ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    หญิงใบ้ออนทัวร์ เลขเด็ด "หลวงปู่ทิม" วัดละหารไร่

    ไทยรัฐออนไลน์30 มิ.ย. 2563 09:31 น.
    SHARE

    "หลวงปู่ทิม อิสริโก" เกจิดังแห่งวัดละหารไร่ เกจิดังที่ "หญิงใบ้" อยากพาทุกคนออนทัวร์ไปกราบไหว้ท่านถึงที่วัดมานานแล้ว และก็ต้องดีใจเป็นอย่างมาก ที่ความปรารถนาครั้งนี้สมหวังเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา โดยความตั้งใจนั้นบังเกิดขึ้นเพราะ "ความศรัทธา" โดยแท้ เพราะหลังจากที่จำความได้ "หญิงใบ้" ได้ยินคุณพ่อของหญิงใบ้กล่าวถึงท่านอยู่เป็นประจำ แถมยังห้อยพระหลวงปู่ทิมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถือสันโดษ ถือสมถะ การฉันอาหารมื้อเดียว คาถาอาคมเมตตาต่างๆ รวมไปถึงพระเครื่องและวัตถุมงคลสุดล้ำค่า ที่ทุกวันนี้ยากที่จะหามาห้อยคอยิ่งนัก

    นี่คือเรื่องราวที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ที่หญิงใบ้ฟังแล้วก็มิอาจเข้าใจได้เฉกเช่นวันนี้ วันที่ "หญิงใบ้" ได้เดินทางไปถึงวัดและเห็นวัดแห่งนี้ด้วยสายตาของตัวเอง จะบอกว่า...ก้าวแรกที่เดินทางถึงวัดละหารไร่ หญิงใบ้สัมผัสได้ถึงความสงบ ความศักดิ์สิทธิ์ และพลังแห่งความศรัทธาจากการเดินทางมากราบไหว้ท่านของประชาชนทั่วไป แม้ในวันที่ฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตา ก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนลดน้อยลงไปแต่ใดเลย ยิ่งฝนตกคนก็ยิ่งเข้ามาที่วัดด้วยซ้ำ และวันนั้นเอง หญิงใบ้ ก็ใช้เวลาอยู่ที่วัดเป็นเวลานานโขเลยทีเดียว เพราะที่นั่นมีอะไรน่าสนใจมากจริงๆ แต่จะมีอะไรน่าสนใจนั้น ตาม "หญิงใบ้" มา แล้วจะขอเล่าให้ฟังพร้อมกัน แต่อันดับแรกขอพาทุกคนไปรู้จัก "หลวงปู่ทิม" กันก่อน

    รู้จัก "หลวงปู่ทิม อิสริโก" แห่งวัดละหารไร่

    "หลวงปู่ทิม อิสริโก" เกจิดังแห่งวัดละหารไร่

    "พระครูภาวนาภิรัต" หรือที่เราคุ้นหูว่า "หลวงปู่ทิม อิสริโก" อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ยอดพระคณาจารย์ที่มีพลังจิตแก่กล้ารูปหนึ่งแห่งภูมิภาคตะวันออก มีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของท่าน แม้ตอนมีชีวิตอยู่ ท่านจะเป็นคนถือสันโดษ ถือสมถะ ไม่ยึดติดทรัพย์สินใดๆ แม้กระทั่งยศถาบรรดาศักดิ์ที่ได้ ท่านก็ไม่เคยยินดียินร้ายด้วย นอกเหนือจากนั้นตลอดชีวิตที่ท่านบรรพชา ท่านยังฉันอาหารเพียงวันละมื้อเดียว และไม่ฉันเนื้อสัตว์ใดๆ ด้วย ด้วยเหตุผลนานัปการ ทำให้ท่านเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน จนเกิดความนับถือในวงกว้างมากขึ้น ถึงแม้ปัจจุบันท่านจะมรณภาพไปแล้ว แต่ "วัดละหารไร่" ยังคงเป็นวัดและสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของใครหลายคน หญิงใบ้สัมผัสได้เช่นนั้นจริงๆ

    ประวัติ "หลวงปู่ทิม" วัดละหารไร่

    ทีนี้มาดูที่ประวัติของท่าน "หลวงปู่ทิม" เกิดวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 มีบิดาชื่อ "แจ้" และมารดาชื่อ "อินทร์" พอหลวงปู่ทิมท่านอายุได้ 17 ปี บิดาก็ได้นำตัวไปฝากกับท่านพ่อสิงห์ที่วัด ได้เล่าเรียนหนังสือกับท่านพ่อสิงห์เป็นเวลา 1 ปี ก็สามารถเรียนรู้เข้าใจอ่านออกเขียนได้ แล้วบิดาจึงมาขอลา "หลวงปู่ทิม" ให้กลับมาช่วยทำงานที่บ้าน

    อุปสมบท 2449

    จนเมื่ออายุครบบวช "หลวงปู่ทิม" ท่านจึงได้อุปสมบท ในวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2449 (เอ๊ะ...หรือจะมีเลขเบิ้ล) ที่วัดละหารไร่ โดยมีพระครูขาว วัดทิมมา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอาจารย์เกตุเป็นพระกรรมวาจาจารย์ เมื่อท่านบวชแล้วท่านก็อยู่จำพรรษาอยู่ที่วัด 1 พรรษา จากนั้นจึงได้ขออนุญาตพระอาจารย์ ออกธุดงค์ไปหลายจังหวัดเป็นเวลา 3 ปี พอใกล้เข้าพรรษาท่านก็ได้กลับมาที่วัด ตลอดเวลาที่ "หลวงปู่ทิม" ท่านธุดงค์ไปนั้น ท่านก็ได้ร่ำเรียนวิชาต่างๆ ทั้งกับพระภิกษุและกับฆราวาส อีกทั้งยังได้ศึกษาตำราของ "หลวงปู่เฒ่าสังข์" ซึ่งเป็นปู่แท้ๆ ของท่าน ซึ่งเป็นพระปรมาจารย์ผู้เรืองเวทวิทยาคมอย่างยิ่งในสมัยนั้น

    สร้างพระอุโบสถ สร้างโรงเรียน สร้างสะพาน ด้วยแรงศรัทธา

    ต่อมาเมื่อ "หลวงปู่ทิม" ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดละหารไร่ ท่านก็ได้ซ่อมแซมกุฏิและอื่นๆ อีกหลายอย่าง ด้วยความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อท่าน เมื่อท่านดำริว่า...จะก่อสร้างพระอุโบสถ ก็สามารถสร้างแล้วเสร็จเรียบร้อยในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีเศษ ต่อมาท่านก็ได้ก่อสร้างโรงเรียนประชาบาล โดยมีทางอำเภอและจังหวัดมาช่วย ใช้เวลาเพียง 8 เดือนก็แล้วเสร็จ สามารถเปิดให้นักเรียนได้เข้าเรียนได้ และท่านก็ยังชักชวนชาวบ้านให้ช่วยกันสร้างสะพานข้ามคลองอีกหลายแห่ง งานทุกอย่างก็สำเร็จเรียบร้อยทุกประการ เนื่องจากความเคารพเลื่อมใสของญาติโยมและชาวบ้านที่มีต่อหลวงปู่ทิม 

    พระสมถะ ไม่ยินดียินร้ายกับลาภยศสรรเสริญ

    "หลวงปู่ทิม" ท่านเป็นพระสมถะ ไม่ยินดียินร้ายกับลาภยศสรรเสริญ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูชั้นประทวนเมื่อปี พ.ศ. 2478 ท่านก็ไม่ได้บอกใครและไม่ได้ไปรับ จนทางจังหวัดได้มอบตราตั้งให้ทางอำเภอ นำมามอบให้ท่านที่วัด และเป็น "พระครูทิม อิสริโก" อยู่มาจนถึงปี พ.ศ. 2497 ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้ท่านเลื่อนเป็น "พระครูสัญญาบัตร" ท่านก็ไม่ยอมบอกใคร จนทางอำเภอได้ส่งหนังสือไปที่วัด ชาวบ้านจึงได้รู้กันและได้จัดขบวนแห่ มารับท่านไปรับสัญญาบัตรพัดยศ ที่เจ้าคณะจังหวัด และได้เป็น "พระครูภาวนาภิรัต" เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2507

    เลื่อนสมณศักดิ์ เป็น "พระครูภาวนาภิรัต"

    เมื่อ "หลวงปู่ทิม" ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์ "พระครูภาวนาภิรัต" แล้ว บรรดาศิษยานุศิษย์จึงได้ประชุมกัน ขออนุญาต "หลวงปู่ทิม" จัดงานฉลองสมณศักดิ์ให้กับท่าน เพื่อให้ญาติโยมได้มีโอกาสแสดงความยินดีและแสดงความกตัญญูกตเวทิตา ที่ท่านได้มีเมตตาต่อเหล่าลูกศิษย์ หลวงปู่ทิมจึงขัดไม่ได้ ไวยาวัจกรและศิษย์ใกล้ชิด จึงได้นัดประชุมกรรมการและชาวบ้าน ปรึกษากันว่าจะจัดฉลองสมณศักดิ์ และเพื่อหารายได้สมทบทุนในการก่อสร้างกุฏิ และบูรณะซ่อมแซมสิ่งของที่ชำรุดในครั้งนี้ โดยจะขออนุญาต "หลวงปู่ทิม" เพื่อจัดทำเหรียญรูปเหมือนของท่าน เอาไว้แจกแก่พวกญาติโยมและศิษย์ทั้งหลาย เพื่อเป็นที่ระลึกในการร่วมกันทำบุญในงานวันฉลองสมณศักดิ์ของท่าน เพราะใครๆ ก็ย่อมทราบกันดีอยู่แล้วว่า หลวงปู่ทิมเป็นพระที่น่าเคารพบูชาอย่างยิ่ง ท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมพระวินัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นพระมักน้อยสมถะ ไม่ยินดียินร้ายในสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น 

    "หลวงปู่ทิม" ฉันมื้อเดียว

    "หลวงปู่ทิม" จะฉันอาหารเพียงมื้อเดียวเท่านั้น และเป็นอาหารมังสวิรัติ โดยไม่ฉันพวกเนื้อสัตว์ แม้ในยามที่ท่านอาพาธ ก็ยังปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลาย เคร่งครัดรักษาศีล ยึดมั่นพระธรรมวินัย ลูกศิษย์ลูกหาก้นกุฏิเล่ากันว่า ท่านจะฉันเช้าประมาณ 7 โมงเช้า และฉันน้ำชาเวลา 4 โมงเย็น ถ้าเลยเวลาแล้ว "หลวงปู่ทิม" จะไม่ยอมฉันเป็นเด็ดขาด แม้แต่น้ำชา ทั้งนี้ท่านฉันมื้อเดียวมาตลอด 50 ปีแล้ว โดยที่ไม่มีอาหารพวกเนื้อหมู เป็ด ไก่ หรืออาหารคาวทุกชนิดเลย แม้แต่น้ำปลาก็ไม่เคยฉัน อาหารที่หลวงปู่ทิมท่านฉันก็เป็นพวกผัก ถั่ว หรือเส้นแกงร้อน น้ำพริกกับเกลือป่นอยู่เป็นประจำตลอดมา

    96, 69 และ 16 เลขมหัศจรรย์

    ตลอดเวลา "หลวงปู่ทิม" ท่านยังมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ สามารถเดินไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก เพราะท่านสายตาดีมาก ยังมองอะไรได้ชัดเจนดี ฟันก็ไม่เคยหักแม้แต่ซี่เดียว ถึงแม้ว่าอายุของท่านเกือบจะ 100 ปีแล้วก็ตาม จนเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2518 ท่านได้มรณภาพลงอย่างสงบ ที่หน้าหอสวดมนต์ วัดละหารไร่ สิริอายุได้ 96 ปี นับพรรษาได้ 69 พรรษา ทั้งนี้ "หญิงใบ้" เชื่อว่า วันเกิด และวันมรณภาพของท่านช่างตรงกัน ไม่ต่างจากอายุและจำนวนพรรษาเลย

    พิกัด วัดละหารไร่ วัด "หลวงปู่ทิม"

    เมื่อเล่าประวัติเสร็จแล้ว "หญิงใบ้" ไปออนทัวร์ ที่วัดละหารไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง สำหรับประวัติวัดละหารไร่นั้น การค้นหานั้นลำบาก เพราะนานเป็นร้อยปีแล้ว จึงอาศัยการเล่าว่าและสันนิษฐานสืบต่อกันมา โดยก่อตั้งประมาณ พ.ศ. 2354 หรือ 209 ปีมาแล้ว เกิดขึ้นโดย "หลวงพ่อเฒ่าสังข์" รองเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ ซึ่งอยู่ใกล้เคียง มาหักล้างถางพงพืชไว้ฉัน ต่อมามีผู้คนไปทำไร่ เห็นพระสงฆ์อยู่ ก็จัดทำภัตตาหารมาถวาย และสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้น พระภิกษุสงฆ์จึงเริ่มมาจำพรรษาอยู่ที่นี่ จึงเรียกว่า "ไร่วารี" ต่อมาก็เปลี่ยนชื่อว่า "วัดละหารไร่" จนถึงปัจจุบัน

    คาถาบูชา "หลวงปู่ทิม"

    มาค่ะ...มากราบไหว้ "หลวงปู่ทิม" องค์ใหญ่ พร้อมกับ หญิงใบ้ กัน เริ่มที่จุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ พร้อมกับท่องคาถาบูชาหลวงปู่ทิม อิสริโก ขอให้ตั้งจิตสงบแล้วตั้งนะโม 3 จบ ระลึกถึงหลวงปู่ทิม แล้วกล่าว 3 จบดังนี้

    "อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ

    มะอะอุ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา พุทโธ พุทโธ" 

    "เลขเด็ด" จาก "หลวงปู่ทิม"

    จากนั้นเราเดินไปศาลารินทรานุรักษ์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียง เพื่อเข้าไปกราบไหว้บูชาอัฐิธาตุของ หลวงปู่ทิม พร้อมกับเสี่ยงเซียมซีกันที่นี่ หญิงใบ้ไม่รอช้า อธิษฐานขอท่าน ขอ "เลขเด็ด" มาฝากแฟนๆ ก่อนจะเขย่าเซียมซี จนเลขตกลงมา คือ 23 และ 13 ซึ่งหญิงใบ้ก็ไปอ่านใบทำนาย ที่ระบุไว้ว่า "ลาภจะมีดีงามดังทำนาย..." ไปจ้ากลับหน้ากลับหลังด้วย 32 และ 31

    ขลังและศักดิ์สิทธิ์ "พ่อปู่ฤาษี อิสริโกมนี"

    จากนั้น "หญิงใบ้" เดินไปสะดุดตากับไก่ตัวใหญ่เท่าคน ยืนเรียงรายเป็นร้อยเป็นพันตัวล้อมรอบต้นโพธิ์ยักษ์ จึงรีบไปดูพบจุดนี้เป็นถ้ำของ "พ่อปู่ฤาษี อิสริโกมนี" มาค่ะ มากราบไหว้ท่านกัน "หญิงใบ้" แอบบอก ขนลุกมากๆ สำหรับที่นี่ ดูขลังและศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน หญิงใบ้ก็ถวายผลไม้ 1 ถาด และขอพรให้ได้กลับไปไหว้ท่านอีก 

    หนังตะลุงแก้บน ที่ศาลาการเปรียญ

    และได้เดินเข้าไปยังโถงใหญ่ จุดนี้เป็นที่กราบไหว้อีกหนึ่งแห่ง ที่ทุกคนสามารถถวายสังฆทาน ถวายพระพุทธรูปประจำวันเกิด รวมไปถึงหยูกยา และหนังตะลุงแก้บน ไม่ต้องอธิบายเยอะ ทำไมถึงมีหนังตะลุงแก้บน ไปดูกันเองค่ะ

    ความรักของ "พรายแม่ส้ม" สร้างเป็น "พระขุนแผน"

    ถ้าไปถึงวัดละหารไร่ แล้วไม่แวะไปกราบไหว้ "พรายแม่ส้ม" ถือว่าท่านมาไม่ถึงวัด ศาลาพรายแม่ส้มเดินเลยจากศาลาการเปรียญไปหน่อย จะพบหญิงในร่างดำ ถูกปิดทองทั่วเรือนร่าง นั่งตั้งครรภ์อยู่บนแท่น ทั้งนี้ "หลวงปู่ทิม" ได้นำเอาความรักความห่วงใยที่แม่มีต่อลูก มาอธิษฐานเป็นพลังความรัก และสร้างเป็น "พระขุนแผน" ขึ้น

    ประวัติ "พรายแม่ส้ม" ผีตายทั้งกลม

    "หญิงใบ้" จะขอเล่าให้ฟังถึงประวัติ "พรายแม่ส้ม" ผีตายทั้งกลม ซึ่งลูกศิษย์หลวงปู่ทิม ได้นำผงพรายและพลีกุมารทอง มาทำผงพรายกุมาร หลังแต่งงานนางส้มมีท้องแรกตั้งแต่เป็นสาว ขณะท้องแก่สามีกลับบ้าน จึงเกิดความน้อยใจ เข้าใจว่าสามีคงไปติดผู้หญิงอื่น เลยตัดสินใจใช้ปืนยาวของสามียิงตัวตาย โดยใช้ปากอมกระบอกปืนยาว แล้วใช้นิ้วเท้าเหนี่ยวไกปืนจนเสียชีวิต ก่อนเผาศพนางส้ม ลูกศิษย์หลวงปู่ทิมได้ทำพิธีขอน้ำมันพราย โดยฝังกระป๋องไว้ใต้กองฟอน ลูกศิษย์หลวงปู่เล่าว่า ถ้าผีไม่ให้น้ำมัน ก็จะไม่ได้น้ำมัน แต่ถ้าผีให้ น้ำมันก็จะไหลรวมกันไปที่กระป๋องนี้ น้ำมันนี้เป็นส่วนประกอบในบรรดาน้ำมันทั้งหลาย ที่ท่านอาจารย์ชินพรนำมาผสมในการสร้างพระร่วมกับผงพรายกุมาร หญิงใบ้ฟังแล้วก็แอบขนลุกจ้าแม่!!! จึงขอ "เลขเด็ด" จากพรายแม่ส้มเสียหน่อย เลขตกลงมา 2 ไม้อีกแล้วจ้า คือ 19 และ 24 ดังนั้นจึงควรกลับด้วย 91 และ 42 มีโชคลาภหญิงใบ้จะไปถวายชุดคลุมท้องสวยๆ ให้นะพรายแม่ส้ม

    เรื่องราวของ "วัดละหารไร่" แห่งนี้ก็จะประมาณนี้ "หลวงปู่ทิม" ยังคงทำให้วัดแห่งนี้โด่งดัง แม้วันที่ท่านมรณภาพไปแล้ว แต่ผู้คนยังคงแห่เดินทางมากราบไหว้ท่านอยู่เนืองแน่น ก็น่าจะสมเหตุสมผลที่ทุกคนที่เป็นแฟนคลับ "หญิงใบ้" หาโอกาสเดินทางไปกราบไหว้ท่านด้วยตัวเอง

    เช่นเดียวกับ "หญิงใบ้" วันนี้รวย...พรุ่งนี้ก็ไปเลยจ้า

    สาธุ... เลขเด็ด "หลวงปู่ทิม" วัดละหารไร่.

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หญิงใบ้หลวงปู่ทิมวัดละหารไร่หวยไทยรัฐ1-7-63หวยเลขเด็ด

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้