ดาราจักรหรือกาแล็กซีเมฆแมกเจลแลนใหญ่ (LMC) มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากซีกโลกใต้ เนื่องจากมีความสว่างที่สุดและใหญ่ที่สุดในบรรดาบริวารของ กาแล็กซีทางช้างเผือก LMC อุดมไปด้วยดาวฤกษ์ที่มีช่วงอายุกว้าง ตั้งแต่ดาวฤกษ์ที่ก่อตัวขึ้นใหม่ไปจนถึงดาวฤกษ์ที่อายุเก่าแก่เท่าจักรวาล LMC มีความไม่ปกติก็ตรงที่ลักษณะแขนกังหันเป็นแบบเดี่ยวและมีแถบดาวฤกษ์ อยู่ห่างจากใจกลางของจานฝุ่นก๊าซล่าสุด จากการใช้ข้อมูล กล้องโทรทรรศน์วิสต้า (VISTA) ของหอดูดาวที่ตั้งอยู่ในชิลี ของทีมนักวิจัยนำโดยนักดาราศาสตร์จากสถาบันวิจัย Leibniz Institute for Astrophysics Potsdam (AIP) ในเยอรมนี ทีมเผยว่าได้พัฒนาวิธีการที่ซับซ้อนเพื่อระบุการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์ภายในเมฆแมกเจลแลนได้อย่างแม่นยำ วิธีนี้ใช้วัดค่าบริเวณส่วนกลางของกาแล็กซีได้ และคำนวณการเคลื่อนที่ของดวงดาวจริงภายในขอบเขตของเมฆแมกเจลแลน เพื่อสร้างแผนที่ความเร็วโดยละเอียดของโครงสร้างความเร็วภายในของกาแล็กซี และทีมก็ได้รายละเอียดที่น่าทึ่งในแผนที่ความเร็วของ LMC เมื่อเทียบกับการวัดในช่วงแรกๆ เมื่อหลายปีก่อน แผนที่ใหม่เผยให้เห็นการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์ที่ยืดออกซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างและทิศทางของแถบดาวฤกษ์ ใน LMCทีมเผยว่าสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่งของดวงดาว ซึ่งให้ข้อมูลอันมีค่าเกี่ยวกับการก่อตัวและวิวัฒนาการของกาแล็กซี แต่ทำไมต้องสังเกตที่ LMC นั่นก็เพราะการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์ที่สังเกตได้จากโลกมีน้อย การวัดที่แม่นยำจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ LMC เป็นกาแล็กซีแห่งเดียวที่สามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวดังกล่าวได้โดยใช้การเคลื่อนที่ที่เหมาะสมของดวงดาว.(ภาพประกอบ Credit : NASA, ESA, and The Hubble Heritage Team (STScl/AURA))