รู้จัก “ไอสไตน์แห่งวอลล์สตรีท” จากเด็กบันทึกข้อมูลคำสั่งซื้อ สู่ไอคอนของตลาดหุ้นนิวยอร์ก

Business

Business Strategy

Tag

รู้จัก “ไอสไตน์แห่งวอลล์สตรีท” จากเด็กบันทึกข้อมูลคำสั่งซื้อ สู่ไอคอนของตลาดหุ้นนิวยอร์ก

Date Time: 27 มิ.ย. 2569 20:54 น.

Video

คู่มือรอดยุคเลย์ออฟ! กับเบอร์ 1 สาย HR รุตม์ อานนทวงศ์ - ภูผา Mr.Phoops ตัวแทนคนรุ่นใหม่ | Money Issue EP.54

Summary

  • Peter Tuchman ได้รับฉายาว่าเป็น “ไอสไตน์แห่งวอลล์สตรีท” ด้วยภาพลักษณ์ และการแสดงออกทางสีหน้าที่น่าจดจำ ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดคนหนึ่งในตลาดหุ้นนิวยอร์ก
  • เส้นทางอาชีพใน NYSE เริ่มต้นในฐานะเด็กฝึกงานเป็น Teletypist หรือเจ้าหน้าที่รับส่งข้อมูลคำสั่งซื้อขาย ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นเทรดเดอร์ในระยะเวลาไม่นาน 
  • เขาใช้ชีวิตมายาวนานกว่า 40 ปีในวอลล์สตรีท ผ่านเหตุการณ์สำคัญของโลกการเงินมาก็หลายครั้ง และแม้ว่าตอนนี้อายุจะใกล้เลข 7 แล้ว เขาก็ไม่คิดที่จะเกษียณจากตลาดนี้

Latest


ถนนสายหนึ่งในย่านแมนฮัตตันตอนล่างของมหานครนิวยอร์ก พื้นที่ที่คนพลุกพล่าน จากถนนความยาวไม่ถึง 1 กิโลเมตร ที่อดีตคือย่านการค้าสำคัญ สู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการเงินและตลาดทุน จนถูกขนานนามว่าบริเวณนั้นเป็น Financial District 

ย่าน Wall Street กลายเป็นฮับการเงินมาตั้งแต่ปี 1792 ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของระบบการเงินของสหรัฐอเมริกาและของโลก บรรยากาศที่มักจะเห็นบน Trading Floor นอกจากจะมีคนตะโกนตัวเลขไปมา กราฟเขียวแดงวิ่งกันวุ่นวาย สิ่งที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กนี้ถ่ายทอดออกมานั้น คือการเป็นศูนย์กลางของระบบเศรษฐกิจโลกที่กำลังเคลื่อนไหว

แม้ปัจจุบันการซื้อขายส่วนใหญ่จะดำเนินการด้วยคอมพิวเตอร์และอัลกอริทึม แต่ Trading Floor ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของ “อารมณ์มนุษย์” ที่อยู่เบื้องหลังตลาดการเงิน ทั้งกลัว ตื่นเต้น ตระหนก ไปจนถึงความหวังนั้นถูกแสดงออกมา

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือภาพของ Peter Tuchman เทรดเดอร์ชื่อดังใน New York Stock Exchange หรือ NYSE ที่มักจะมีสีหน้าและท่าทางสุดจะมีเอกลักษณ์ จนกลายเป็นภาพจำของตลาดหุ้นในช่วงเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ จนได้รับฉายาว่า “Einstein of Wall Street”

ด้วยลักษณะภายนอก ทั้งทรงผม หน้าตา ตลอดจนการแสดงออกทางสีหน้า ทำให้เขาคนนี้ได้สมญานามว่าเป็น “ไอสไตน์แห่งวอลล์สตรีท” มาครอง แต่เชื่อไหมว่า Peter Tuchman คนนี้เขาใช้ชีวิตอยู่กับตลาดนิวยอร์กมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ เขาเคยเล่าว่าผ่านเหตุการณ์สำคัญของตลาดการเงินที่กระทบทั้งโลกมาหลายครั้ง

พื้นซื้อขายแห่งนี้จึงกลายเป็นบ้านอีกหลัง ที่สอนให้เขาเข้าใจตลาดทุน ทำให้เติบโตจนกลายเป็นเศรษฐี และช่วยคนอื่นสร้างความมั่งคั่ง บทความนี้ Thairath Money ในคอลัมน์ How to Make Money จะพาไปทำความรู้จัก Peter Tuchman และเข้าใจเส้นทางของบุคคลสำคัญแห่งวอลล์สตรีท เขาเติบโตมาแบบไหน ทำไมถึงตัดสินใจที่จะเดินในสายการเงิน จนถึงขั้นจะขอใช้ชีวิตไปจนถึงวินาทีสุดท้ายในตลาดนิวยอร์กนี้


ก่อนมาเป็นตำนานในวอลล์สตรีท

ชีวิตของ Peter Tuchman เริ่มต้นในมหานครนิวยอร์ก แม้จะไม่ได้เริ่มต้นในตลาดหุ้น และในช่วงวัยเด็กเขาจะไม่มีสิ่งนี้ในหัวเสียด้วยซ้ำ แต่เขาก็เติบโตมาในเมืองที่เป็นศูนย์กลางการเงินโลก

Peter Tuchman เคยให้สัมภาษณ์กับ Business Insider อธิบายว่า ชีวิตวัยเด็กของเขาคือพื้นที่ที่เขามีความสุขจนเรียกได้ว่าค่อนข้างได้รับโอกาสเหนือคนอื่นอยู่มาก เนื่องจากคุณพ่อของเขาเป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียง อพยพมาตั้งถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกาและสร้างครอบครัว

หลังจบการศึกษาจากโรงเรียน Riverdale Country School ในช่วงทศวรรษ 1970 เขาเข้าเรียนที่ University of Massachusetts Amherst โดยศึกษาหลากหลายสาขา ทั้งเกษตรศาสตร์ ธุรกิจระหว่างประเทศ และการเงิน

กระทั่งช่วงทศวรรษ 1980 ระหว่างเรียน MBA ที่ Baruch College เขาเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่เขาภูมิใจที่สุดคือร้านขายแผ่นเสียงและแกลลอรีศิลปะชื่อ Corona Record Gallery บนถนนบลีคเกอร์ในแมนฮัตตัน เป็นศูนย์รวมแผ่นเสียงแจ๊สหายากที่เลิกผลิตไปแล้ว

แจ๊ส คืออีกหนึ่งความคลั่งไคล้ของ Peter Tuchman เขาเคยเล่าด้วยว่า ยังเคยทำงานที่ไนต์คลับระดับตำนานอย่าง Studio 54 อีกด้วย และเมื่อเขาย้อนมองชีวิตในช่วงนั้น เขาหัวเราะและสรุปสั้น ๆ ว่า “ชีวิตยุ่งมาก ผมทำหลายอย่างพร้อมกัน และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยากเดินไปทางไหน”

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านแผ่นเสียงของเขาปิดตัวลงหลังเปิดได้ประมาณสองปี ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเดียวกับที่เขากำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท แต่โชคชะตาพลิกผัน เขากลับตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตครั้งใหญ่ ด้วยการย้ายไปทำงานที่แอฟริกาตะวันตก

เขาเข้าร่วมงานกับบริษัทน้ำมันสัญชาตินอร์เวย์ชื่อ Saga Petroleum ในตำแหน่งด้านบัญชี ช่วงนั้นเขาได้ไปทำงานที่สาธารณรัฐเบนิน และเชื่อไหมว่า ก่อนออกเดินทาง เขาใช้เวลาเพียง 18 ชั่วโมงบนเครื่องบินเรียนรู้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Lotus 1-2-3 ด้วยตัวเอง และเมื่อเดินทางถึงแอฟริกา เขากลายเป็นหนึ่งในคนไม่กี่คนที่ใช้งานโปรแกรมนั้นได้


วันแรกในตลาดหุ้นนิวยอร์ก

หลังจากได้ใช้ชีวิตในแอฟริกาหนึ่งปีเต็ม Peter Tuchman ก็เริ่มรู้สึกได้ว่า เขาจะต้องจริงจังกับชีวิตการทำงานให้มากกว่า เลยตัดสินใจอีกครั้ง เก็บกระเป๋าเดินทางกลับนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

เขากลับบ้านมา และได้รับคำแนะนำจากครอบครัวว่าถึงเวลาต้องเริ่มต้นชีวิตการทำงานอย่างจริงจัง โอกาสนั้นมาถึงเมื่อพ่อของเขามีคนไข้คนหนึ่งที่เป็นหุ้นส่วนกับบริษัทหลักทรัพย์ Cowen & Company ช่วยเปิดประตูให้เขาได้ไปฝึกงานช่วงฤดูร้อนในตำแหน่ง Teletypist หรือเจ้าหน้าที่รับส่งข้อมูลคำสั่งซื้อขาย

วันที่ 28 มีนาคม 1985 คือวันแรกที่เข้าไปเริ่มงานในตลาดหุ้น และยังบังเอิญเป็นวันเดียวกับที่อดีตประธานาธิบดี Ronald Reagan เดินทางมาเป็นผู้กดระฆังเปิดการซื้อขายอีกด้วย แต่ในเวลานั้น Peter Tuchman อธิบายชัดเจนว่า เขาไม่ได้สนใจเรื่องประธานาธิบดีเลยแม้แต่น้อย เพราะเพียงแค่ก้าวเข้ามาในอาคารก็ทำให้เขารู้สึกตื่นตะลึงกับบรรยากาศแล้ว

บนพื้นซื้อขายในยุคนั้นมีคนทำงานมากกว่า 7,000 คน เต็มไปด้วยเสียงตะโกน เสียงโทรศัพท์ และความวุ่นวายจากระบบ Open Outcry ที่ทุกอย่างยังดำเนินการด้วยมนุษย์ทั้งหมด ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีโทรศัพท์มือถือ และไม่มีระบบอัตโนมัติอย่างในปัจจุบัน

สำหรับชายหนุ่มวัย 24-25 ปีในชุดสูทตัวแรกของชีวิต บรรยากาศดังกล่าวทั้งน่ากลัวและน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน แค่วันแรกที่ได้ลองทำงาน เขาก็ค้นพบแล้วว่า “ผมหลงรักมันตั้งแต่วินาทีแรก” 

หน้าที่ของเขาในฐานะ Teletypist คือการบันทึกรายละเอียดการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนพื้นตลาด โดยในยุคนั้น คำสั่งซื้อขายจะถูกส่งจากสำนักงานชั้นบนลงมาถึงเจ้าหน้าที่บนพื้นตลาดชั้นล่าง ก่อนถูกส่งต่อให้โบรกเกอร์ที่ต้องเดินเข้าไปยังกลุ่มนักซื้อขายเพื่อดำเนินรายการด้วยตัวเอง 

และเมื่อการซื้อขายเกิดขึ้น รายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนหุ้น ราคา เวลา ชื่อบริษัท และหมายเลขประจำตัวของโบรกเกอร์ทั้งสองฝ่าย จะต้องถูกบันทึกอย่างละเอียด Peter Tuchman เขาเปรียบระบบดังกล่าวว่าเป็นเหมือน Blockchain รุ่นดั้งเดิม เพราะทุกธุรกรรมต้องถูกบันทึกลงในสมุดบัญชีอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้สำหรับการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ในภายหลัง

หลังจากป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบแล้ว เอกสารจะถูกส่งผ่านท่อส่งลมไปยังชั้น 17 ของอาคาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่สร้างข้อมูลสำหรับแถบแสดงราคาหุ้น (Ticker Tape) ในยุคนั้น

อย่างไรก็ตาม แม้ขั้นตอนทั้งหมดจะดูซับซ้อนเมื่อเทียบกับปัจจุบัน แต่สำหรับเขามันคือประสบการณ์ที่น่าหลงใหลอย่างยิ่ง และหลังจากทำงานได้ไม่กี่เดือน เขาก็รู้ใจตัวเองแล้วว่า นี่คือเส้นทางอาชีพที่เขาต้องการ

ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เขาตัดสินใจเข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารและหุ้นส่วนของบริษัท Cowen & Company เพื่อขอโอกาสทำงานต่อหลังจบโครงการฝึกงาน เขาบอกกับหัวหน้าตรง ๆ ว่า “ผมรักที่นี่ และอยากทำงานบนวอลล์สตรีทจริง ๆ” 

ด้วยความตั้งใจและผลงานที่โดดเด่นทำให้เขาได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำในตำแหน่ง Option Clerk ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพในตลาดทุนอย่างเต็มตัว


สู่เทรดเดอร์มืออาชีพ

เส้นทางการทำงานของ Peter Tuchman ถือว่าก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ที่เข้ามาทำงานในตลาดนิวยอร์ก เขาเล่าผ่าน Business Insider ว่าอาชีพในตลาดหุ้นยุคนั้นไม่มีหลักสูตรฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ ทุกคนต้องเริ่มจากตำแหน่งล่างสุดและค่อย ๆ พิสูจน์ตัวเอง

สิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ความซื่อสัตย์ ความละเอียดรอบคอบ ความรับผิดชอบ ความภักดีต่อองค์กร และความสามารถในการเรียนรู้จากความผิดพลาด ซึ่งหลังจากทำงานเป็น Option Clerk ได้ราวหนึ่งปี เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น Retail Clerk และเดินหน้าสะสมประสบการณ์ต่อเนื่อง

ในยุคนั้น คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาถึง 13-15 ปี กว่าจะไต่เต้าจากตำแหน่งเริ่มต้นขึ้นมาเป็นโบรกเกอร์เต็มตัวบนพื้นตลาด แต่ Peter Tuchman ถือเป็นคนที่โชคดีและอยู่ถูกที่ถูกเวลา เพราะเพียง 3 ปีครึ่งหลังจากเริ่มต้นทำงาน เขาก็ได้รับที่นั่งบนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของคนในวงการเวลานั้น

วันที่ 17 เมษายน 1988 เขาได้รับสิทธิให้เป็นสมาชิกของ NYSE อย่างเป็นทางการ โดยมีพ่อแม่เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามรับตำแหน่ง และนับแต่นั้นเป็นต้นมากว่า 40 ปี เขาใช้ชีวิตและทุ่มเทจิตวิญญาณให้กับพื้นที่แห่งนี้อย่างไม่หยุดหย่อน

ตลอดเวลากว่า 40 ปีในตลาดทุน Peter Tuchman ผ่านเหตุการณ์สำคัญแทบทุกช่วงของประวัติศาสตร์การเงินโลก ซึ่งหนึ่งในเหตุการณ์ที่เขาจดจำได้ดีที่สุดคือเหตุการณ์ Black Monday ปี 1987 เขาเล่าว่า วันนั้นเขาอยู่ในตลาดระหว่างวันที่ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนักที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์

เขาอธิบายว่า Crash ที่แท้จริงไม่ใช่แค่การปรับฐานหรือการย่อตัวของตลาด แต่เป็นการร่วงลงอย่างรุนแรงมากกว่า 10-20% ภายในเวลาอันสั้น พร้อมกับความตื่นตระหนกของนักลงทุนจำนวนมาก

ตลอดชีวิตการทำงาน เขามองว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งช่วงที่เขาเคยประสบพบเจอประกอบไปด้วย Black Monday ปี 1987, ฟองสบู่ดอทคอมปี 2000, วิกฤตการเงินโลกปี 2008-2009, วิกฤต COVID-19, ความผันผวนจากนโยบายภาษีนำเข้าของ Donald Trump และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางในปัจจุบันนี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เขาพบเหมือนกันทุกครั้งคือ “ก่อนตลาดจะพัง ทุกอย่างมักดูสมบูรณ์แบบที่สุดเสมอ” ตลาดมักทำจุดสูงสุดใหม่ นักลงทุนมีความมั่นใจ และแทบไม่มีใครคาดคิดว่าวิกฤตกำลังจะเกิดขึ้น และนั่นคือบทเรียนสำคัญที่สุดที่ Peter Tuchman ได้เรียนรู้จากการใช้ชีวิตอยู่บนพื้นตลาดหุ้นนิวยอร์กมายาวนาน

“ผมไม่เคยรู้สึกเหมือนอยู่บ้านที่ไหนมากเท่าที่นี่” เขากล่าว พร้อมระบุว่า เขาไม่คิดที่จะเกษียณ เขาฟรีซอายุตัวเองไว้แค่ 55 ปี (ซึ่งตอนนี้ผ่านตัวเลขนั้นมาแล้ว 13 ปี) สำหรับเขาแล้ว “ท่ามกลางความวุ่นวาย ความบ้าคลั่ง และความโกลาหลของตลาดหุ้น ผมกลับรู้สึกสงบอย่างสมบูรณ์”


ปัจจุบัน แม้จะไม่มีข้อมูลความมั่งคั่งของ Peter Tuchman เปิดเผยออกมาต่อสาธารณะ แต่คาดว่าทรัพย์สินของเขาจะมีมูลค่ารวมที่ 5-25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเหตุผลที่นักวิเคราะห์ประเมินจำนวนที่ค่อนข้างกว้างนี้ เพราะเทรดเดอร์ส่วนใหญ่นั้น รายได้ผันผวนได้มากในแต่ละปี อีกทั้งทรัพย์สินจำนวนไม่น้อยอาจอยู่ในรูปของพอร์ตการลงทุนที่กระจายความเสี่ยง มากกว่าจะถือเป็นเงินสดทั้งหมดนั่นเอง


ที่มา: Business Insider [1][2], The Wall Street Journal, Einstein of Wall Street, iBusiness


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

Thanthida Thongphet

Thanthida Thongphet
Digital Economy & Future of Finance