เนสท์เล่ ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน สร้างโรงงานผลิตกาแฟ “สมุทรปราการ” เสริมแกร่งธุรกิจ รองรับส่งออก

Business

Business Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เนสท์เล่ ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน สร้างโรงงานผลิตกาแฟ “สมุทรปราการ” เสริมแกร่งธุรกิจ รองรับส่งออก

Date Time: 9 ก.ค. 2569 17:03 น.

Video

ดร.นิเวศน์ เผยคาถา 30 ปี ทำให้เป็นเศรษฐีหมื่นล้าน? l Money Secret EP.21

Summary

บีโอไอไฟเขียว! ดึง เนสท์เล่ ลงทุน 23,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่   ปักหมุด สมุทรปราการ เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจเนสกาแฟ และรองรับการส่งออก


เนสท์เล่ (Nestlé) ยักษ์ใหญ่ด้านอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก เดินหน้าตอกย้ำบัลลังก์ความเป็นผู้นำตลาดกาแฟอันดับ 1 ของประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง ล่าสุดประกาศแผนการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ด้วยมูลค่าสูงถึง 23,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิต “เนสกาแฟ” แห่งใหม่ในประเทศไทย

พร้อมศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะในจังหวัดสมุทรปราการ โดยโครงการยักษ์ใหญ่นี้ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อมุ่งยกระดับให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักของเนสกาแฟในภูมิภาคอาเซียนและรองรับการส่งออกอย่างเต็มรูปแบบ โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดดำเนินการและเริ่มสายการผลิตอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2571

การปักหมุดฐานการผลิตแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของเนสท์เล่ในการขยายอาณาจักรภาคการผลิต จากเดิมที่เนสท์เล่ดำเนินธุรกิจในไทยมาอย่างยาวนานกว่า 130 ปี และมีโรงงานกระจายอยู่ตามพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ 8 แห่ง อาทิ โรงงานนวนคร โรงงานอมตะ (ระยอง) โรงงานบางปู และโรงงานฉะเชิงเทรา ซึ่งครอบคลุมการผลิตผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตั้งแต่กลุ่มน้ำดื่ม นม เครื่องปรุงรส ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง 

แต่สำหรับอุตสาหกรรมกาแฟที่เป็นหัวใจหลักอย่าง “เนสกาแฟ” นั้นการตัดสินใจสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่สมุทรปราการในครั้งนี้ จึงเป็นการขยายขีดความสามารถและสร้างความมั่นคงในซัพพลายเชนการผลิตกาแฟของแบรนด์ให้ครอบคลุมและพึ่งพาตนเองได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น

ความน่าสนใจของโรงงานเนสกาแฟแห่งใหม่นี้ คือการเป็นโมเดล "โรงงานอัจฉริยะ" ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพ เพิ่มความเสถียรในทุกกระบวนการ และยึดหลักความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ภายในโรงงานจะได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีการสกัดกาแฟและการเก็บรักษากลิ่นที่ล้ำสมัยที่สุดของเนสท์เล่ ทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติขั้นสูง เช่น ระบบหุ่นยนต์ และคลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับจัดเก็บและเลือกหาสินค้า (ASRS) รวมถึงระบบควบคุมการทำงานผ่าน AI ที่แม่นยำ 

โดยโรงงานแห่งนี้จะเน้นผลิตผลิตภัณฑ์ยอดนิยมหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม ควบคู่ไปกับการตั้งศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะในพื้นที่เดียวกันเพื่อกระจายสินค้าในพอร์ตโฟลิโอของเนสท์เล่ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ คาดว่าจะช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่คนไทยมากกว่า 520 ตำแหน่ง โดยเน้นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี รวมถึงแรงงานทักษะระดับกลางและระดับสูงเป็นหลัก

นิคิล ชัญจ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า ได้ฉายภาพประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับเนสท์เล่มายาวนานกว่า 130 ปี การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราในประเทศไทย การลงทุนครั้งใหญ่ในโรงงานผลิตกาแฟและศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะนี้ ไม่เพียงแต่จะมอบสินค้าคุณภาพสูงและเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นของไทยให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) ของภาครัฐ

ด้วยนโยบายการจัดซื้อนวัตกรรม วัตถุดิบ และวัสดุภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงการรับซื้อเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย คิดเป็นมูลค่าการจัดซื้อสูงถึงประมาณ 4,300 ล้านบาทต่อปี โดยคาดว่าโรงงานแห่งใหม่นี้จะเริ่มดำเนินงานในช่วงหลังของปี 2571

การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 2561 ถึง 2568 เนสท์เล่ได้ลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 27,800 ล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถด้านการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและอาหารสัตว์เลี้ยง อีกทั้ง เนสท์เล่ยังเป็นผู้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ของประเทศไทยมาเป็นเวลากว่าสี่ทศวรรษ และยังคงสนับสนุนเกษตรกรในประเทศผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการกระจายต้นกล้ากาแฟคุณภาพที่พัฒนาโดยศูนย์วิจัยกาแฟของเนสท์เล่ 

นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังส่งเสริมการขยายพื้นที่เพาะปลูกกาแฟไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อช่วยรองรับแนวโน้มการบริโภคกาแฟที่เพิ่มขึ้นในตลาด และลดช่องว่างปริมาณกาแฟที่เพาะปลูกในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาค อุตสาหกรรม โดยล่าสุด เนสท์เล่ได้ส่งเสริมการขยายพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้าไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 

ทั้งนี้ เนสกาแฟ เป็นแบรนด์กาแฟชั้นนำระดับสากลที่ก่อตั้งขึ้นโดยเนสท์เล่ในปี 2481 และได้เปิดตัวในประเทศไทย เมื่อปี พ2516 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เนสกาแฟได้ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเนสท์เล่ในการดำเนินงานตามความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงให้แก่ผู้บริโภค พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ