“หัวใจ” เป็นอวัยวะที่สำคัญอวัยวะหนึ่ง หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับหัวใจ ก็ก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกายได้ โดยเฉพาะ “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ซึ่งเรามักจะเห็นข่าวตามสื่อต่างๆ ว่าอยู่ๆ ก็พบว่ามีคนมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหงื่อออก ใจสั่น จากนั้นก็หมดสติและเสียชีวิตทันที
ปัจจุบัน นับว่า “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ทั้งนี้ไม่นับโรคมะเร็ง และอุบัติเหตุ จึงเป็นโรคที่ทุกคนควรทำความรู้จัก และหันมาดูแลสุขภาพของตนเองเพื่อให้ห่างไกลจากโรคนี้
“โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” คืออะไร
“โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที คนไข้ก็อาจจะเสียชีวิตได้ ดังนั้น หากพบว่าคนใกล้ตัวมีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ควรรีบพาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค
⦁ การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เนื่องจากสารเคมีในบุหรี่จะไปทำลายหลอดเลือดหัวใจให้ตีบลงเรื่อยๆ
⦁ ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ผู้นั้นก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น
⦁ อายุที่เพิ่มมากขึ้น
⦁ เพศชายมีโอกาสเป็นมากกว่าเพศหญิง
⦁ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า
⦁ ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
⦁ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน
⦁ ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
⦁ ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง
...
คุณสามารถประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ทาง application ชื่อ Thai CV risk calculator เพียงกรอกข้อมูลต่างๆ ลงไปให้ครบถ้วน จากนั้นแอปพลิเคชันก็จะคำนวณออกมาเป็นตัวเลขว่าคุณมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจกี่เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเบื้องต้น สามารถโหลดแอปนี้มาประเมินความเสี่ยงของตัวเองกันได้เลย
อาการ
คนไข้จะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก โดยเฉพาะเวลาที่ออกแรง อาการเจ็บแน่นหน้าอกจะเกิดบริเวณกลางอกหรือด้านซ้าย คล้ายๆ กับมีอะไรมาบีบรัดหัวใจ โดยจะมีอาการครั้งละ 2 นาทีขึ้นไป หรือในบางรายอาการเจ็บหน้าอกอาจจะร้าวไปที่กราม หรือที่ไหล่ก็ได้ และมีเหงื่อออกมากกว่าผิดปกติ
หากรู้ว่าตนเองมีความเสี่ยง 20% ขึ้นไป แล้วมีอาการดังที่กล่าวไปข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ เช่นเดียวกันหากพบว่าคนใกล้ตัวมีอาการ และเป็นคนที่มีความเสี่ยงสูง กล่าวคือ เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ไขมันในเลือดสูง ก็ควรรีบพาไปพบแพทย์เช่นกัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง
ยังมีความรู้เรื่อง “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ให้ได้ติดตามกันอีก รออ่านในสัปดาห์หน้านะครับ
---------------------------------------------------------
แหล่งข้อมูล
อ. นพ.ปริญญ์ วาทีสาธกกิจ สาขาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล