“หนี้” ระเบิดเวลาชีวิตคนทำงาน ที่องค์กรต้องเร่งปลดชนวน Noburo เผยสูตรส่งเสริมพนักงานมีเงินเก็บ

Personal Finance

Finance and Banking

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

Tag

“หนี้” ระเบิดเวลาชีวิตคนทำงาน ที่องค์กรต้องเร่งปลดชนวน Noburo เผยสูตรส่งเสริมพนักงานมีเงินเก็บ

Date Time: 11 ก.ย. 2569 16:45 น.

Video

อธิบายง่ายๆ Stablecoin ทำงานยังไง ? | Digital Frontiers EP. 76

Summary

ปัญหาหนี้พนักงานกระทบองค์กรโดยตรง Noburo แนะนำแก้ที่ต้นตอผ่าน 3 ระดับผู้นำกำหนดนโยบาย องค์กรสร้างวัฒนธรรม safety zone และบุคคลปรับพฤติกรรม มุ่งสร้างเงินออมยั่งยืน


Latest


มิติที่หลายองค์กรมักมองข้าม คือ “สุขภาวะทางการเงิน” ทั้งที่ปัญหาหนี้เกิดขึ้นได้กับพนักงานทุกระดับ ไม่ใช่แค่คนรายได้น้อย และกระทบสมาธิ การตัดสินใจ ไปจนถึง Productivity โดยตรง เมื่อองค์กรดูแลคนอย่างเป็นองค์รวม คนจะไม่ได้แค่ทำงานดีขึ้น แต่จะช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

ข้อมูลสถิติที่น่าตกใจชี้ให้เห็นว่า เมื่อพนักงาน 10 คนเดินมา ประมาณ 8 คนมีภาระหนี้ และในจำนวนนี้มีถึง 3 คนที่มีหนี้นอกระบบ รวมทั้ง 1 ใน 3 ของพนักงาน กำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้นอกระบบ หรือการค้างชำระ และ 60% ของพนักงานระดับปฏิบัติการ ตกอยู่ในสภาวะ "ใช้เงินเดือนชนเดือน" สถานการณ์เช่นนี้กำลังสร้างความท้าทายอย่างยิ่งให้กับองค์กรในหลายด้าน 

ซึ่งจากการถ่ายทอดประสบการณ์ตลอด 7-8 ปี ของ Noburo หรือ โนบูโร แพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ให้บริการสวัสดิการด้านการเงินและสินเชื่อแก่พนักงานบริษัทที่เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ โดยจะเข้าไปช่วยจัดการปัญหาทางการเงิน วางแผนปลดหนี้ให้พนักงานสามารถพิชิตหนี้และมีเงินแสนได้ในเวลาไม่กี่เดือน 

โดยโนบูโร เกิดจากความเชื่อที่ว่าไม่มีใครตั้งใจอยากมีปัญหาการเงินหรือเป็นหนี้ แต่เกิดจากความไม่รู้หรือการจัดการที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งหากได้รับแนวทางที่เหมาะสมก็สามารถหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้ 

ธิษณา ธิติศักดิ์สกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Noburo กล่าวว่า สิ่งที่โนบูโรดำเนินการคือการช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ความรู้ด้านการเงิน และสร้างกลไกขับเคลื่อน โดยเริ่มจาก “ภารกิจพิชิต 90 วัน” ทำแผนจบหนี้ ร่วมมือบริษัท เงินดีดี จำกัด (หรือที่รู้จักในชื่อ Good Money เป็นบริษัทในเครือธนาคารออมสิน) ในการสนับสนุนสินเชื่อสวัสดิการ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินงานไปสักพักกลับพบว่าปัญหาการเงินในองค์กรไม่ได้มีเพียงหนี้หนัก หรือ หนี้นอกระบบเท่านั้น จึงได้ขยายผลไปสู่ระบบตรวจสุขภาพการเงิน การจัดเวิร์กช็อป คลินิกให้คำปรึกษา ตลอดจนการสร้างวินัยการออมเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานกลับไปเป็นหนี้ซ้ำ

ตลอดระยะเวลาการทำงานร่วมกับ 260 องค์กร โนบูโรได้เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือพนักงานไปแล้วประมาณ 17,000 คน สามารถปลดพันธนาการและลดหนี้ผ่านโครงการได้รวมกว่า 350 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีสัดส่วนถึง 30% ที่เป็นหนี้นอกระบบ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างเงินออมรวมกันเกือบ 40 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การสร้างองค์กรที่มีสุขภาพทางการเงินที่ยั่งยืน ยังคงเป็นโจทย์ที่ท้าทาย เนื่องจากปัญหาการเงินเป็นเรื่องเชิงโครงสร้างที่แม้แต่ภาครัฐเองก็พยายามแก้ไขมาหลายสิบปี จากบทเรียนที่โนบูโรรวบรวมมาพบว่า หากองค์กรสามารถทำตามปัจจัยสำคัญได้ถูกต้อง ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาการเงินพนักงานได้สูงถึง 60-70%

แค่ ‘แจกเงินกู้-อบรม’ ไม่ช่วยแก้พฤติกรรม

บทเรียนแรกที่ได้จากการทำงานคือ สวัสดิการทางการเงินที่องค์กรจัดสรรให้ เช่น สินเชื่อสวัสดิการ ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือการเปิดให้ถอนเงินสมทบก่อน ไม่ได้เท่ากับสุขภาวะทางการเงินที่ดี (Well-being) เพราะพนักงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Alpha หรือคนรุ่นใหม่ ประสบปัญหาการเงินหนักขึ้นเรื่อยๆ จากการเข้าถึงบริการดิจิทัลที่อำนวยให้เกิดพฤติกรรม “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later) ปัญหาหนี้และการไม่มีเงินเก็บจึงยังคงอยู่เช่นเดิม 

ประการต่อมาคือ การแก้หนี้ด้วยการ “รวมหนี้” หรือการปล่อยสินเชื่อใหม่ เป็นเพียงการย้ายหนี้จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอพฤติกรรม ดังเช่นกรณีศึกษาของกลุ่มข้าราชการ ครู ทหาร หรือตำรวจ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสวัสดิการสูงมาก และบางแห่งสามารถเข้าถึงวงเงินกู้ได้สูงสุดถึง 90 เท่าของเงินเดือน แต่นั่นไม่ได้แปลว่าจะหลุดพ้นจากหนี้ได้ กลับพบปัญหาครูไทยเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว จนกระทั่งใกล้เกษียณก็ยังโดนหักเงินหน้าซอง หรือต้องนำเงินฌาปนกิจมาใช้หนี้ บางรายถึงขั้นถูกฟ้องล้มละลาย 

ประการสุดท้ายคือ การจัดกิจกรรมให้ความรู้ ก็ไม่ได้เท่ากับความยั่งยืน เพราะเมื่อพนักงานเรียนจบเดินออกจากห้องไปเพียง 3 วัน พฤติกรรมเดิมๆ ก็จะกลับมาหากไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง

3 ระดับสำคัญเปลี่ยนการเงินพนักงาน

เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง โนบูโรได้ถอดบทเรียนออกมาเป็น “วงคลื่นแห่งการสร้างองค์กรการเงินยั่งยืน” ซึ่งประกอบด้วย 3 ระดับสำคัญ โดยระดับที่มีความสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรคือ “ระดับผู้นำ” ที่ต้องกำหนดทิศทางจากบนลงล่าง ให้นโยบายการเงินเข้าไปอยู่ในกลยุทธ์ขององค์กร ไม่ใช่แค่การอนุมัติงบประมาณ 

ถัดมาคือ “ระดับองค์กรและทีมงาน”  ที่ต้องสร้างระบบ วัฒนธรรม และพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยเรื่องการเงิน และสุดท้ายคือ “ระดับบุคคล” นั่นคือตัวพนักงานเอง ที่ต้องเปลี่ยนจากเพียงแค่การตระหนักรู้ ไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 

ในการเปลี่ยนพฤติกรรมระดับบุคคล จุดเริ่มต้นไม่ได้อยู่ที่การบังคับทำรายรับรายจ่าย แต่ต้องพาพนักงานกลับไปค้นหาความฝันทางการเงินของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเกษียณอย่างมีความสุข การส่งเสียดูแลครอบครัว หรือการเก็บเงินเพื่อการท่องเที่ยว 

เพราะการวางแผนการเงิน ทั้งการจัดการภาระค่าใช้จ่าย ภาระหนี้สิน และความเสี่ยง ต่างทำไปเพื่อตอบสนองความฝันเหล่านี้ ในชีวิตจริงพนักงานที่มีปัญหาการเงินมักจะสูญเสียรายได้ไปกับภาระหนี้สูงถึง 50-70% ของเงินเดือน ยิ่งหากเป็นหนี้นอกระบบที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 50 หรือบางเคสสูงถึง 70% ถึง 300% การหมุนเงินจะทำให้ไม่มีทางมีเงินเก็บได้ 

ดังนั้น การดึงเงินส่วนนี้กลับคืนมาจัดการ จะทำให้มีเงินเหลือออม ซึ่งควรเริ่มจากการสร้างกระปุกเงินฉุกเฉินให้ได้ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือนเพื่อดูแลปัจจุบัน แล้วจึงขยายไปสู่กระปุกเงินเกษียณเพื่อดูแลอนาคต ทั้งนี้ งานวิจัยจากอเมริกาที่สำรวจคน 8,000 คนทั่วโลกพบว่า คนมีความสุขทางการเงินต้องมี 2 ส่วนประกอบกัน คือ การมองภาพระยะยาวที่เห็นทั้งเป้าหมายและแผนงาน และการควบคุมตนเองที่ลงมือทำตามแผน ปลดหนี้ทีละก้อน จนเกิดเป็นเงินออมและสร้างผลกระทบเชิงบวกไปถึงครอบครัว

ในระดับองค์กร การสร้างพื้นที่ปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ เพราะปัญหาพฤติกรรมทางการเงินที่เห็นบนยอดภูเขาน้ำแข็ง มักมีปัจจัยซับซ้อนซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งเสมอ ตัวอย่างการสร้างวัฒนธรรมการเงินที่น่าสนใจ เช่น บริษัทที่ชวนพนักงานปลูกผักสลัดในโรงงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย และนำส่วนเกินไปขายเป็นรายได้เสริม หรือเคสการแก้ปัญหาพนักงานตั้งวงดื่มสุราหลังเลิกงาน โดยโรงงานใช้อุบายทำ “ถุงแกง” ราคา 20 บาทแจกพนักงาน เพื่อให้รีบนำกลับไปฝากครอบครัว ซึ่งช่วยลดอัตราการดื่มสุรา สุขภาพดีขึ้น และมีเงินเก็บเพิ่มขึ้น 

หรือโครงการ “ภารกิจพิชิตแสน” มณีจันทร์รวมใจออมแสนสู่ล้าน ของโรงแรมมณีจันท์ ซึ่งมีพนักงาน 106 คน (เป็นชาวต่างชาติ 30%) ที่เดิมทีพนักงานไทยไม่มั่นใจว่าจะออมเงินได้แม้แต่เดือนละ 500 บาท แต่เมื่อจัดแข่งขันแบ่งเป็น 10 ทีม ตั้งเป้าออมร่วมกันให้ได้ 1 ล้านบาทภายใน 5 เดือน 

กลับพบว่าเมื่อจบโครงการ พนักงานสามารถออมเงินได้เฉลี่ยสูงถึงเดือนละ 3,800 บาทต่อคน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยเงินออมของคนทั้งประเทศ หรือเคส “ภารกิจออมรวย” ที่ให้พนักงานออมเงินขั้นต่ำ 500 บาทเพื่อรับสิทธิ์สุ่มตัวเลขลุ้นรางวัลทุกวันที่ 16 ส่งผลให้บทสนทนาในองค์กรเปลี่ยนจากการใบ้หวย มาเป็นการหารือเรื่องการลงทุนในกองทุนต่างๆ

ทั้งนี้ในระดับผู้บริหารและกลยุทธ์ องค์กรต้องเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ Persona และสุขภาพทางการเงินของพนักงาน ตั้งแต่กลุ่มปกติ ท้าทาย ไปจนถึงขั้นวิกฤต เพื่อวางแนวทางแก้ไขให้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหนี้นอกระบบ กลุ่มหนี้หนักที่ยังไม่ค้างชำระ กลุ่มค้างชำระจนโดนบังคับคดี กลุ่มที่ไม่มีหนี้แต่ไม่มีเงินเก็บ หรือกลุ่มใกล้เกษียณที่ยังติดภาระหนี้บ้านหนี้รถ ดังเช่นกรณีศึกษาการแก้ปัญหาหนี้สินของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่เริ่มจากบอร์ด Sustainability ร่วมมือกับทีม HR, People, สวัสดิการ, สหกรณ์ และ Academy ทำงานร่วมกับโนบูโรประชุมติดตามผลทุกสัปดาห์ 

พร้อมทั้งสร้าง “พี่เลี้ยงการเงิน” ภายในองค์กรเพื่อความยั่งยืน มีการเชื่อมโยงระบบดูแลสุขภาพจิตเข้ามาช่วยในเคสที่เครียดหนัก และประสานทีมสินเชื่อสวัสดิการมาช่วยรีไฟแนนซ์ รวมถึงเปิดช่องทางให้พนักงานฝ่ายขายที่มีรายได้ลดลงได้หารายได้เสริม ขณะเดียวกันก็มีตัวอย่างจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ผู้บริหารระดับสูงลงมาร่วมออมเงินเป็นตัวอย่างให้แก่พนักงาน จนประสบความสำเร็จอย่างมาก

แม้งานการเงินในองค์กรและปัญหาหนี้สินระดับประเทศที่มีมูลค่าสูงถึง 16.4 ล้านล้านบาท จะเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้พลังอย่างมหาศาล แต่หากองค์กรเริ่มต้นจากการประเมินสถานการณ์  วางกลยุทธ์ที่เหมาะสม และได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร ก็จะสามารถเปลี่ยนผ่านพนักงานจากคนที่ติดดักหนี้ ให้กลายเป็นคนที่มีเงินเหลือเต็มซัพพอร์ต มีเงินออม จนสามารถทำตามความฝันของตนเองได้สำเร็จและพร้อมที่จะส่งต่อสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมต่อไป

เพราะในโลกของการทำงาน ปัญหาหนี้สินของพนักงานไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่เป็น 'ต้นทุนที่มองไม่เห็น' ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

อ่านข่าวการเงิน ประกัน บริหารความมั่งคั่ง กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance  

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney