ถอดเกม Visa รุกธุรกิจท่องเที่ยว เปิดตัว Visa Destinations ชิงนักเดินทางกำลังซื้อสูง

Business

Business Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ถอดเกม Visa รุกธุรกิจท่องเที่ยว เปิดตัว Visa Destinations ชิงนักเดินทางกำลังซื้อสูง

Date Time: 12 ก.ค. 2569 12:38 น.

Video

รู้จัก National ITMX เบื้องหลัง PromptPay ที่คนไทยใช้กันทั้งประเทศ | Digital Frontiers EP.68

Summary

Visa เปิดตัวแพลตฟอร์ม Visa Destinations ในไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียแปซิฟิก เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยนักท่องเที่ยววางแผนและค้นหาประสบการณ์การเดินทาง

  • กลยุทธ์นี้มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงและกลุ่มที่กลับมาเยือนซ้ำ ซึ่งข้อมูลระบุว่ากลุ่มนี้สร้างยอดใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 4 เท่า
  • Visa ตั้งเป้าขยายระบบรับชำระเงินดิจิทัลไปยังร้านค้ารายย่อยกว่า 56,000 แห่งทั่วไทย เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนผ่านเครือข่ายของบริษัท
  • การขยายตัวดังกล่าวสอดรับกับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และเวลเนส ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการใช้จ่ายต่อทริปสูงและมีความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ
  • ข้อมูลจาก Visa ระบุว่าการใช้จ่ายข้ามพรมแดนในไทยเติบโตขึ้น 14% โดยสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่ใหญ่ที่สุด

Latest


เวลานักท่องเที่ยวเดินทาง สิ่งที่เรามักมองเห็นคือโรงแรมเต็ม ร้านอาหารคึกคัก และเศรษฐกิจที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่เบื้องหลังทุกการใช้จ่าย ยังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่แทบไม่ถูกพูดถึง ทั้งที่ยิ่งนักท่องเที่ยวใช้เงินมากเท่าไร บริษัทนี้ก็ยิ่งทำเงินมากขึ้น นั่นคือ Visa ผู้ให้บริการเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก

สำหรับ Visa แล้ว การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เรื่องของการเดินทาง แต่คือแหล่งสร้างรายได้จากธุรกรรมข้ามพรมแดน (Cross-border Payments) ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูงของบริษัท

เหตุผลอยู่ที่โมเดลธุรกิจของ Visa เพราะธุรกรรมที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ หรือ Cross-border Payments สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าการใช้จ่ายภายในประเทศ ดังนั้น ยิ่งนักท่องเที่ยวเดินทางและใช้จ่ายในต่างแดนมากเท่าไร เครือข่ายของ Visa ก็ยิ่งเก็บเกี่ยวรายได้จากค่าธรรมเนียมได้เป็นกอบเป็นกำมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อการท่องเที่ยวกลายเป็นธุรกิจสำคัญ คำถามต่อมาคือ Visa จะเข้าไปมีบทบาทได้มากกว่าแค่ช่วงเวลาที่ลูกค้าหยิบบัตรขึ้นมาจ่ายเงินหรือไม่...

จาก "วิธีจ่ายเงิน" สู่ "เพื่อนร่วมทริป"

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Visa เปิดตัว Visa Destinations แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก และล่าสุดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่อเนื่องจากปารีส ลอนดอน และดูไบ

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนว่า Visa กำลังขยับบทบาทจากผู้ให้บริการเครือข่ายการชำระเงิน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางตั้งแต่เริ่มวางแผนทริป

Visa Destinations ได้รับการออกแบบในรูปแบบ Mobile-first สำหรับผู้ถือบัตร Visa โดยรวบรวมข้อมูลจุดหมายปลายทาง ร้านอาหาร ที่พัก แหล่งช้อปปิ้ง กิจกรรม เวลเนส และคำแนะนำจากคนท้องถิ่น เพื่อช่วยนักเดินทางตั้งแต่เริ่มวางแผน จองทริป เดินทาง ไปจนถึงการใช้จ่ายจริง

เหตุผลเชิงธุรกิจนั้นชัดเจน ยิ่ง Visa เข้าไปอยู่ในช่วง "การตัดสินใจ" ของนักท่องเที่ยวได้เร็วเท่าไร โอกาสที่การใช้จ่ายจะเกิดขึ้นผ่านเครือข่ายของ Visa ก็ยิ่งสูงขึ้น พร้อมต่อยอดไปยังสิทธิประโยชน์ โปรแกรมสมาชิก และบริการอื่น ๆ ได้อีกมาก

ทำไม Visa ถึงเลือกเดินเกมในจังหวะนี้

จังหวะการเปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะ Visa มองว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่รอบใหม่ที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดไดรฟ์ และดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตแข็งแกร่ง

ผลที่ตามมาคือ...การบูมของตลาดทุนและซัพพลายเชน AI ซึ่งทำให้ผู้บริโภคระดับบนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดที่เชื่อมโยงกับซัพพลายเชน AI อย่างฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เวียดนาม และเกาหลีใต้ พร้อมกับการเกิดขึ้นของกลุ่มเศรษฐีหน้าใหม่ (New Millionaires) จากสายงานเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ซึ่งกลายเป็นฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงกลุ่มใหม่ที่พร้อมใช้จ่ายด้านการเดินทาง

ขณะเดียวกัน แม้ต้นทุนการเดินทางจะเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวก็ยังเป็นหมวดการใช้จ่ายที่มีความยืดหยุ่น ผู้คนอาจลดงบประมาณบางส่วนหรือเปลี่ยนจุดหมาย แต่ไม่ได้หยุดเดินทาง นั่นทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งสร้างธุรกรรมข้ามพรมแดนที่สำคัญของ Visa ในระยะยาว

ทำไมต้องประเทศไทย

ทำไม Visa ถึงเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ?

คำตอบอยู่ที่บทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค และน้ำหนักของเม็ดเงินนักท่องเที่ยวที่ไหลผ่านประเทศ

ข้อมูลจากรายงาน Thailand Travel Pulse 2026 ของ Visa ระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคข้ามพรมแดนในไทยเติบโต 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนแรงส่งของการเดินทางระหว่างประเทศและความเชื่อมั่นของนักเดินทางทั่วโลก โดยสหรัฐอเมริกายังเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่ใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและเยอรมนี

แต่ตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดสำหรับมุมของธุรกิจการชำระเงิน คือพฤติกรรมของกลุ่ม "นักท่องเที่ยวที่กลับมาเยือนซ้ำ" ซึ่งแม้จะมีสัดส่วนเพียง 20% ของผู้ถือบัตรทั้งหมด แต่กลับสร้างการใช้จ่ายขาเข้ารวมสูงถึง 34%

กล่าวคือ คนกลุ่มเล็กแต่ใช้จ่ายหนัก และเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูงต่อระบบการชำระเงิน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Visa ให้ความสำคัญกับการสร้าง Engagement และการกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาเยือนซ้ำ มากกว่าการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

เมื่อนักท่องเที่ยวไม่ได้ซื้อ "ความหรู" แต่ซื้อ "ประสบการณ์"

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงกำลังเปลี่ยนไป พวกเขาไม่ได้มองหาเพียงโรงแรมหรูหรือคำแนะนำทั่วไปจากเสิร์ชเอ็นจินอีกต่อไป แต่ต้องการประสบการณ์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ปรับแต่งได้เฉพาะตัว และนำไปเล่าต่อเป็นความทรงจำได้

โดยเฉพาะประสบการณ์ด้านอาหาร เช่น ร้านระดับมิชลินสตาร์ ที่ลูกค้ากลุ่มนี้ยอมจ่ายแพงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับตำแหน่งของ Visa Destinations ที่ต้องการเป็นประตูสู่ประสบการณ์ท้องถิ่นที่ผ่านการคัดสรร

ข้อมูลในไทยสะท้อนแนวโน้มนี้ชัดเจน นักท่องเที่ยวที่กลับมาเยือนเป็นครั้งที่ 3 มักมียอดใช้จ่ายสูงกว่าการเดินทางครั้งแรกถึง 4 เท่า จึงไม่แปลกที่ทั้งอุตสาหกรรมกำลังหันมาแข่งขันกันด้วย "ประสบการณ์" มากกว่าการแข่งขันด้านราคา

ฝั่งสายการบินอย่าง Star Alliance เองก็ปรับกลยุทธ์จากการแข่งขันด้านเส้นทางบิน มาเป็นการพัฒนาประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียมแบบไร้รอยต่อ เพื่อจับกลุ่มผู้โดยสารมูลค่าสูง

อีกตลาดที่ Visa มองเห็นโอกาสคือ Wellness Tourism เมื่อโลกเข้าสู่สังคมสูงวัย เป้าหมายของผู้คนขยับจากการมีอายุยืน (Lifespan) ไปสู่การมีช่วงเวลาสุขภาพดี (Healthspan) ทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อการป้องกันมากกว่าการรักษา

สำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสสำคัญ เพราะนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่า 100,000 ดอลลาร์ต่อทริป พำนักนาน 2-4 สัปดาห์ และมักกลับมาใช้บริการซ้ำ ซึ่งหมายถึงธุรกรรมข้ามพรมแดนที่มีมูลค่าสูงและเกิดขึ้นต่อเนื่อง

เกมไม่ได้จบที่นักท่องเที่ยว แต่ไปถึงร้านค้าท้องถิ่น

สิ่งที่ทำให้เกมนี้สมบูรณ์คือ Visa ไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างแพลตฟอร์มให้นักท่องเที่ยวใช้งาน แต่ยังขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการรับชำระเงินลงไปถึงร้านค้าท้องถิ่น

ภายใต้ Visa Destinations ประเทศไทย Visa ได้ขยายเครือข่ายผู้ประกอบการในย่านทรงวาดแล้วกว่า 50 ราย พร้อมตั้งเป้าขยายระบบรับชำระเงินดิจิทัลไปยังธุรกิจขนาดเล็กอีก 56,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมร้านอาหาร ค้าปลีก ที่พัก การขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว เวลเนส และประสบการณ์ท้องถิ่น

การลงทุนในฝั่งร้านค้ามีนัยสำคัญ เพราะยิ่งจุดรับชำระเงินดิจิทัลกระจายตัวมากเท่าไร โอกาสที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกรรมข้ามพรมแดน จะเกิดขึ้นผ่านเครือข่ายของ Visa ก็ยิ่งมากขึ้น ขณะเดียวกัน ร้านค้ารายย่อยก็สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ง่ายขึ้น และมีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ

แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำประเทศ วีซ่า ประเทศไทย ระบุว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ความคาดหวังของนักเดินทางที่เปลี่ยนไปกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับจุดหมายปลายทาง ธุรกิจ และชุมชน โดย Visa มุ่งทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศเพื่อปลดล็อกการเติบโตระยะต่อไปของการท่องเที่ยว

...ในอดีต Visa จะมีบทบาทก็ต่อเมื่อมีการรูดบัตรเกิดขึ้น แต่วันนี้ บริษัทกำลังพยายามเข้าไปอยู่ก่อนหน้านั้น ตั้งแต่วินาทีที่นักท่องเที่ยวเริ่มค้นหาจุดหมาย วางแผนทริป และเลือกว่าจะใช้เงินที่ไหนเพราะในธุรกิจการชำระเงิน ผู้ที่เข้าไปอยู่ในเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภคได้ก่อน ย่อมมีโอกาสเป็นผู้รับธุรกรรมในท้ายที่สุด...





Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ