หลังจาก “เจ้าสัว” กนก ลี้อิสสระนุกูล ถึง แก่กรรมในปลายปี 2516 ลูกๆทั้ง 4 ของเขาก็ขึ้นมารับช่วงบริหารธุรกิจในเครือสิทธิผล ที่เจ้าสัวลงหลักปักฐานไว้ตามแนวทาง ที่แต่ละคนเคยช่วยเจ้าสัวกนกบริหาร ในระหว่างที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ปริญญา ลี้อิสสระนุกูล ลูกชายคนโต ซึ่ง ช่วยเจ้าสัวในการบริหารด้าน “สี่ล้อ” หรือธุรกิจด้านรถยนต์ จึงรับช่วงในการบริหารด้านรถยนต์ โดยมี กัลยาณี น้องสาวในฐานะทายาทคนที่ 3 เข้ามาร่วมด้วย ในนามของ เอ็มเอ็มซี สิทธิผล ตัวแทน จำหน่ายรถมิตซูบิชิในขณะที่ วิทยา ลี้อิสสระนุกูล ทายาทคนที่ 2 ที่เคยช่วยเจ้าสัวกนก ในการบริหารด้านอะไหล่ ยานยนต์, ยางรถยนต์ และจักรยานยนต์ รวมถึงธุรกิจจำหน่ายรถจักรยาน ที่ก็ยังดำรงไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ของบริษัท ก็เข้ามารับช่วงในการบริหารธุรกิจเหล่านี้ในนามของ “บริษัท สิทธิผล 1919” ที่เจ้าสัวกนกตั้งขึ้นเป็นบริษัทแรก คู่เคียงไปกับห้าง เซ่งง่วนฮง ร้านจำหน่ายจักรยานราเล่ห์ นั่นเองกิจการของ กลุ่มสิทธิผล ใน “รุ่นที่ 2” เจริญก้าวหน้าต่อมาเป็นลำดับ ภายใต้ปรัชญาและคำสั่งสอนของเจ้าสัวกนกเกี่ยวกับการค้าขายอย่างสุจริตและมีคุณธรรม รวมทั้งการตอบแทนพระคุณให้แก่แผ่นดินไทยโดยเฉพาะในส่วนของ “บริษัทสิทธิผล 1919” ซึ่งดูแลโดยคุณวิทยานั้น สามารถขยายกิจการอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายอะไหล่ และยางรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศที่สำคัญด้วยการมองการณ์ไกลของ วิทยา ลี้อิสสระนุกูล จึงได้เตรียมผู้บริหาร “รุ่นที่ 3” เอาไว้ล่วงหน้า...โดยเฉพาะบุตรชายคนโตของเขา ทนง ลี้อิสสระนุกูล ที่วิทยาเลือกไว้แล้วว่าจะต้องขึ้นมาเป็นตัวแทนของเขาในอนาคตเขาส่งบุตรชายคนโตไปเรียนที่ญี่ปุ่น และทุกอย่างก็เป็นตามที่เขาคาดหวังไว้ “ทนง” กลับมาพร้อมกับความสำเร็จทางด้านการศึกษา และความเชี่ยวชาญในภาษา “ญี่ปุ่น” ตลอดจนการมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทคู่ค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทญี่ปุ่นของเขาไม่เพียงเท่านั้น “ทนง” ยังกลับมาพร้อมด้วยความคิดที่ล้ำยุค ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น “ยุทธศาสตร์หลัก” ในการนำพาให้ “สิทธิผล 1919” พุ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งทนงมองว่าการขายสินค้าที่มีอายุไม่ยาวนานเกินไป และเมื่อหมดอายุแล้ว ลูกค้าจะต้องเปลี่ยนทันที...ย่อมดีกว่าการขายสินค้าที่ใช้ได้คงทน 10 ปี 20 ปี จึงจะหมดอายุ เพราะกว่าเราจะขายได้สักชิ้นต้องรอถึง 10 ปี 20 ปี“ถูกต้องแล้วที่สิทธิผล 1919 เดินหน้ามาในธุรกิจ “อะไหล่” และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งแม้จะเป็นชิ้นเล็กๆ ราคาไม่มากนัก แต่ถ้าเราทำให้มีคุณภาพดีให้คนเชื่อถือ และให้ทนกว่าคนอื่นหน่อย (แต่ก็ยังต้องเปลี่ยนอยู่ดี) เราจะขายได้มากกว่าและทำเงินได้เยอะกว่า”“เราจะต้องเป็น King of Fast Moving Spare Parts...คือสิ่งที่ผมตั้งเป้าหมายไว้” ทนงเผยเคล็ดลับของเขากับทีมงานซอกแซกไม่เพียงการพัฒนาคุณภาพสินค้า เพื่อให้ “อะไหล่” ของเขาขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์ระดับแนวหน้าหรือระดับ King เท่านั้น การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวแทนจำหน่ายสินค้าทุกชนิดของเขา ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งทนงเล่าว่า เขาชอบขี่มอเตอร์ไซค์ไปเยี่ยมตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศด้วยตัวเอง “การที่เราลงไปเองก็คล้ายๆเถ้าแก่หรือหลงจู๊ไปเยี่ยมถึงตัวแทนที่อยู่ห่างไกล..ทำให้เขาภูมิใจ และพร้อมจะช่วยเราขายสินค้าอย่างเต็มที่”ทนง ลี้อิสสระนุกูล เชื่อมั่นในระบบการทำงานแบบ “ทีมเวิร์ก” เริ่มตั้งแต่ทีมเวิร์กในระดับครอบครัว ที่มาร่วมเป็นผู้บริหาร ไปจนถึงพนักงานในระดับต่างๆ ของบริษัทในเครือน้องๆ ของเขาทั้ง 3 คนอันได้แก่ พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล, อภิชาติ ลี้อิสสระนุกูล และ พรทิพย์ เศรษฐีวรรณ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการบริหาร และรับผิดชอบในบริษัทต่างๆของเครือสิทธิผล ตามความถนัดของแต่ละคนแม้ปีที่ครบ “100” พอดิบพอดีของกลุ่มสิทธิผล โลกทั้งโลกจะเจอวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างหนักจากพิษภัยโควิด-19 ซึ่งสำหรับกลุ่มแล้วในภาพรวมก็ได้รับผลกระทบบ้าง...แต่ก็โชคดีที่ธุรกิจหลักของกลุ่มคือ “อะไหล่” และสารพัดส่วนประกอบของจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ สามารถทำรายได้มาชดเชยได้อย่างดียิ่งอย่าลืมว่าธุรกิจที่เฟื่องที่สุดในช่วง “โควิด–19” ก็คือ ธุรกิจ Delivery ทั้งอาหารและข้าวของจำเป็นต่างๆนั่นเอง...ธุรกิจนี้ต้องพึ่งพา “จักรยาน-ยนต์” เป็นหลัก...เมื่อธุรกิจ Delivery ดีมากก็ต้องใช้จักรยานยนต์มาก และใช้วันละหลายๆเที่ยวมากกว่าปกติ...แน่นอน “อะไหล่” ย่อมเสื่อมเร็ว... เข้าทาง “สิทธิผล 1919” เป๊ะเลยสิทธิผล 1919 เพิ่งย้ายสำนักงานใหญ่ที่อยู่มา 100 ปี พอดิบพอดี ณ ตลาดน้อย มาอยู่ที่อาคารใหม่สูง 22 ชั้น บนเนื้อที่ 388 ตารางวา ริม ถนนพระราม 3 เมื่อเร็วๆนี้เองถือเป็นการเฉลิมฉลอง 100 ปี ของบริษัทไปด้วยในตัว...ทนงภูมิใจกับอาคารหลังนี้มาก เพราะมีทุกอย่างครบครันบนเนื้อที่จำกัด และ ออกแบบอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแต่สำนักงานเก่าที่ขยายและก่อสร้างเพิ่ม เติมจากร้านจักรยาน “เซ่งง่วนฮง” ที่ตลาดน้อย ก็ยังคงอยู่ และยังคงแบ่งเนื้อที่หน้าร้านส่วนหนึ่งไว้สำหรับขายจักรยานหลายยี่ห้อ รวมทั้ง “ราเล่ห์” ของแท้ที่ปัจจุบันนี้เลิกผลิตไปแล้ว แต่ยังมีรุ่นสุดท้ายที่ส่งมาจำหน่ายในเมืองไทยเหลืออยู่บ้างสัญลักษณ์ของเซ่งง่วนฮงอีกประการหนึ่งก็คือ “ต้นโพธิ์” ซึ่งเคยเป็นร่มเงาให้หนุ่มจีนพเนจร กนก ลี้อิสสระนุกูล ได้อาศัยปะยางอยู่ใต้ต้น ซึ่งบัดนี้ก็ยังคงอยู่...ทนง ลี้อิสสระนุกูล นำต้นโพธิ์เล็กๆที่เกิด ใต้ต้นใหญ่มาปลูกต่อที่หน้าสำนักงานใหญ่ของเขา ที่ถนนพระราม 3 ด้วย...เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงที่มาของ “สิทธิผล 1919” เมื่อ 100 ปีที่แล้ว... และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจสำหรับการเดินหน้าต่อไปเขาบอกทีมงานซอกแซกว่า “พวกเราเตรียมผู้บริหารรุ่นที่ 4 เอาไว้แล้วครับ”.“ซูม”