
เป็นสตรีที่ไม่ว่าจะปรากฏตัว ณ ที่ใด ชั้นบรรยากาศแห่งนั้นจะตลบอบอวลไปด้วยความสดใส พลังบวก และรอยยิ้มที่จริงใจ มวลแห่งความสุขนี้ คุณไอซ์พาดี้ (ICEPADIE) “ภาวิดา ชิตเตชะ” อินฟลูเอนเซอร์สายบิวตี้ ผู้ก่อตั้งบริษัท ไอซ์พาดี้ จำกัด และบริษัทแฮปปี้ ซันเดย์ จำกัด อธิบายว่า เป็นพลังพิเศษจากครอบครัว ไม่ว่าจะต้องผ่านอุปสรรคหรือความทุกข์ใด หันกลับมาก็จะเจอพวกเขาอยู่ตรงนั้นเสมอ
“ทุกวันตื่นนอนตอนเช้า ไอซ์จะรู้สึกแฮปปี้ มีความสุข บอกกับตัวเองทำไมมีความสุขจัง (หัวเราะ) ทั้งที่จริงๆ ชีวิตไอซ์ไม่ได้ราบรื่นตลอด เจอหนักๆโดนแรงๆบนโลกโซเชียลหลายดอก แต่เป็นคนไม่กลัวปัญหา Move on เร็วมาก อะไรที่แก้ไม่ได้ ไอซ์จะจบและหาโอกาสใหม่ทันที ที่สำคัญไอซ์รู้ว่ามีครอบครัวที่พร้อมซัพพอร์ตเสมอ สิ่งนี้เป็นความมั่นคงทางอารมณ์ให้เรา”
คุณไอซ์ อินฟลูสายบิวตี้ เกิดในครอบครัวแพทย์ บิดามารดาเป็นหมอและเภสัชกร เปิดคลินิกและร้านขายยา คุณไอซ์เรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เอกการแสดง หลงใหลความสวยความงาม “ไอซ์หาเงินเองตั้งแต่เรียน เพราะความต้องการใช้เงินสูงลิ่ว เอาไว้ซื้อเครื่องสำอาง ทั้งเดินสายแคสต์งานโฆษณา เป็นพริตตี้ขายคอนโด”
เรียนจบ คุณไอซ์เริ่มต้นด้วยการเป็นนักเขียนคอลัมน์บิวตี้ในนิตยสาร L’Officiel ก่อนถูก “ยอด ชินสุภัคกุล” ซีอีโอไลน์แมนวงใน ชวนไปบุกเบิกงานสายบิวตี้ ในตำแหน่ง Beauty Leader ของแอปพลิเคชันวงใน (Wongnai) ขณะอายุเพียง 25 ปี คุมทีมราว 10 คน “ตอนนั้นวงใน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเน้นเรื่องอาหาร ต้องการบุกฝั่งบิวตี้ พี่ยอดจึงชวนไอซ์มาทำได้ปีกว่าๆ ประสบการณ์ตรงนี้ ทำให้ไอซ์ได้เข้าสู่วงการบิวตี้บล็อกเกอร์เต็มตัว ได้ลองทำคลิปวิดีโอในฐานะ “ไอซ์พาดี้” รู้จักแบรนด์มากมาย ช่วยต่อยอดสิ่งที่เป็นเราในยุคต่อมา”
ลาออกจากวงใน แฟน (สามีในปัจจุบัน) ชวนเปิดสตูดิโอถ่ายภาพ จึงใช้เงินเก็บที่มีอยู่ 300,000 บาทลงทุน ใช้ชื่อ Le Photographe อยู่ที่เอกมัย ซ.6 เป็นโลเกชันหลักทำคอนเทนต์ จนคุณไอซ์กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์และบิวตี้บล็อกเกอร์เต็มตัว “ไอซ์ใช้ชื่อไอซ์พาดี้ตั้งแต่เรียนมัธยม เพราะคนชื่อไอซ์มีหลายคน จากไอซ์-ภาวิดาเรียกสั้นๆว่าไอซ์พาดี้”
ยุคเริ่มต้นของการเปิดช่อง ICEPADIE ปี 2557 คุณไอซ์มี “โมเมพาเพลิน” และ “แพร์รี่พาย” เป็นไอดอล ทำคลิป แต่งหน้าบาร์บี้ แต่งหน้าวันเกิด แต่งหน้าวันหมั้นชมพู่-อารยา มีคนเข้าชมหลักพันเป็นครั้งแรก จนเริ่มมีโปรดักส์จ้างให้รีวิว ได้เงินก้อนแรก 15,000 บาท และได้รับเชิญจากแบรนด์ Etude ไปทำคลิปโปรโมตถึงเกาหลี ไต่ระดับสู่อินฟลูแถวบน
ตามประสาคนจะรวย คุณไอซ์ช่วยขายสินค้าของคนอื่นมามากมาย จนถึงเวลาสร้างแบรนด์ของตัวเอง ได้รับอิทธิพลจาก K Beauty ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีเครื่องสำอางไทยที่มีความสดใส เจิดจ้าในแบบเกาหลีเท่าไรนัก
หลักคิดเรื่องแบรนด์เริ่มจากเป้าหมาย “เป็นเราแต่ไม่ใช่เรา” จึงเลือกคำว่า Happy Sunday เพราะเกิดวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนได้พักผ่อนและมีความสุข เปิดตัวด้วยครีมกันแดด สครับและครีมบลัช “3 ปีแรกขาดทุน เราทำเพราะมีความสุข ไม่ได้สนใจตัวเลขเลย ตั้งใจทำโปรดักส์ให้ดีก่อน และไอซ์ยังมีรายได้จากการรีวิวสินค้าเข้ามา จึงไม่ได้กังวลเท่าใดนัก”
ด้วยคาแรกเตอร์แบรนด์ที่ชัดและฐานแฟนเหนียวแน่น คุณไอซ์ได้รับโอกาสสำคัญเมื่อค่ายดิสนีย์ติดต่อขอทำงานด้วย แต่เนื่องจากแบรนด์เครื่องสำอางที่ทำงานกับดิสนีย์มีอยู่มากมายแล้ว โจทย์คือคุณไอซ์ต้องหาน่านน้ำใหม่
“หลักคิดเรื่องโปรดักส์ของไอซ์ ยังอยู่ที่ความสุขเหมือนชื่อแบรนด์ เราเป็นคนชอบนอน การนอนเป็นสิ่งสำคัญ เป็นความสุข อยากทำชุดนอน
ที่ใส่ได้สวย สบายตลอด 24 ชั่วโมง จึงสรุปออกมาเป็นชุดนอน เลือกคอลเลกชันแรกเป็น Toy Story สีสันสดใส ลงตัวกับ Happy Sunday ที่สุด ประเดิมตลาดขายหมดทันที 100 ตัวแรก มีพรีออเดอร์อีกหลักพันตัว”
การจับมือกับค่ายดิสนีย์ ทำให้คุณไอซ์เจอลูกค้ากลุ่มใหม่ใหญ่กว่าเดิม หลังจากนั้นไม่ว่าจะออกชุดนอนคอลเลกชันใดมา เสียงตอบรับล้วนคับคั่งตั้งแต่ Disney Princess, Inside Out และ Power Puff Girl
เมื่อปี 2567 บริษัทไอซ์พาดี้ จำกัด ซึ่งจดทะเบียนเมื่อปี 2561 มีรายได้ 17 ล้านบาท ส่วนบริษัทแฮปปี้ ซันเดย์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อปี 2562 มีรายได้ที่ 79 ล้านบาท
สำหรับปี 2569 คุณไอซ์ ซึ่งถือโอกาสเบรกเล็กๆ ไป 4 ปี เพื่อเลี้ยงดูลูก 2 คน จะเริ่มกลับมาฟิตอีกครั้ง ตั้งเป้าดันยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทให้ได้ สัญญาณบวกมาจากการบุกตลาดแพลตฟอร์ม ยกตัวอย่าง การเปิดตัวคอลเลกชัน Sanrio บนแพลตฟอร์ม Lazada ที่ทำยอดขายได้ 12 ล้านบาทในวันเดียว รวมทั้งแผนแตกไลน์สกินแคร์ใหม่และการขยายตลาดแฟชั่นจากชุดนอน ไปสู่การทำชุดรูปแบบอื่นๆ
คุณไอซ์สะท้อนเส้นทางสายอาชีพของตัวเองว่า ไม่มีประสบการณ์แบบก้าวกระโดด เธอเดินขึ้นบันไดทีละขั้น รักษาทีมงานไว้ให้เล็กที่สุด รวมอยู่ในระดับ 20 คน เพื่อคงความคล่องตัว “ไอซ์ต้องการให้ทีมอยู่ในระยะประชิดตัว พวกเขาต้องอยู่ติดกับเรา เพื่อที่จะเข้าใจทิศทางของเรา ไอซ์ยังมีสามีเป็นกระจกสะท้อนที่ดีเยี่ยม อะไรไม่ดี เขาจะบอกทันที เขาไม่เคยโอ๋”.
มาดามเจด้า
คลิกอ่านคอลัมน์ "Business On My Way" เพิ่มเติม