“รีเทิร์น” ทู “บ้านกรูด” “ฟีลกู๊ด” ทุกครั้ง “ที่ไป”

ข่าว

“รีเทิร์น” ทู “บ้านกรูด” “ฟีลกู๊ด” ทุกครั้ง “ที่ไป”

ซูม

    22 พ.ค. 2565 05:31 น.

    บันทึก

    เมื่อวันหยุดก่อนเปิดเทอมใหญ่ 2565 ที่ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ หัวหน้าทีมซอกแซกตัดสินใจชวนสมาชิกครอบครัวขึ้นรถตู้ นั่งยาวกว่า 5 ชั่วโมงไปที่ชายหาดบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีกครั้ง

    ที่ต้องใช้คำว่า “อีกครั้ง” เพราะไปมาแล้ว 3 หรือ 4 ครั้ง ท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนคอลัมน์ซอกแซกคงจะพอจำได้ เพราะไปทุกครั้งจะมีเรื่องประทับใจจากบ้านกรูดมาเขียนถึงอยู่เสมอๆ

    รวมทั้งครั้งนี้ด้วยก็มีเรื่องประทับใจและสนุกสนาน (ระคนตื่นเต้นเล็กน้อย) มาฝากเช่นกันแต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น มาว่าถึงเหตุและผลที่ตัดสินใจไปบ้านกรูด “อีกครั้ง” กันซะก่อนดีกว่า

    ข้อแรกเลยก็คือในฐานะครอบครัวซอกแซกพวกเราอึดอัดมากที่ต้องโดนขังอยู่ที่บ้านมานานเกือบจะ 2 ปีได้แล้วกระมัง

    หัวหน้าทีมต้องทำงานที่บ้านลูกทีมบางคนที่มีธุรกิจส่วนตัวก็แวะไปดูกิจการบ้าง แต่ก็มักรีบไปรีบกลับบ้าน และไม่กล้าแวะที่ไหนเลย เพราะกลัวโควิดลนลานไปหมด

    หลานๆที่ลี้ภัยมาอาศัยด้วยก็ไปไหนไม่ได้เช่นกัน แถมต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง นึกอยากเรียนก็เรียน เวลาไม่อยากเรียนก็วิ่งหนีครู จนความรู้น่าจะถดถอยไปพอสมควรอย่างที่กระทรวงศึกษาธิการท่านประเมินไว้

    ด้วยความอึดอัดที่ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้านมายาวนานเช่นนี้--เมื่อโอกาสเปิดให้ รัฐบาลบอกว่าเชื้อโควิด-19 เบาแล้ว เราฉีดวัคซีนได้เยอะแล้ว มาเปิดประเทศกันเถอะ รวมทั้งมาเปิดโรงเรียน เรียนแบบ “ออนไซต์” กันเถอะ ฯลฯ

    พวกเราก็ตัดสินใจกันว่า...ถ้าอย่างนั้นเราก็ควรจะออกจากบ้านไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง ฉลองนโยบายรัฐบาลซะก็แล้วกัน

    เราฉีดวัคซีนกันตามเงื่อนไขแล้ว และระหว่างเที่ยวหากเราจะสวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอด และพกขวดแอลกอฮอล์จิ๋ว หมั่นฉีดใส่มืออยู่ตลอดเวลา ความเสี่ยงในการท่องเที่ยวน่าจะน้อยลง

    ไป “บ้านกรูด” กันดีกว่า ไปพักที่ “หาดทรายแก้วรีสอร์ต” ของคุณ ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานบริษัทโฆษณาประกิต FCB และประธานเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รุ่นหัวหน้าทีมนั่นแหละ นอกจากบริเวณบ้านพักจะวิวสวย หาดสวยแล้ว ออกไปบริเวณรอบๆในเขตบ้านกรูดก็ยังมีอะไรสวยๆให้ดูให้ชมอีกเยอะ

    คุ้มค่ากับที่เราไม่ได้ออกไปไหนกันเสียนาน จะมุ่งหน้าไปนอนค้างและตระเวนเที่ยวโน่นเที่ยวนี่อย่างแน่นอน

    เมื่อตกลงเป็น “ครอบครัวมติ” เช่นนี้แล้ว เราก็ออกเดินทางในช่วงเช้าตรู่วันเสาร์จากบ้านพักย่านตะวันออกของ กทม. ขึ้นทางด่วนข้ามเมือง ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปลงสู่ถนนพระราม 2 ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ชะอำ หัวหิน ประจวบฯ เข้าสู่บ้านกรูดไปถึงในช่วงเย็นๆวันเดียวกัน

    ระหว่างทางก็แวะเข้าประจวบฯ เพื่อดูชมบริเวณ 3 อ่าวที่สวยงาม และเยี่ยมบรรดาลิงต่างๆ ที่เขาช่องกระจกด้วยความคิดถึง จากนั้นก็แวะหาของอร่อยรองท้องจนอิ่มหนำสำราญค่อยขับรถเข้ากองบิน 5 สู่อ่าวมะนาว วนระลึกความหลังเสียหนึ่งรอบก่อนไปโผล่ที่ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ตำบลคลองวาฬ ซึ่งจะแวะทุกครั้งเพราะเด็กๆชอบมาก

    สถานที่ที่จะต้องชวนเด็กๆแวะเข้าไปเยี่ยมชมให้ได้ก็คือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ซึ่งจะมีตู้สัตว์น้ำประเภทปลาทะเล ปลาน้ำจืดต่างๆ ให้ดูชมมากมาย...สวยงามละลานตา ได้ทั้งความรู้ ความเพลิดเพลินควบคู่กันไป

    ก็พอดีเขากลับมาเปิดใหม่อีกหนหลังโควิด พร้อมมีมาตรการป้องกันตามระเบียบของสาธารณสุข... คณะของเราจึงมีโอกาสได้เข้าไปดูชมอีกครั้ง

    จากหว้ากออีกพักเดียวก็ไปถึงบ้านกรูด ซึ่งจะมีทางแยกจากถนนเพชรเกษมเข้าสู่ชายหาดในหลายๆจุด...ของทีมงานมุ่งหน้าไปสู่ หาดทรายแก้วรีสอร์ต ซึ่งอยู่ในส่วนที่เรียกว่า “หาดบ้านกรูดเหนือ” เปิดกูเกิลไปด้วย รับรองไม่มีหลง

    ก็เป็นอันได้กลับมาเห็นชายหาดและทะเลบ้านกรูดอีกครั้ง หลังจากห่างเหินไปเสีย 3 ปีเต็มๆ สมาชิกของเราจึงแยกกันไปทั้งลงทะเลและลงสระน้ำตามอัธยาศัย ก่อนจะขึ้นมารับประทานอาหารค่ำที่ห้องอาหารของรีสอร์ตนั่นเอง--โดยเฉพาะอาหารทะเลทั้งสดและอร่อยถูกปาก สามารถฝากท้องได้และที่สำคัญราคาไม่แพง

    ในค่ำคืนนั้นเอง เราก็มีโอกาสพบและสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่อีกประสบการณ์หนึ่งคือ ฝนตกหนักและลมแรงมาก...ก่อนออกเดินทางเราอ่านพยากรณ์อากาศอยู่แล้วว่า ฝนจะตก 60-70 เปอร์เซ็นต์ และหนักในบางแห่ง แต่ไม่นึกว่าจะหนักอย่างที่เจอในคืนแรกที่นอนค้างบ้านกรูด

    ทั้งเสียงฝน เสียงฟ้าร้อง และเสียงคลื่นทะเลดังอื้ออึงไปหมด...จนทำให้รู้สึกว่า นี่เราอยู่ริมทะเลยังขนาดนี้...มิน่าล่ะเวลาออกเรือไปเจอคลื่นเจอลมพายุกลางทะเล เขาจึงร่ำลือกันว่าน่ากลัวหนักหนา

    แต่ของเราก็โชคดีไปอย่าง ฝนตกหนักเสียงคลื่นแรงเฉพาะกลางคืนและกลางดึกเท่านั้น พอตื่นเช้าขึ้นมาทุกอย่างก็เหมือนเดิม...พระอาทิตย์ขึ้นที่บ้านกรูดยังสวยเหมือนเดิม

    พอสายๆต่อมา ออกไปเที่ยวหลายที่โดยเฉพาะขับรถลัดเลาะถนนริมหาดไปสู่ “บ้านกรูดใต้” ซึ่งมีโรงแรม รีสอร์ต และร้านอาหาร เกิดขึ้นมากกว่าด้านเหนือ และทุกแห่งเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวกันแล้ว รวมทั้งร้านอาหารที่มีข่าวว่าปิดมานาน ต่างก็เริ่มทยอยกันเปิดอย่างคึกคัก

    เนื่องจากช่วงบ่ายฝนทำท่ากลับมาตกอีกเราจึงไม่กล้าไปไหนไกล แต่ก็ไม่ลืมที่จะแวะไปที่อำเภอบางสะพาน ไปทักทาย “โรงพยาบาล” ที่ “พี่ตูน” บอดี้สแลม เคยมาวิ่งเก็บเงินสร้างให้พร้อมกับแวะไปกินกาแฟที่ “หลิ่มโป๊ โกปิ๊” ร้านกาแฟโบราณหน้าโรงพยาบาลบางสะพานที่กำลังดังมาก...ใครมาบางสะพานแล้วไม่เช็กอิน ถือว่ายังมาไม่ถึง เป็นเหตุให้ทีมงานซอกแซกต้องรีบไปเช็กอินด้วยประการฉะนี้

    ครับ! ก็เป็นสิ่งละอันพันละน้อยจากการกลับไป “บ้านกรูด” ซึ่งไปทีไรก็ “ฟีลกู๊ด” หรือรู้สึกดีๆกลับมาทุกครั้งอย่างที่พาดหัวไว้...

    กลับ กทม.มาได้สิบวันแล้วละ ตรวจ ATK หลายหน ไม่มีสมาชิกคนไหนเป็นอะไร... แปลว่าไปบ้านกรูดงวดนี้ นอกจาก “ฟีลกู๊ด” แล้วยัง “ฟีลเซฟ” คือ ปลอดภัยกลับมาด้วยจ้า.

    “ซูม”

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    สุดอึ้ง! สาวโพสต์เฟสบุ๊คโชว์ทุเรียนหนักกว่า 14 กิโลกรัม
    01:27

    สุดอึ้ง! สาวโพสต์เฟสบุ๊คโชว์ทุเรียนหนักกว่า 14 กิโลกรัม

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565 เวลา 12:13 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์