มหายุคมีโซโซอิก (mesozoic) ที่ทอดระยะเวลาจาก 252-66 ล้านปีก่อน นับเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์โลก นอกจากจะเป็นยุคของไดโนเสาร์แล้ว มหาทวีปแพนเจีย (Pangea) ก็เริ่มแยกออกเป็นทวีปต่างๆที่กระจัดกระจายอย่างที่เห็นในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์มองว่าการเข้าใจอย่างละเอียดเกี่ยวกับปัจจัยที่ขับเคลื่อนแนวโน้มภูมิอากาศในแบบมหายุคมีโซโซอิก จะไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของโลกเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ศึกษาผลที่ตามมาของภาวะโลกร้อนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ได้ด้วย แนวทางหนึ่งในการตรวจสอบสภาพอากาศในอดีต คือการใช้แบบจำลองเชิงตัวเลข ซึ่งการวิจัยใหม่ของ Landwehrs et al. ที่จำลองสภาพภูมิอากาศครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ 255-60 ล้านปีที่แล้ว เพื่อวิเคราะห์ความอ่อนไหวของสภาพอากาศในอดีตกับภูมิศาสตร์ดึกดำบรรพ์ ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ระดับน้ำทะเล รูปแบบของพืชพรรณ พลังงานมาจากดวงอาทิตย์ และการแปรผันของวงโคจรของโลก ได้พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในช่วงมหายุคมีโซโซอิกมักสูงกว่าค่าก่อน ยุคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังสังเกตแนวโน้มภาวะโลกร้อนที่ได้รับแรงหนุนจากความสว่างของดวงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้นและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น พบว่ามหาสมุทรมักสะท้อนรังสีดวงอาทิตย์น้อยกว่าพื้นดิน ความผันผวนของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศทำให้เกิดความผิดปกติที่ร้อนและเย็นในอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกทว่าการค้นพบเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องละเลยภาวะโลกร้อนที่เกิดจากมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์เผยว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยุคใหม่กำลังเกิดขึ้นเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงประวัติศาสตร์โลก.(ภาพประกอบ Credit : Jan Landwehrs; data provided by Christopher Scotese)