เจาะลึกมาตรา 157 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเอาผิดเจ้าหน้าที่ กกต. กรณีทุจริตหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้ง 2569 พร้อมขั้นตอนการฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ
เมื่อการตรวจสอบแบบ “อาสา” ยังไม่พอ และความไม่ชอบมาพากลของการเลือกตั้ง 2569 ทวีความเข้มข้นขึ้น การยกระดับสู่การ “ดำเนินคดี” จึงเป็นทางออกสุดท้ายที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ หลายคนอาจสงสัยว่าหน่วยงานระดับองค์กรอิสระอย่าง กกต. จะถูกฟ้องได้อย่างไร? ไทยรัฐออนไลน์สรุป “อาวุธทางกฎหมาย” ที่ประชาชนสามารถใช้เอาผิดเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตหรือละเว้นหน้าที่มาให้แล้ว
ดาบที่ 1: มาตรา 157 “ไม้ตาย” ปราบเจ้าพนักงาน
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 คืออาวุธที่คุ้นเคยที่สุดในการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงกรรมการและพนักงานของ กกต. ในฐานะ “เจ้าพนักงาน” ตามกฎหมาย
- องค์ประกอบความผิด: ต้องเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ “โดยมิชอบ” เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่ “โดยทุจริต”
- ตัวอย่างที่ฟ้องได้: กกต. จงใจไม่ตรวจสอบคำร้องที่มีหลักฐานชัดเจน, การวินิจฉัยบัตรดีเป็นบัตรเสียอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคใดพรรคหนึ่ง หรือการจงใจประกาศผลการเลือกตั้งทั้งที่มีการทุจริตขนานใหญ่
ดาบที่ 2: พ.ร.ป. ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560
นอกจากกฎหมายอาญาแล้ว กกต. ยังมีกฎหมายเฉพาะตัวที่กำหนดโทษไว้สูงมาก หากกรรมการ กกต. หรือเจ้าหน้าที่กระทำการใดๆ เพื่อให้การเลือกตั้งไม่สุจริต
- มาตรา 69: ระบุโทษสำหรับกรรมการหรือพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือกระทำการเพื่อให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี
...
ขั้นตอนการดำเนินคดี ต้องเริ่มที่ไหน?
หากคุณมีหลักฐานแน่นหนา การจะ “เล่นงาน” กกต. ไม่จำเป็นต้องผ่าน กกต. เองเสมอไป ประชาชนสามารถใช้ช่องทางดังนี้
- ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง: นี่คือศาลเฉพาะทางที่ทำหน้าที่พิจารณาคดีเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตโดยตรง ประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เช่น ผู้สมัคร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตที่มีปัญหา สามารถเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเองได้
- ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.: คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีอำนาจไต่สวนกรรมการ กกต. หากพบว่ามีมูลความผิด ป.ป.ช. จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณา
- การเข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา: แม้ว่ารัฐธรรมนูญปี 60 จะทำให้เราไม่สามารถลงชื่อถอดถอน กกต. เหมือนในอดีตได้ แต่ยังเปิดช่องเล็กๆ ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด) เข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ประธานศาลฎีกาตั้ง "ผู้ไต่สวนอิสระ" หากเห็นว่า ป.ป.ช. ทำงานล่าช้าหรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการตรวจสอบ กกต.
ทางออกที่ยั่งยืน 8 ก.พ. 2569 วันชี้ชะตาอำนาจตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม การฟ้องร้องเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ตราบใดที่กติกาสูงสุดยังไม่เปิดช่องให้ประชาชนตรวจสอบได้อย่างอิสระ ดังนั้น การทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเป็นหมุดหมายที่สำคัญที่สุด
หากเราต้องการเห็น กกต. ที่โปร่งใส และต้องการให้ระบบ "ถอดถอนโดยประชาชน" กลับมาอีกครั้ง การไปลงมติ "เห็นชอบ" ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ คือโอกาสเดียวที่จะปลดล็อคกุญแจที่ล่ามมือประชาชนไว้มาตลอดหลายปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง