จากที่ได้รู้อาการเบื้องต้นของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบกันไปแล้ว อาการของโรคนี้ยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1.อาการของหลอดเลือดหัวใจที่ค่อยๆ ตีบ ซึ่งเกิดจากการที่มีไขมันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การตีบตันประเภทนี้เกิดจากการสะสมของไขมันในเส้นเลือดที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ อาการเริ่มแรกคือ มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเวลาที่ออกแรง ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากเกิดความผิดปกติกับหลอดเลือดหัวใจประเภทนี้ จะสามารถล่วงรู้อาการได้เร็วกว่าคนที่ไม่เคยออกกำลังกาย ยกตัวอย่างเช่น สมมติจากที่คุณเคยวิ่งบนลู่ได้ประมาณ 30 นาที หากวันหนึ่งวิ่งไปได้เพียง 15-20 นาที แล้วคุณรู้สึกเจ็บหน้าอกผิดปกติ รู้สึกว่าวิ่งไม่ได้ระยะทางเท่าเดิม นั่นคือสัญญาณเตือนว่าควรไปพบแพทย์ การที่รู้ตัวเร็ว ทำให้สามารถรักษาได้เร็ว
ในทางตรงกันข้าม ในคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย กว่าจะรู้ตัวว่ามีอาการของโรคนี้ หลอดเลือดของหัวใจก็อาจจะตีบไปมากแล้ว เพียงแค่ทำกิจวัตรประจำวันอย่างอาบน้ำ แต่งตัว ก็เหนื่อยแล้ว ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เราเริ่มการรักษาช้าเกินไป
2.อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบแบบเฉียบพลัน อาการนี้จะเห็นอยู่บ่อยๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่ากำลังทำกิจกรรมอยู่ เช่น ร้องเพลง กินข้าว แล้วก็วูบเสียชีวิตไปในทันที
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจประเภทนี้คือ การสูบบุหรี่ ความเครียดสูง ความดันที่สูงมาก เป็นต้น และหากพบคนไข้ที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง แนะนำให้เขาหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ แล้วรีบพาคนไข้ไปโรงพยาบาลทันที สิ่งสำคัญคือ การพาคนไข้ไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ก็จะช่วยยืดโอกาสในการรอดชีวิตให้มากขึ้น
แนวทางการรักษา
...
สิ่งสำคัญในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน คือ การพาคนไข้ไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะหากไปถึงช้า กล้ามเนื้อหัวใจของคนไข้จะตายไปเรื่อยๆ และถ้ากล้ามเนื้อหัวใจของคนไข้คนนั้นเสียไปหมดแล้ว การเปิดเส้นเลือดก็อาจจะไม่ได้มีประโยชน์ในระยะยาว ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์จะทำการขยายเส้นเลือดด้วยบอลลูน และการใส่ขดลวด เพื่อไปขยายหลอดเลือดหัวใจที่อุดตัน ซึ่งการใส่ขดลวดขยายหลอดเลือดหัวใจนี้เป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย และจำเป็นในการรักษาภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันฉับพลัน หลังจากการใส่ขดลวดแล้ว แพทย์จะให้ยาป้องกันการอุดตันของขดลวด โดยจะต้องกินต่อเนื่องประมาณ 6 เดือน-1 ปี และยาอื่นๆ เพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำไปตลอดชีวิต
ในกรณีที่หลอดเลือดหัวใจของคนไข้ตันหมดทั้ง 3 เส้น แพทย์จะรักษาโดยการผ่าตัดบายพาส และหลังจากการผ่าตัด คนไข้จะต้องมาพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และระวังไม่ให้ไขมันในเลือดกลับมาสูงอีก
การป้องกัน
1. งดสูบบุหรี่ เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยควรออกกำลังกายต่อเนื่อง 30 นาทีขึ้นไปต่อวัน และออกอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้ความดันโลหิตลดลง น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และไม่เป็นโรคเบาหวาน
3. กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ และหลีกเลี่ยงการกินของทอดที่มีการใช้น้ำมันซ้ำ
4. ในทุกมื้อของการกินอาหาร ควรมีผักเป็นส่วนประกอบ และกินพวกธัญพืช
5. กินเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน โดยเฉพาะปลาต่างๆ
หากทำได้ตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้น ก็ทำให้ห่างไกลจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้แล้ว ส่วนในคนที่มีความเสี่ยงก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อหาทางรักษาและดูแลหลอดเลือดหัวใจตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้มีความเสียหายมากไปกว่านี้
@@@@@
แหล่งข้อมูล
อ. นพ.ปริญญ์ วาทีสาธกกิจ สาขาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศุกร์สุขภาพ : “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” โรคใกล้ตัวที่ทุกคนควรรู้จัก (ตอน 1)