หลายคนมักถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าลุยน้ำท่วมขังด้วยความเคยชินหรือความรีบร้อน เพราะคิดว่าน้ำขังเพียงตื้นๆ คงไม่เป็นอันตราย แต่ในความเป็นจริง น้ำที่ดูนิ่งสงบกลับแฝงไปด้วยอันตรายมากกว่าที่คิด

ภายในน้ำท่วมขังเต็มไปด้วยเชื้อโรค ขยะ และสิ่งปฏิกูลนับไม่ถ้วน การย่างเท้าเปล่าลงน้ำจึงทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางบาดแผล รวมถึงการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายอย่างโรคฉี่หนู

การเพิ่มความระมัดระวังและไม่เดินเท้าเปล่าลุยน้ำท่วมขัง จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการปกป้องสุขภาพให้ปลอดภัยในช่วงฤดูฝนนี้

อันตรายจากน้ำท่วมขัง ทำไมการเดินเท้าเปล่าจึงเสี่ยงติดเชื้อ

น้ำท่วมขังบนถนนหรือในชุมชนไม่ใช่น้ำฝนที่สะอาด แต่เป็นการรวมตัวของน้ำเสียจากท่อระบายน้ำ ขยะ คราบน้ำมัน และสิ่งปฏิกูลจากสัตว์ การเดินเท้าเปล่าลุยน้ำจึงเทียบได้กับการสัมผัสแหล่งรวมเชื้อโรคโดยตรง

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

นอกจากเชื้อโรคแล้ว ใต้ผิวน้ำที่ขุ่นมัวยังอาจมีของมีคมซ่อนอยู่ เช่น เศษแก้ว ตะปู หรือกิ่งไม้ หากเหยียบพลาดจนเกิดบาดแผล เชื้อโรคจากน้ำท่วมขังจะสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ทันที

5 โรคร้ายและอันตรายที่มากับการเดินเท้าเปล่าลุยน้ำ

โรค / อันตราย
ลักษณะสาเหตุ
อาการที่ต้องระวัง
1. โรคฉี่หนู
เชื้อแบคทีเรียจากปัสสาวะสัตว์ (หนู สุนัข สุกร) ปนเปื้อนในน้ำ เข้าทางบาดแผลหรือผิวหนังเปื่อยมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงโดยเฉพาะน่องและตาข่าย ตาแดง
2. โรคน้ำกัดเท้า & เชื้อรา
เกิดจากการแช่น้ำขังเป็นเวลานาน ผิวหนังเปื่อย ลอก และเกิดการติดเชื้อราหรือแบคทีเรียซ้ำซ้อนผิวหนังเปื่อย คันตามซอกนิ้ว เท้าบวม แดง มีกลิ่นอับ หรือมีคราบขาว
3. แผลติดเชื้อแบคทีเรีย
เชื้อแบคทีเรียในน้ำซึมเข้าสู่แผลเปิด เศษแก้วบาด หรือรอยถลอกแผลบวมแดง มีหนอง ปวดระบม หากรุนแรงเชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือด
4. โรคบาดทะยัก
เกิดจากสปอร์ของเชื้อบาดทะยักในดินหรือน้ำท่วม เข้าสู่แผลโดนของมีคมบาดกล้ามเนื้อเกร็ง อ้าปากยาก คอแข็ง กลืนลำบาก (หากไม่ได้ฉีดวัคซีนกระตุ้น)
5. สัตว์มีพิษและกระแสไฟรั่ว
งู ตะขาบ แมงป่อง ที่หนีน้ำมา หรือเสาไฟฟ้าที่มีกระแสไฟรั่วลงน้ำถูกสัตว์พิษกัดเจ็บปวดรุนแรง หรืออันตรายถึงชีวิตจากไฟฟ้าดูด

วิธีป้องกันและปฐมพยาบาลเท้าเมื่อต้องเผชิญน้ำท่วม

หากเลี่ยงไม่ได้และจำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง ควรปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยดังนี้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

  • สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน สวม รองเท้าบูทยาง ที่ยาวสวมมิดชิด หรือหากไม่มี ให้ใช้ถุงพลาสติกหนาๆ ห่อหุ้มเท้าแล้วผูกเชือกให้แน่นก่อนลุยน้ำ
  • ห้ามลุยน้ำหากมีบาดแผล หากมีแผลสด แผลถลอก หรือโรคผิวหนังที่เท้า หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมโดยเด็ดขาด
  • ทำความสะอาดทันทีหลังขึ้นจากน้ำ ล้างเท้า นิ้วเท้า และซอกนิ้วด้วย สบู่และน้ำสะอาด ทันที ห้ามปล่อยให้แห้งเอง
  • เช็ดเท้าให้แห้งสนิท ใช้ผ้าสะอาดเช็ดเท้า โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า เพื่อลดการสะสมของเชื้อรา
  • ทายาและสังเกตอาการ หากผิวหนังเริ่มแดง แห้ง หรือคัน สามารถทายาแก้เชื้อราหรือยาฆ่าเชื้อตามคำแนะนำของเภสัชกร และหากเริ่มมีไข้ ปวดน่องอย่างรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ทันที

อย่าปล่อยให้ความเคยชินในการเดินเท้าเปล่าลุยน้ำกลายเป็นภัยเงียบทำลายสุขภาพ เพราะเชื้อโรคที่มองไม่เห็นอย่างโรคฉี่หนูหรือแผลติดเชื้อรุนแรง สามารถสร้างอันตรายถึงชีวิตได้โดยไม่ทันตั้งตัว

ป้องกันตนเองได้ง่ายๆ ด้วยการสวมใส่รองเท้าบูทยางทุกครั้งที่ต้องลุยน้ำท่วมขัง พร้อมทั้งหมั่นทำความสะอาดร่างกายและสังเกตความผิดปกติของสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัย

ข้อมูลอ้างอิง

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
  • สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์