รวมวิธีตรวจสอบการทำงาน กกต. และการเลือกตั้ง 2569 ในช่วงที่มีประเด็นความไม่ชอบมาพากล เปิดช่องทางรายงานทุจริต และการรวมพลังภาคประชาชนเพื่อให้ผลลัพธ์การตรวจสอบเห็นผลจริง

ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งปี 2569 ที่เต็มไปด้วยความตื่นตัว แต่กลับมีเสียงสะท้อนถึงความไม่ชอบมาพากลในการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากหลายภาคส่วน เมื่อกลไกตรวจสอบภาครัฐอาจไม่เพียงพอ “พลังประชาชน” จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความโปร่งใส เราขอแนะนำวิธีตรวจสอบ กกต. ที่ทำได้จริงและส่งผลต่อความถูกต้องของคะแนนเสียง

เลือกตั้ง 2569 กับบทพิสูจน์ความโปร่งใสของ กกต.

การเลือกตั้งครั้งสำคัญในปี 2569 นี้ ถูกจับตามองตั้งแต่วันเริ่มประกาศเขตเลือกตั้ง ข้อมูลจากภาคประชาสังคมและโซเชียลมีเดียระบุถึงความผิดปกติหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเขตที่ชวนสับสน ระบบการลงทะเบียนล่วงหน้าที่ติดขัดบ่อยครั้ง ไปจนถึงการจัดซื้อจัดจ้างงบประมาณมหาศาลที่ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า เมื่อความไว้วางใจสั่นคลอน ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยจึงต้องทำหน้าที่เป็น “ผู้ตรวจการ” เสียเอง

วิธีตรวจสอบ กกต. โดยภาคประชาชน ทำอย่างไรให้มีน้ำหนัก

เพื่อให้การตรวจสอบมีน้ำหนักและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้จริง ประชาชนสามารถดำเนินการตามขั้นตอนหลักดังนี้

1. ตรวจสอบบัญชีรายชื่อและสิทธิของตนเอง

ก้าวแรกคือการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพื้นฐานผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง หากพบชื่อเกิน ชื่อขาด หรือข้อมูลผิดปกติ ต้องรีบทักท้วงและบันทึกหลักฐานการแจ้งเรื่องไว้ทุกครั้ง

2. อาสาสมัครสังเกตการณ์ (Poll Watcher)

การเข้าเป็นอาสาสมัครกับองค์กรกลาง เช่น We Watch หรือเครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ เพื่อไปประจำหน้าหน่วยเลือกตั้ง ช่วยสังเกตการณ์การนับคะแนนและการกรอกแบบฟอร์ม (ส.ส. 5/18) ซึ่งเป็นจุดที่มักเกิดข้อผิดพลาดหรือความไม่โปร่งใสได้ง่ายที่สุด

...

3. รายงานทุจริตผ่านช่องทางดิจิทัล

หากพบเห็นเหตุการณ์ที่สุ่มเสี่ยง เช่น การเกณฑ์คนไปเลือกตั้ง หรือความผิดปกติที่หน่วยเลือกตั้ง สามารถส่งข้อมูลผ่านแอปฯ ตาสับปะรด ของ กกต. เอง หรือรายงานต่อแพลตฟอร์มอาสาภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่ตรวจสอบได้ทางสถิติ

หัวใจสำคัญคือการเก็บหลักฐานที่ “ใช้ได้จริง”

การวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียวอาจไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ทางกฎหมาย แต่หลักฐานที่ กกต. ปฏิเสธไม่ได้คือ

  • ภาพถ่ายและวิดีโอ: ที่ระบุวัน เวลา และสถานที่ชัดเจน ที่สำคัญคือต้องระวังไม่ให้ละเมิดกฎหมายเลือกตั้งเรื่องการถ่ายภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว
  • พยานบุคคล: การรวมกลุ่มกับคนในพื้นที่เพื่อเป็นพยานในเหตุการณ์เดียวกัน
  • เอกสารราชการ: การขอคัดสำเนาผลคะแนนรายหน่วยเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ กกต. ประกาศส่วนกลาง

ผลลัพธ์จากการตรวจสอบ กกต. ที่เกิดผล

การตรวจสอบโดยภาคประชาชนไม่ใช่เพียงการหาข้อผิดพลาด แต่คือการสร้าง “กำแพงความโปร่งใส” หากพบความผิดปกติที่ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้อาจนำไปสู่การนับคะแนนใหม่ การจัดการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย หรือแม้แต่การฟ้องร้องดำเนินคดีตามมาตรา 157 กับเจ้าหน้าที่ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนร่วมกันส่งเสียงอย่างเป็นระบบและมีหลักฐานในมือ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง