หลังฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ 2569 หลายคนอาจจำเป็นต้องเดินลุยน้ำเพื่อเดินทางกลับบ้าน ไปทำงาน หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ แต่หลังน้ำลด สิ่งที่ต้องระวังไม่ได้มีเพียงบาดแผลหรือโรคผิวหนังเท่านั้น เพราะน้ำท่วมขังอาจปนเปื้อนเชื้อที่ก่อให้เกิด “โรคฉี่หนู” (เลปโตสไปโรซิส) โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผล รอยถลอก หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน
อาการเริ่มแรกของโรคฉี่หนูอาจคล้ายกับโรคติดเชื้ออื่นๆ ทำให้บางคนอาจไม่ได้สังเกตความผิดปกติของร่างกายที่อาจมีสาเหตุมาจากการเดินลุยน้ำท่วม แนะนำควรสังเกตอาการของตัวเอง เพื่อเตรียมรับมือและรักษาอย่างถูกวิธี
รู้จักสาเหตุ “โรคฉี่หนู” คืออะไร เกิดจากอะไร
โรคฉี่หนู (ภาษาอังกฤษ : Leptospirosis) คือ โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Leptospira โดยเชื้อสามารถถูกขับออกมากับปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ และปนเปื้อนอยู่ในน้ำ ดินเปียกชื้น หรือสิ่งแวดล้อม
แม้ชื่อที่คนทั่วไปคุ้นเคยจะเรียกว่า “โรคฉี่หนู” แต่ไม่ได้หมายความว่าหนูเป็นสัตว์พาหะเพียงชนิดเดียว สัตว์หลายชนิดสามารถเป็นพาหะได้ เช่น หนู สุกร โค กระบือ และสุนัข โดยสัตว์บางตัวอาจไม่แสดงอาการป่วย แต่สามารถปล่อยเชื้อออกมากับปัสสาวะได้
ช่วงที่เกิดฝนตกหนักหรือน้ำท่วมจึงเป็นช่วงที่ต้องระมัดระวัง เพราะเชื้อจากปัสสาวะสัตว์อาจปนเปื้อนอยู่ในน้ำท่วมขัง ดิน และโคลนที่คนต้องสัมผัสระหว่างการเดินลุยน้ำ
ทำไมเดินลุยน้ำท่วม ถึงเสี่ยงโรคฉี่หนูได้
เชื้อโรคฉี่หนูสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือรอยขีดข่วนบนผิวหนัง รวมถึงเยื่อบุบริเวณตา จมูก และปาก นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังระบุว่า แม้ไม่มีบาดแผล หากผิวหนังแช่น้ำเป็นเวลานานจนอ่อนนุ่ม ก็อาจเพิ่มโอกาสให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
ความเสี่ยงจึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ที่มีแผลเปิดเท่านั้น ผู้ที่ต้องเดินลุยน้ำท่วม ย่ำโคลน หรือแช่น้ำเป็นเวลานานก็ควรระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่เดินเท้าเปล่า หรือมีบาดแผลและรอยถลอกบริเวณเท้าและขา ซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับน้ำโดยตรง
โรคฉี่หนู อาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร มีระยะฟักตัวกี่วัน
หลังได้รับเชื้อ อาการของโรคฉี่หนูไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะระยะฟักตัวเฉลี่ยประมาณ 10 วัน โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ และอาจนานถึง 3 สัปดาห์ โดยอาการโรคฉี่หนูที่ควรสังเกต ได้แก่
- มีไข้สูงหรือไข้ขึ้นอย่างเฉียบพลัน
- ปวดศีรษะรุนแรง
- หนาวสั่น
- ปวดเมื่อยหรือปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่อง โคนขา และหลัง
- ตาแดง หรืออาจพบเลือดออกใต้ตาขาว
- บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการอื่นร่วมด้วย
จุดสังเกตสำคัญคือ หากมี ไข้สูงร่วมกับปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง และมีประวัติลุยน้ำท่วม ย่ำโคลน หรือสัมผัสน้ำที่อาจปนเปื้อนเชื้อในช่วงก่อนหน้า ควรแจ้งประวัติดังกล่าวให้แพทย์ทราบ เพราะช่วยประกอบการวินิจฉัยโรคได้
สัญญาณอันตราย โรคฉี่หนูรุนแรงมีอาการอย่างไร
ผู้ติดเชื้อไม่ได้มีอาการรุนแรงทุกราย บางคนอาจไม่แสดงอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ในผู้ป่วยบางราย โรคสามารถพัฒนาไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
อาการที่ต้องระวัง ได้แก่ ตัวเหลือง ตาเหลือง ไตทำงานลดลง ความดันโลหิตต่ำ ปอดอักเสบ เลือดออกผิดปกติ หรือเลือดออกในปอด รวมถึงอาการทางระบบประสาท เช่น สับสน เพ้อ หรือซึม
วิธีรักษาโรคฉี่หนู รักษากี่วันหายเป็นปกติ
โรคฉี่หนูสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการรักษาตามอาการและภาวะแทรกซ้อน การได้รับยาปฏิชีวนะโดยเร็วช่วยลดความรุนแรงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ แต่ทั้งนี้ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง
ส่วนคำถามว่า “โรคฉี่หนู กี่วันหาย” ไม่สามารถระบุจำนวนวันที่แน่นอนได้สำหรับผู้ป่วยทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ปริมาณเชื้อ ภาวะแทรกซ้อน และความรวดเร็วในการได้รับการรักษา
ในผู้ป่วยกลุ่มอาการไม่รุนแรง หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที มักไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และอาการอาจเป็นอยู่นานถึงประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ฝนตกหนัก-น้ำท่วมขัง จะป้องกันจากโรคฉี่หนูได้อย่างไร
หากหลีกเลี่ยงได้ ไม่ควรเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือแช่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอก หากจำเป็นควรสวมรองเท้าบูตเพื่อป้องกันการสัมผัสน้ำโดยตรง และหลังลุยน้ำควรรีบอาบน้ำด้วยสบู่และน้ำสะอาด พร้อมเช็ดตัวให้แห้ง
หลังจากนั้นควรสังเกตอาการ หากภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยหรือปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะบริเวณน่อง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำท่วม เนื่องจากการตรวจพบและรักษาอย่างรวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
ที่มาของข้อมูล : กรมควบคุมโรค, โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง