ซึ่งสะท้อนว่าพวกเขาเดินทางไปมาแล้วมากกว่า 30 ประเทศ
หากยกตัวอย่างเคสผู้ใช้งานที่โดดเด่นที่สุดจนทีมงานจำได้แม่นยำ เป็นกรณีของลูกค้ารายหนึ่งที่มีเส้นทางการเดินทางสุดถี่ เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2025 ออกเดินทางจากสหราชอาณาจักร (UK) ไปออสเตรเลีย ต่อด้วยแอฟริกาใต้ (South Africa) มามาเลเซีย บินไปยุโรป แล้วกลับเข้า UK จากนั้นเดินทางต่อไปแซมเบีย บินไปมาระหว่าง UK, ยุโรป, ออสเตรเลีย แวะพักที่บาหลี พักที่กาตาร์ บินเข้าสหรัฐอเมริกา (US) ต่อไปยังเกาหลีใต้ (South Korea) บินไปสแกนดิเนเวีย แล้วกลับมามาเลเซียอีกครั้ง ก่อนจะแวะไป UK และยุโรปอีกรอบ
ซึ่งผู้ใช้งานรายนี้ไม่ใช่ลูกเรือ แต่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรมากถึง 20 สกุลเงิน และยังมีผู้ใช้งานรายอื่น ๆ ที่ใช้อยู่ที่ 19, 18, 17 และ 16 สกุลเงิน ตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตแบบ International อย่างแท้จริง ที่สำคัญเมื่อเจาะลึกตัวเลขทางการเงิน พบว่ากลุ่มลูกค้ารายใหญ่เหล่านี้มีการใช้จ่ายคิดเป็น 63% ของยอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด
จุฑาศรี เปิดเผยว่า เบื้องหลังการวิเคราะห์ Data ทั้งหมดเริ่มต้นจากเครื่องมือง่าย ๆ อย่าง Excel ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของสิ่งที่พรีเมียมที่สุด แต่ข้อมูลเหล่านี้คือความจริงที่โกหกไม่ได้ ทำให้ทีมงานไม่ต้อง “นั่งเทียน” จินตนาการถึงลูกค้าในฝัน แต่สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์จากพฤติกรรมของผู้ใช้จริงที่ให้ความไว้วางใจ YouTrip มาโดยตลอด
และเมื่อพบว่าบริการเดิมอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่ม Top Users จึงนำมาสู่การตั้งคำถามว่าจะพัฒนางานออกแบบและมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีขึ้นได้อย่างไร? คำตอบคือการสร้าง “YouTrip Metal” บัตรโลหะรูปแบบพิเศษที่เป็น Exclusive Invitation-Only (รับเชิญเท่านั้น) ผ่านการใช้โมเดล Invitation-Only เพื่อทยอยเปิดให้ผู้ใช้งาน ที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ เข้าร่วมเป็นสมาชิก YouTrip Metal พร้อมพัฒนาทั้งตัว Metal Card และประสบการณ์ใช้งานบนแอปพลิเคชัน ให้สอดคล้องกับ กลุ่มเป้าหมายระดับพรีเมียม เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน YouTrip ในระยะยาว
การเปิดตัว YouTrip Metal ยังสะท้อนทิศทางของธุรกิจฟินเทคที่ให้ความสำคัญกับ Hyper - Personalisation มากขึ้น โดยผู้ให้บริการเริ่มออกแบบผลิตภัณฑ์ และสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้อง กับรูปแบบการใช้งานของลูกค้าแต่ละกลุ่ม แทนการนำเสนอผลิตภัณฑ์รูปแบบเดียวสำหรับผู้ใช้งาน ทั้งหมด
“เหตุผลที่ต้องทำเป็นระบบเชิญเท่านั้น เนื่องจากสิ่งใดที่ได้มาง่ายเกินไปมักจะไม่ค่อยเห็นคุณค่า YouTrip ต้องการมอบความพิเศษเพื่อตอบแทนกลุ่มคนที่รักและเลือกใช้ YouTrip เป็นบัตรหลัก (Top of Wallet) อยู่ตลอดเวลา ซึ่งในบรรดาเพื่อนรักเดินทาง 100 คน จะมีประมาณ 2-3 คน ที่หยิบบัตรขึ้นมาใช้ตลอด และคนกลุ่มนี้เองคือผู้ที่ได้รับเชิญ โดยไม่สามารถสมัครได้ทั่วไปด้วยเงิน”
ปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นใน YouTrip คืออัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate) ที่ดี และ การไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ แอบแฝง รวมถึงประสบการณ์การใช้งานผ่านแอปพลิเคชันที่ราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ผู้บริโภคทั่วไปอาจมองเรื่องการประหยัดเป็นหลัก ซึ่งปกติการใช้ YouTrip ช่วยประหยัดได้ประมาณ 2% กว่า ๆ แต่ในบางกรณี ผู้ใช้งานสามารถประหยัดได้สูงถึง 9% เช่น หากใช้จ่ายหลักแสนบาท ก็สามารถเซฟเงินได้หลักหมื่นบาทเลยทีเดียว
สำหรับการดีไซน์ตัวบัตร YouTrip Metal ได้เปลี่ยนจากพลาสติกมาใช้ วัสดุโลหะ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและสัมผัสที่แตกต่างยามถือในมือ อีกทั้งยังตอบโจทย์ด้านความทนทาน เพราะผู้ใช้งานกลุ่มนี้เดินทางหนักมาก หากใช้บัตรพลาสติกรูดข้าม 20 สกุลเงิน ตัวบัตรอาจจะเปื่อยหรือถลอกได้ง่าย
พร้อมกันนี้ YouTrip ยังออกแบบสิทธิพิเศษของ Metal Card ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของ นักเดินทางที่เดินทาง ระหว่างประเทศเป็นประจำ โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่
นอกจากนี้ได้มีการพัฒนา The Metal Priority บริการดูแลสมาชิกตลอด 24 ชั่วโมง ที่ออกแบบ ให้สมาชิกได้รับการดูแล เป็นลำดับแรกเมื่อต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้สมาชิกได้รับการดูแล ไม่ว่าจะอยู่ในไทม์โซนใดทั่วโลก
ล่าสุด “YouTrip Metal” เริ่มเปิดให้ใช้งานในรูปแบบ Invitation-Only แล้ว โดยสมาชิกที่ผ่านเกณฑ์ ที่บริษัทกำหนดจะได้รับคำเชิญผ่านแอปพลิเคชัน YouTrip เพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่าง ๆ ของ YouTrip Metal