เกมใหม่ “การบินไทย” หลังคืนชีพ ไม่เร่งโต ไม่ตัดราคาแลกยอดขาย ปั้นรายได้ใหม่ นอกจากธุรกิจการบิน

Business

Business Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เกมใหม่ “การบินไทย” หลังคืนชีพ ไม่เร่งโต ไม่ตัดราคาแลกยอดขาย ปั้นรายได้ใหม่ นอกจากธุรกิจการบิน

Date Time: 18 ก.ย. 2569 11:08 น.

Video

สอนลูกเรื่องเงินยังไง? กับ Sai Money Monster x ออม แม่บ้านสาธุ | Money Issue EP.72

Summary

การบินไทย เผยกลยุทธ์สำหรับธุรกิจยุคใหม่ หลังผ่านพ้นช่วงฟื้นฟูกิจการจนปัจจุบันมีกระแสเงินสดในมือสูง ดันการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป และระมัดระวัง เน้นการดึงลูกค้าให้อยู่ยาวผ่านการโล๊ะของเก่า ปรับปรุงของใหม่ให้โมเดิร์น ขยายธุรกิจสู่ด้านอื่น ๆ เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มใหม่

Latest


บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เผยกลยุทธ์แผนการดำเนินงานในระยะต่อไป หลังจากที่เดินหน้าทำกำไรมาต่อเนื่องหลังฟื้นฟูกิจการสำเร็จ แม้ว่าปัจจุบันนี้ จะมีสถานการณ์ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นทั่วโลกจนกระทบกับอุตสาหกรรมการบินในภาพรวม แต่การบินไทยระบุว่า บริษัทยังคงรักษาสภาพคล่อง และทำกำไรได้ต่อไปจากการเปลี่ยนเกมการบริหารใหม่ที่จะรักษาลูกค้าไว้ในระยะยาว

ความท้าทายหลักในตอนนี้ของอุตสาหกรรมการบินยังหนีไม่พ้นเรื่องของต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากความสงบที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง และการจัดส่งเครื่องบินที่นับว่าเป็น Assets สำคัญที่สุดของธุรกิจที่ล่าช้ามายาวนาน

ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขึ้นเวทีงาน THAI TALK ที่จัดโดยการบินไทย ระบุว่า ตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 เป็นต้นมา การจัดส่งเครื่องบินต้องล่าช้ามานับตั้งแต่ตอนนั้น ส่งผลให้ตอนนี้ บริษัทต้องมองภาพในระยะยาว มองที่ความยืดหยุ่นในการบริหารธุรกิจ ปรับตัวให้เร็ว เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้และในอนาคต

“นับว่าเป็นความโชคดีที่เราเคยผ่านความยากลำบากมาแล้ว ความแตกต่างตอนนี้คือ เรามีเงินสดในมือสูง เพื่อให้พร้อมรองรับทุกความเปลี่ยนแปลง และเมื่อมีเงินสดมากพอ เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปแข่งในตลาดด้วยวิธีที่ทำให้ตัวเองเจ็บตัว” ชาย เอี่ยมศิริ กล่าว

ชาย เอี่ยมศิริ ชี้ให้เห็นผลงานของการบินไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ผ่านมา พบว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 48,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3,793 ล้านบาท หรือ 8.5% ยังคงทำกำไรได้แม้จะอยู่ในช่วงย่ำแย่ของทั้งอุตสาหกรรมการบินก็ตาม

ชาย เอี่ยมศิริ ได้หยิบยกกลยุทธ์ที่ปัจจุบัน ที่ตอนนี้กลายเป็นจุดสำคัญในการรักษามาตรฐานให้การบินไทย ประกอบไปด้วย

ขายเครื่องเก่า โมเครื่องใหม่

นับตั้งแต่ช่วงฟื้นฟูกิจการ การบินไทยได้ทยอยขายเครื่องบินรุ่นเก่าออก เนื่องจากปัญหาใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือ โมเดลเก่าที่ไม่เคยปรับปรุงเลย ทำให้แข่งขันกับสายการบินอื่นได้ยาก จนท้ายที่สุดอาจจะต้องออกโปรโมชันลดราคา ซึ่งจะกระทบกับรายได้ในลำดับต่อไป 

จึงเป็นที่มาให้บริษัทตัดสินใจขายเครื่องเก่าออกบางส่วน และลงทุนเพิ่มเพื่อเร่งปรับปรุงเครื่องใหม่ยกแผง โดยเฉพาะการออกแบบภายในใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ผู้โดยสารรับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ชาย เอี่ยมศิริ เล่าถึงภาพลักษณ์ใหม่ของเครื่องบินการบินไทยว่า ไม่ว่าจะเครื่องเก่าหรือเครื่องใหม่ จะมีการปรับการตกแต่งภายในทั้งหมด โดยจะยังคงเน้นเอกลักษณ์เดิมของการบินไทย หากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารต้องเปลี่ยนลำกะทันหัน ก็จะได้รับประสบการณ์ที่เหมือนกันในเครื่องทุกลำ


พร้อมกันนี้ จะมีการยกระดับที่นั่งในกลุ่ม Business Class ให้มี Premium Business Class ขึ้นมา โดยจะมีความใกล้เคียงกับ First Class ที่ปัจจุบันให้บริการในแค่ 3 ลำเท่านั้น เพื่อตอบโจทย์ผู้โดยสารที่สะดวกสบาย และไม่ลดทอนผู้โดยสาร First Class กรณีต้องเปลี่ยนเครื่อง

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่ม Premium Economy Class ขึ้นมา รองรับผู้โดยสารที่ต้องการความสะดวกสบายและบริการที่มากขึ้น และยังเพิ่มขนาดช่องวางกระเป๋าด้านบนเพื่อรองรับจำนวนกระเป๋าที่มากขึ้นทั้งลำ 

ถัดมาคือการออกแบบในโซน Economy Class ที่ปรับเบาะใหม่ให้มีน้ำหนักเบาลง แต่ยังคงความสบายเวลานั่งไว้ตามเดิม พร้อมออกแบบด้วยโทนสีใหม่ที่ทันสมัยมากขึ้น และยกระดับเรื่องความบันเทิงภายในเครื่อง อัพเดตใหม่ทั้งหมด และเสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่

เพิ่มเส้นทางการบิน

อีกหนึ่งกลยุทธ์หลักของการบินไทย คือ การทยอยขยายเส้นทางการบิน ทั้งเปิดเส้นทางเดิมที่ครั้งหนึ่งเคยปิดไปแล้ว พร้อมกับเปิดเส้นทางใหม่เพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ อธิบายว่า พื้นฐานของการบินไทยคือ Network Airline มีเป้าหมายคือ การกระจายเครือข่ายและดึงการเดินทางมาสู่สุวรรณภูมิและส่งต่อสู่เส้นทางอื่น เพราะฉะนั้นในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ จึงต้องมีการวางแผนรองรับการเดินทางให้พร้อม

โดยตารางบินฤดูหนาวครอบคลุม 66 จุดหมายปลายทาง รวม 998 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ หนึ่งในเส้นทางใหม่คือ กรุงเทพฯ-ดานัง ประเทศเวียดนาม พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV ส่วนฝั่งยุโรป เปิดให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม เพื่อรองรับการเดินทางระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ พร้อมกับเพิ่มความถี่ในอีกหลายเมืองหลัก

เช่นเดียวกันกับในเอเชีย การบินไทยกลับมาให้บริการเส้นทาง กรุงเทพฯ-เซี่ยหมิน เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าที่ต้องการเดินทางไปจีน 

ซึ่ง กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ระบุว่า ตอนนี้ยอดจองเที่ยวบินล่วงหน้าตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม มียอดจองสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วทั้งสิ้น พร้อมกับหยิบยกกลยุทธ์ 3 Disciplines เพื่อสร้าง Quality Revenue ขึ้นมาอธิบาย ประกอบไปด้วย

  • Capacity Discipline: บริหารจัดสรรจำนวนที่นั่งและปรับเปลี่ยนความจุตามสภาวะดีมานด์
  • Pricing Discipline: ควบคุมระดับราคา ไม่ตัดราคาแข่งแบบไร้ทิศทาง เน้นทำตลาดในเส้นทางที่เจาะกลุ่มพรีเมียมคลาส (ทั้ง First Class และ Business Class) ซึ่งให้ Yield สูง
  • Traffic Mix Discipline: บริหารสัดส่วนผู้โดยสารเชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นนอกเหนือจากกรุงเทพฯ กับผู้โดยสารที่มีจุดหมายปลายทางในไทย รวมถึงสัดส่วนระหว่าง Premium Class และ Economy Class ให้เหมาะสมตามฤดูกาล

“ยุทธศาสตร์สำคัญของการกลับมาครั้งนี้ คือเราเลือกโต แบบไม่เร่งโต ทุกเส้นทางบินที่เราก้าวไปต้องศึกษาอย่างรอบคอบและมั่นใจว่าชัวร์ เพื่อให้การบินไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ กล่าว

ดึงลูกค้า “ทุกกลุ่ม” ให้อยู่ยาว

กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ระบุว่า ในแต่ละปีการบินไทยมีผู้โดยสารเฉียด 20 ล้านคน และในจำนวนนั้น มีผู้โดยสารเด็กที่มีอายุระหว่าง 2-12 ปี จำนวนกว่า 300,000 คน จึงเห็นโอกาสนี้ สร้างโปรเจกต์ Thai Junior Sky Explorers

โครงการใหม่ในครั้งนี้ก็เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ รักษาให้อยู่ต่อในระยะยาว ผ่านการสร้าง Brand Engagement กับเด็กตั้งแต่วัยเยาว์ กระตุ้นการซื้อซ้ำ (Repeat Purchase) ผ่านผู้ปกครอง และเป็นการสร้าง Revenue Stream ใหม่ผ่านสินค้า Merchandise

พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัวมาสคอต 5 ตัวโดยเลือกใช้คาแรกเตอร์สัตว์ มาเป็นตัวดึงดูดและวางสตอรี่เรื่องราวของแต่ละคาร์แรคเตอร์ให้น่าติดตาม ซึ่งภาพของมาสคอตเหล่านี้จะถูกไปขยายผลบนกล่องอาหาร กระเป๋าเด็ก บัตรสมาชิก ROP Card สำหรับเด็ก และในอนาคตอาจจะมีการทำคอลเลกชันต้อนรับตัวละครเชิญจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ การบินไทยยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในแง่ของ Lifestyle และ Wellbeing โดยหนึ่งในนั้นคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไร้แอลกอฮอล์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสบการณ์สำหรับผู้โดยสารบนเที่ยวบิน

มีการจับมือกับ Jim Thompson และ Sirivannavari ออกแบบชุดนอนสวมสบายบนเครื่องบินและกระเป๋าของใช้ส่วนตัวให้บริการในชั้น Business Class และ First Class 

ขณะเดียวกัน บริษัททัวร์ที่เป็นบริษัทลูกของการบินไทยอย่าง ROH ก็มีการนำเสนอทริปที่เน้นเรื่อง Wellbeing มากขึ้น อย่างเช่น ทริปสังเวชนียสถานและดินแดนพุทธศาสนา หรือหากเป็นในประเทศไทย จะชู 5 จุดเด่นของไทย ทั้งเรื่องอาหาร การพักผ่อนเพื่อสุขภาพ ตามรอยแหล่งท่องเที่ยวในภาพยนตร์ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ตลอดจนสัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลายของไทย

ท้ายที่สุดแล้ว การบินไทยยืนยันว่า การเดินหน้าต่อไปในอนาคตคือการวางแผนที่จะเติบโตแบบระยะยาวและยั่งยืน โดย ชาย เอี่ยมศิริ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการรอคอยอนาคต แต่เราตัดสินใจแล้วและลงมือทำแล้ว เพื่อสร้างความหวังให้พนักงาน สร้างความมั่นใจให้คนไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ถือหุ้นว่า การบินไทยพร้อมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”


อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney 




Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ