ใครที่กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยวช่วงปลายปี โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569" พร้อมกลับมาช่วยเซฟงบประมาณแล้ว ด้วยวงเงินสนับสนุนค่าที่พักและส่วนลดกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ

การลงทะเบียนในรอบนี้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดและขั้นตอนบางส่วน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสรับสิทธิ์ ควรศึกษาสรุปข้อมูลทั้งหมด ทั้งเรื่องคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ วงเงินช่วยเหลือ และวิธีเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนระบบเปิดรับลงทะเบียนจริง

สรุปเงื่อนไข "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนได้บ้าง?  

มาตรการนี้จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยกำหนดคุณสมบัติพื้นฐานของผู้เข้าร่วมโครงการไว้อย่างชัดเจน เพื่อกระจายสิทธิ์ให้ประชาชนอย่างทั่วถึง ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนควรตรวจสอบรายละเอียดของตนเองให้ครบถ้วนก่อนเปิดระบบ ดังนี้ 

  1. มีสัญชาติไทย และมีบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ  
  2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน 
  3. มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ที่สามารถติดตั้งและใช้งานแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ได้ 
  4. ได้รับการยืนยันตัวตน (KYC) ในระบบ G-Wallet บนแอปพลิเคชันเป๋าตังเรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนโครงการท่องเที่ยวของภาครัฐในอดีต ควรตรวจสอบอีกครั้งว่าข้อมูลส่วนบุคคลหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับแอปพลิเคชันยังคงเป็นปัจจุบันหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาในขั้นตอนรับรหัสยืนยันตัวตน

รัฐช่วยจ่ายอะไรบ้าง? เจาะลึกวงเงินค่าที่พักและคูปองท่องเที่ยว  

ความพิเศษของโครงการรอบนี้คือการเพิ่มสัดส่วนการสนับสนุนที่เน้นการกระจายรายได้สู่เมืองรอง โดยแบ่งส่วนลดออกเป็น 2 ส่วนหลักอย่างชัดเจน  

1. ส่วนลดค่าห้องพัก

ภาพจาก AI
ภาพจาก AI

รัฐบาลสนับสนุนค่าที่พักในอัตราร้อยละ 40 ของราคาห้องพักจริง แต่ ไม่เกิน 1,500 บาทต่อห้องต่อคืน โดยแต่ละคนจะได้รับสิทธิ์สูงสุดไม่เกิน 5 สิทธิ์ (5 คืน) ซึ่งสามารถใช้นวัตกรรมจองแยกทริปหรือใช้ต่อเนื่องในการเดินทางครั้งเดียวก็ได้ 

2. คูปองท่องเที่ยว (E-Voucher)

ผู้ได้รับสิทธิ์จะได้รับคูปองดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท ตลอดโครงการ เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่าอาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยเป็นการร่วมจ่าย (Co-pay) ในอัตราร้อยละ 40–50 ซึ่งในรอบนี้มีการเพิ่มมูลค่าคูปองเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวใน 55 จังหวัดเมืองรอง ทั่วประเทศ

เปิดไทม์ไลน์ลงทะเบียนวันไหน เริ่มใช้สิทธิ์เดินทางได้เมื่อไร?  

การวางแผนเดินทางล่วงหน้าถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากโครงการกำหนดกรอบเวลาการลงทะเบียนและการเดินทางไว้อย่างจำกัด โดยมีไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องจดบันทึกไว้ดังนี้

  • เดือนตุลาคม 2569 เปิดระบบให้ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง  
  • 1 พฤศจิกายน 2569 เริ่มเปิดระบบจองที่พักและเริ่มใช้สิทธิ์เดินทางท่องเที่ยวได้เป็นวันแรก  
  • 28 กุมภาพันธ์ 2570 วันสิ้นสุดโครงการและการใช้สิทธิ์เดินทางทุกกรณี  

นอกจากนี้ โครงการมีการกำหนดช่วงงดใช้สิทธิ์ (Blackout Period) ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว ผู้ใช้สิทธิ์จะไม่สามารถจองห้องพักราคาพิเศษของโครงการในช่วงเวลาดังกล่าวได้ จึงควรวางแผนวันเดินทางล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาดังกล่าว

4 ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนกดรับสิทธิ์ผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" ให้ทัน 1 ล้านสิทธิ์  

เนื่องจากสิทธิ์ในโครงการนี้มีจำนวนจำกัดเพียง 1 ล้านสิทธิ์ทั่วประเทศ การเตรียมความพร้อมของแอปพลิเคชันและอุปกรณ์ล่วงหน้าจึงเป็นปัจจัยตัดสินว่าจะได้รับสิทธิ์หรือไม่ โดยมีขั้นตอนแนะนำดังนี้

1. อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชัน

ตรวจสอบสมาร์ทโฟนให้เป็นระบบปฏิบัติการล่าสุด และกดอัปเดตแอปพลิเคชันเป๋าตังผ่าน App Store หรือ Google Play Store ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันที่สุดก่อนวันลงทะเบียน

2. ตรวจสอบสถานะ G-Wallet

เปิดแอปพลิเคชันเป๋าตัง เข้าไปที่หน้า G-Wallet เพื่อเช็กว่าสถานะบัญชีขึ้นว่ายืนยันตัวตนสำเร็จแล้วหรือไม่ หากระบบแจ้งให้ยืนยันตัวตนเพิ่มเติม ควรดำเนินการผ่านตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือสาขาธนาคารให้เรียบร้อย  

3. สำรวจและเลือกร้านค้าหรือโรงแรมล่วงหน้า

ศึกษารายชื่อโรงแรมและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการในจังหวัดเป้าหมายไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถติดต่อจองห้องพักได้ทันทีเมื่อระบบเปิด ไม่ต้องเสียเวลาเลือกในวันจริง  

4. ตั้งเตือนวันเปิดระบบลงทะเบียน

ตั้งนาฬิกาเตือนในโทรศัพท์มือถือล่วงหน้า 15-30 นาทีในวันเปิดลงทะเบียน เพื่อเข้าคิวรอในระบบและกรอกข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว 

ใครที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาวต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 ถือเป็นตัวช่วยประหยัดงบค่าที่พักและค่าอาหารได้อย่างชัดเจน แถมยังได้ร่วมสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวในท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง

เนื่องจากจำนวนสิทธิ์ช่วยเหลือมีจำกัด สิ่งที่ควรทำตั้งแต่ตอนนี้คือการตรวจเช็กแอปพลิเคชันเป๋าตังและสถานะ G-Wallet ให้เรียบร้อย รวมถึงคอยอัปเดตประกาศวันเปิดลงทะเบียนจริงจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญ

แหล่งอ้างอิง

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง