ในประวัติศาสตร์จีน นอกจากเรื่องราวของจักรพรรดิ นักปราชญ์ แม่ทัพ ขุนศึกแล้ว ยังมีเหล่ามือสังหารที่มีบทบาทในหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งแผ่นดินมังกร ซึ่งบ้างก็ถูกบันทึกชื่อไว้ แต่ก็มีอีกมากที่เป็นตัวละครนิรนาม ไร้ที่มาตามบันทึกของซือหม่า เชียน นักประวัติศาสตร์ลือชื่อ ยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ได้บันทึกเรื่องของมือสังหารทั้งห้าแห่งยุคชุนชิว อันเป็นยุคสงครามระหว่างแคว้น ก่อนถึงยุคราชวงศ์ฮั่นเอาไว้ โดยมือสังหารทั้งห้านั้น ได้แก่ จ่วนจู เหย้าหลี เฉาโม่ อวี่ย่าง และเนี่ยเจิ้ง ซึ่งคอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน ขอนำเรื่องราวของพวกเขามาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้มือสังหารคนแรก คือ จ่วนจู เรื่องของเขาเกิดขึ้นที่แคว้นหวู เมื่อ 515 ปีก่อน ค.ศ. เวลานั้นแคว้นหวูมีความขัดแย้งภายในระหว่างหวางเหลียว (หวาง หมายถึง กษัตริย์ หรือเจ้าครองแคว้น) ผู้เป็นเจ้าแคว้นกับองค์ชายกวง ลูกพี่ลูกน้องของพระองค์ เนื่องจากมีกฎว่า ตำแหน่งเจ้าแคว้น เหย้าหลีใช้ทวนแทงทะลุร่างซิ่งจี้.สืบทอดจากพี่ไปหาน้อง เว้นแต่ไม่มีน้อง จึงให้บุตรคนโตของพี่ชายคนโตรับตำแหน่งแทน ทว่าเมื่อหยีเม่ย บิดาของเหลียวใกล้สิ้นชีพ โดยไม่มีน้องชายรับช่วง ตามกฎต้องมอบบัลลังก์ให้องค์ชายกวง ซึ่งเป็นบุตรของพี่คนโตของพระองค์ แต่หยีเม่ยกลับบิดพลิ้วมอบตำแหน่งให้เหลียว ผู้เป็นบุตรของตน ทำให้องค์ชายกวงโกรธแค้นและคิดชิงบัลลังก์องค์ชายกวงมีที่ปรึกษาชื่อ อู๋จื่อซวี รับหน้าที่ค้นหาผู้มีฝีมือมาลอบสังหารหวางเหลียว จนได้ยินผู้คนเล่าถึงกิตติศัพท์ของจ่วนจู ซึ่งมีอาชีพเป็นคนขายเนื้อ เขาเป็นชายร่างใหญ่ แข็งแรงกำยำและมีฝีมือในการต่อสู้ ทั้งยังรักความเป็นธรรมอู๋จื่อซวีไปพบจ่วนจูและจ้างให้สังหารอ๋องเหลียว ทว่าจ่วนจูเป็นห่วงมารดาที่ชรามากแล้วจึงปฏิเสธ แต่อู๋จื่อซวีก็ไม่ละความพยายาม เขามาพบจ่วนจูหลายครั้งจนสนิทกัน จากนั้นจึงชวนจ่วนจูและมารดาไปอยู่กับองค์ชายกวง ซึ่งองค์ชายก็ดูแลสองแม่ลูกอย่างดี ทำให้ทั้งสองซาบซึ้งความมีน้ำใจขององค์ชาย แต่ด้วยความเป็นห่วงมารดา ทำให้จ่วนจูยังไม่อาจปฏิบัติงานได้เมื่อมารดาของจ่วนจูทราบความข้อนี้ นางจึงปลิดชีพตนเองเพื่อไม่ให้บุตรชายต้องห่วงพะวงจนไม่อาจทำงานใหญ่ตอบแทนพระคุณขององค์ชายกวงได้ อวี่ย่างดักรออู่ซู่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำ.หลังมารดาเสียชีวิต จ่วนจูจึงหันมาทุ่มเทให้กับภารกิจของตน เนื่องจากหวางเหลียวระมัดระวังตัวมาก ไม่ยอมให้ใครเข้าถึงตัวได้ง่าย ทั้งยังใส่เสื้อเกราะตลอดเวลา จึงยากแก่การลอบทำร้ายจ่วนจูได้ทราบว่า หวางเหลียวชอบเสวยปลามาก เขาจึงไปฝึกฝนวิธีการปรุงปลาที่ทะเลสาบซีหูจนเชี่ยวชาญ จากนั้นจึงให้ช่างทำอาวุธสำหรับสังหาร คือ มีดเล่มเล็กบางแต่แข็งแกร่ง เพื่อใช้ในการแทงเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย องค์ชายกวงได้เชิญหวางเหลียวมาเสวยอาหารเย็น แม้ตอนแรกเจ้าแคว้นจะปฏิเสธ เนื่องจากไม่ไว้ใจ แต่เมื่อทราบว่า องค์ชายมีพ่อครัวปรุงปลาชั้นเยี่ยม จึงยอมตอบรับคำเชิญ เมื่อถึงเวลา เจ้าแคว้นหวูก็เสด็จมาพร้อมองครักษ์สองร้อยนายและทรงสวมเสื้อเกราะเช่นเคย โดยองครักษ์ได้ตรวจตราอย่างละเอียด ไม่ให้ใครพกอาวุธเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง ทว่าในเวลานั้น อู๋จื่อซวีก็ลอบนำกำลังทหารเข้ามาซุ่มอยู่รอบบริเวณจ่วนจูได้ปรุงปลาจนมีกลิ่นหอมน่ากิน โดยซ่อนมีดไว้ในท้องปลาอย่างแนบเนียนจนองครักษ์ตรวจไม่พบ ทันทีที่จ่วนจูวางจานปลาลงบนโต๊ะ เขาก็ชักมีดจากท้องปลาแทงไปที่คอซึ่งไม่มีเกราะกำบังของเจ้าแคว้น ใบมีดจมลึกจนทะลุออกด้านหลัง หวางเหลียวหงายหลังล้มลง สิ้นพระชนม์ทันที องครักษ์ค้นตัวจ่วนจู.องค์ชายกวงส่งสัญญาณให้อู๋จื่อซวี นำทหารที่ซุ่มอยู่บุกเข้ามา และสังหารทหารองครักษ์ทั้งหมด แต่ก็ช้าเกินกว่าจะช่วยชีวิตจ่วนจูซึ่งถูกอาวุธของเหล่าองครักษ์กว่าร้อยเล่มแทงจนร่างแหลกเละตายไปในห้องโถงนั้นเองหลังสังหารหวางเหลียวแล้ว องค์ชายกวงได้ยึดอำนาจและขึ้นปกครองแคว้นหวู ทรงพระนามว่า หวูหวางเหอลวี่ ทว่าพระองค์ยังมีหนามยอกอกชิ้นใหญ่ คือโอรสองค์ใหญ่ของหวางเหลียวนามว่า ซิ่งจี้ ซึ่งเมื่อซิ่งจี้ทราบเรื่องการลอบสังหาร ก็ประกาศจะล้างแค้นและรวบรวมไพร่พลทันที จึงเป็นที่มาของเรื่องราวมือสังหารคนที่สอง เขาคือ เหย้าหลีในนครกูซู เมืองหลวงแคว้นหวู มีชายผู้หนึ่งชื่อ เหย้าหลี เป็นคนร่างเล็กแต่กล้าหาญและมีฝีมือ อู๋จื่อซวีจึงพาตัวมา เจ้าแคว้นหวูตรัสถามเหย้าหลีซึ่งมีร่างเล็กว่า มีวิธีใดจะสังหารซิ่งจี้ ที่ร่างใหญ่แข็งแกร่งได้ เหย้าหลีตอบว่า จะเข้าประชิดตัวและลงมือสังหารเสีย“แต่ซิ่งจี้ระวังตัวยิ่งนัก และจะไม่มีวันยอมเชื่อใจคนที่มาจากแคว้นหวูในยามนี้เด็ดขาด” เจ้าแคว้นตรัส เหย้าหลีก็หัวเราะและบอกว่าขอให้ท่านเจ้าแคว้นสั่งประหารภรรยาเขาและตัดแขนขวาเขา ก่อนจะขับไล่ออกจากแคว้น เพียงเท่านี้ ซิ่งจี้ย่อมจะเชื่อใจเขาเป็นแน่ อวี่ย่างแทงผ้าคาดเอวของอู่ซู่.ต่อมา ก็มีข่าวว่าเหย้าหลีวิจารณ์เรื่องที่เหอลวี่ชิงบัลลังก์ จึงถูกจับกุมจากนั้นก็ถูกตัดแขนขวาก่อนจะหนีไปได้ ส่วนภรรยาของเหย้าหลีถูกประหารและเผาประจานที่กลางเมืองเหย้าหลีหนีไปหาซิ่งจี้และเล่าเรื่องทั้งหมด ตอนแรกซิ่งจี้ไม่เชื่อ จนเมื่อเห็นว่า อีกฝ่ายถูกตัดแขนขวา อีกทั้งสายสืบยังรายงานว่า ภรรยาเหย้าหลีถูกสั่งประหารและเผาประจาน ซิ่งจี้จึงยอมเชื่อว่า เหย้าหลีมีความแค้นใหญ่หลวงกับเหอลวี่จริงๆไม่นานเหย้าหลีก็กลายเป็นคนสนิทและเพื่อนที่ซิ่งจี้ไว้วางใจ ต่อมา ซิ่งจี้ก็เคลื่อนทัพเรือบุกแคว้นหวู ทว่าในระหว่างเคลื่อนทัพนั้น เหย้าหลีก็ใช้ทวนแทงหลังซิ่งจี้จนทะลุอก แต่ซิ่งจี้มีพละกำลังแข็งแกร่งจึงฝืนความเจ็บปวด จับตัวเหย้าหลีเอาไว้และกดลงน้ำสามครั้ง ก่อนเอาตัวพาดตักและถามว่า เหตุใดจึงต้องฆ่าเขา“ข้ารับบัญชาท่านเจ้าแคว้นให้มาสังหารท่าน”เหย้าหลีตอบซิ่งจี้หัวเราะแล้วกล่าวว่า เหย้าหลีเป็นคนใจเด็ดยิ่งนัก จากนั้นจึงสั่งทหารห้ามทำร้ายเขา เนื่องจากเหย้าหลีเป็นผู้กล้าที่แท้จริง “ผู้กล้าสองคนไม่ควรต้องตายในวันเดียว” กล่าวจบ ซิ่งจี้ก็กระชากทวนออกจากอก ร่างล้มลงสิ้นใจตายเหย้าหลีสะเทือนใจกับความตายของซิ่งจี้และรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่ตนได้ทำลงไปทั้งหมด ทั้งการที่ยอมให้ภรรยาถูกประหารโดยไร้ความผิดและการทรยศต่อความไว้ใจของซิ่งจี้ที่เห็นเขาเป็นสหาย จึงใช้ทวนเล่มที่ปลิดชีพซิ่งจี้ แทงตัวเองและสั่งให้พวกทหารสละเรือ ก่อนเขาทำลายเรือและสิ้นชีพ โดยจมไปพร้อมกับร่างของซิ่งจี้มือสังหารคนที่สาม นามว่า อวี่ย่างแห่งแคว้นจิ้น ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 400 ปีก่อน ค.ศ. เวลานั้นแคว้นจิ้นยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคกลาง จื้อหยาว ผู้นำตระกูลจื้อ ร่วมกับอีกสามตระกูลก่อการขับไล่เจ้าแคว้นเดิมและตั้งเจ้าแคว้นใหม่ ทำให้ตระกูลจื้อกุมอำนาจสูงสุดในแคว้นจิ้นจื้อหยาวมักใช้อำนาจข่มขู่อีกสามตระกูลอยู่เสมอ จนเป็นที่เกลียดชัง ต่อมาเขาได้ขัดแย้งกับอู่ซู่ ประมุขตระกูลจ้าวจนเกิดเป็นสงคราม จื้อหยาวบีบตระกูลหานและเว่ยให้ร่วมยกทัพไปทำศึกกับตระกูลจ้าว ทว่าอู่ซู่ได้ลอบติดต่อกับสองตระกูลให้เปลี่ยนข้าง และร่วมกันตีกระหนาบทัพจื้อหยาวจนพ่ายแพ้ จื้อหยาวถูกสังหาร ตระกูลจื้อล่มสลายอวี่ย่าง เป็นขุนนางของจื้อหยาว เพื่อล้างแค้นให้เจ้านาย เขาจึงวางแผนสังหารอู่ซู่ โดยปลอมเป็นคนทำความสะอาดและไปอาศัยกินนอนอยู่ข้างส้วมสาธารณะพร้อมมีดสั้น กระทั่งวันหนึ่ง อู่ซู่เข้าไปทำธุระส่วนตัว อวี่ย่างจึงใช้มีดสั้นหมายแทงปลิดชีพ แต่ล้มเหลวและถูกทหารจับไว้ อู่ซู่เห็นแก่ที่เขามีความภักดีต่อเจ้านาย จึงยอมปล่อยตัวไป จ่วนจูสังหารหวูหวางเหลียว.อวี่ย่างรู้ว่าหากจะลงมืออีกครั้งคงยาก เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามรู้จักเขาแล้ว จึงทำลายโฉมตนเองเพื่อไม่ให้ใครจำได้ และเมื่อภรรยาจำเขาได้จากเสียงพูด อวี่ย่างก็กลืนถ่านติดไฟลงไป ทำให้เส้นเสียงเสียจนเสียงพูดผิดเพี้ยน จากนั้นเขาได้ไปดักรออู่ซู่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำ โดยวางแผนจะทำให้สะพานพังตอนอีกฝ่ายกำลังข้าม ทว่าเมื่ออู่ซู่ขี่ม้ามาถึง ม้ารู้สึกถึงอันตรายจึงไม่ยอมข้ามสะพาน ทำให้อู่ซู่รู้ตัวและสั่งทหารค้น จนจับอวี่ย่างได้อู่ซู่จำเขาได้และกล่าวว่า คงไม่อาจปล่อยอวี่ย่างไปได้อีกเป็นครั้งที่สอง หากแต่ไม่เข้าใจว่า เหตุใดเขาถึงจงรักภักดีต่อคนหยาบช้าอย่างจื้อหยาวถึงเพียงนี้ ทั้งที่เดิม อวี่ย่างก็เคยรับใช้ตระกูลฟ่านกับตระกูลจงสิง แต่เมื่อครั้งที่สองตระกูลล่มสลาย อวี่ย่างก็ไม่ได้คิดแก้แค้นให้“เพราะจื้อหยาวเป็นคนเดียวที่เข้าใจข้าและให้ความสำคัญกับความสามารถของข้าอย่างแท้จริง ข้าจึงถือว่าเขาคือ นายที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวของข้า” อวี่ย่างตอบจ้าวอู่ซู่ประทับใจในความภักดีของอวี่ย่างจนกลั้นน้ำตาไว้มิได้ และเพื่อให้อวี่ย่างได้ทำตามความตั้งใจของตน จึงปลดผ้าคาดเอวให้อวี่ย่างและให้เขาใช้มีดแทงผ้านั้น เพื่อเปรียบเสมือนได้แทงอู่ซู่แล้ว จากนั้นอวี่ย่างได้ปลิดชีวิตตัวเองกลางวงล้อมของทหาร เพื่อตายตามเจ้านายเก่าไป เนี่ยเจิ้งบุกเดี่ยวไปสังหารเซี่ยเล่ย.มือสังหารคนต่อไปคือ เฉาโม่ ชาวแคว้นหลู่ เรื่องของเขาเกิดขึ้นเมื่อ 692 ปีก่อน ค.ศ. ในยุคนั้น แคว้นฉีที่นำโดยฉีหวนกง กำลังเรืองอำนาจ ฉีหวนกงได้ยกทัพมาทำสงครามกับแคว้นหลู่เฉาโม่เป็นแม่ทัพของหลู่จวงกงเจ้าแคว้นหลู่ กองทัพหลู่พ่ายแพ้จนเสียดินแดนไปหลายเมือง ฉีหวนกงจึงบีบให้หลู่จวงกงทำสัญญาพันธมิตรที่เมืองเค่อ ทว่าเนื้อหาสัญญาไม่เป็นธรรม แต่หลู่จวงกงไม่มีทางเลือก เนื่องจากไม่อาจสู้แสนยานุภาพอีกฝ่ายได้แต่ก่อนจะลงนาม เฉาโม่ที่มากับหลู่จวงกง ได้เข้าประชิดฉีหวนกงพร้อมชักกระบี่ที่แอบซ่อนมาจ่อลำคอและบีบให้อีกฝ่ายแก้สัญญา ทั้งให้แคว้นฉีคืนดินแดนที่ยึดไปจากแคว้นหลู่ แม้ฉีหวนกงจะโกรธเพียงใด แต่ก็ต้องทำตาม เมื่อฉีหวนกงรับปากแล้วเฉาโม่ก็เก็บอาวุธและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังกลับถึงแคว้นฉีแล้ว ฉีหวนกงคิดยกเลิกสัญญาและยกทัพไปตีแคว้นหลู่ ทว่ามหาเสนาบดีก่วนจ้งทัดทานไว้ โดยให้เหตุผลว่า ฉีหวนกงได้ให้คำสัตย์ไปแล้ว หากกลับคำจะทำให้แคว้นอื่นๆที่เป็นพันธมิตรไม่นับถือและกระเทือนต่อการขึ้นเป็นประมุขของเจ้าแคว้นทั้งหลาย เนื่องจากในยุคชุนชิว การสร้างความเป็นใหญ่ต้องอาศัยทั้งกำลังทหารและภาพลักษณ์ที่ทรงคุณธรรม ด้วยเหตุนี้เอง ฉีหวนกงจึงยอมปล่อยแคว้นหลู่ไปซุนวูเคยกล่าวไว้ว่า ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่คือ ชนะได้โดยไม่ต้องรบ สำหรับเฉาโม่อาจกล่าวได้ว่า เขาเป็นมือสังหารที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากไม่ต้องปลิดชีพผู้ใด ก็ได้รับผลสำเร็จอันงดงาม ซึ่งซือหม่า เชียน ก็ยกย่องว่าเฉาโม่คือ มือสังหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมือสังหารคนสุดท้ายมีนามว่า เนี่ยเจิ้ง เรื่องของเขาเกิดขึ้นในแคว้นหาน เมื่อราว 400 ปีก่อน ค.ศ. เนี่ยเจิ้งเป็นพ่อค้าเนื้อในตลาด เป็นคนรักคุณธรรมและมีฝีมือในการต่อสู้ เขาอาศัยอยู่กับพี่สาวและมารดาเหยียนจงซื่อ อดีตอำมาตย์แคว้นหานมาขอให้ช่วยสังหารเซี่ยเล่ย อัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นหาน เดิมเซี่ยเล่ยเป็นเพื่อนกับเหยียนจงซื่อ และได้ขอให้เหยียนจงซื่อ ที่มีฐานะร่ำรวยช่วยสนับสนุนทางการเงิน เพื่อให้ได้ตำแหน่งมหาเสนาบดี แต่เมื่อเซี่ยเล่ยได้ตำแหน่งแล้วก็ทำหมางเมินไป ต่อมา เหยียนจงซื่อสืบทราบว่า เซี่ยเล่ยรับสินบนจากข้าศึก ทำให้แคว้นหานต้องเสียดินแดน เขาจึงรายงานต่อเจ้าแคว้น ทว่าเซี่ยเล่ยเจ้าเล่ห์นัก ได้พูดแก้ตัวจนเจ้าแคว้นหลงเชื่อและไม่เอาผิด จากนั้นเหยียนจงซื่อก็ถูกเล่นงานจนต้องออกจากราชการ ทหารรุมสังหารจ่วนจู.เหยียนจงซื่อทั้งโกรธทั้งกังวลว่า ฝ่ายนั้นจะสังหารเขาเพื่อปิดปาก จึงได้ออกตามหานักสู้ฝีมือดีไปจัดการกับเซี่ยเล่ย จนมาพบเนี่ยเจิ้ง ทว่าแม้จะเสนอเงินทองให้มากเพียงใด เนี่ยเจิ้งก็ไม่ยอมรับงาน โดยบอกว่า เขาต้องดูแลมารดาที่อายุมากแล้วแม้อีกฝ่ายจะไม่รับปาก แต่เหยียนจงซื่อก็ยังไปมาหาสู่และได้เป็นเพื่อนกับเนี่ยเจิ้ง ทั้งยังให้ความช่วยเหลือต่างๆ จนทำให้เนี่ยเจิ้งและครอบครัวซาบซึ้งในบุญคุณไม่นาน เหยียนจงซื่อก็ลี้ภัยออกจากแคว้นหาน เนื่องจากถูกเซี่ยเล่ยคุกคามหนัก จนหลายปีต่อมา มารดาของเนี่ยเจิ้งได้สิ้นชีวิตลง เนี่ยเจิ้งจึงเดินทางไปหาเหยียนจงซื่อเพื่อรับงานสังหารเซี่ยเล่ยคนโฉดเนี่ยเจิ้งปลอมตัวเข้าไปในจวนของอัครมหาเสนาบดี ซึ่งมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา มีทหารร่วมร้อยอารักขาอยู่ด้านนอก เนี่ยเจิ้งบุกเดี่ยวเข้าไปใช้กระบี่ฟันคอเซี่ยเล่ยขาดกระเด็น ทั้งยังสังหารทหารอารักขาไปเกือบยี่สิบคน ก่อนจะถูกพวกทหารทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสและล้อมไว้ทุกด้าน เมื่อสิ้นทางหนี เนี่ยเจิ้งใช้มีดทำลายโฉมหน้าและควักลูกตา ก่อนจะแทงท้องตนเองจนสิ้นใจตายการลอบสังหารอัครมหาเสนาบดีถึงในจวน สร้างความตื่นตระหนกให้กับเจ้าแคว้นหานเป็นอันมาก เจ้าแคว้นจึงสั่งให้เอาศพมือสังหารไปแขวนไว้กลางเมืองและประกาศหาคนที่รู้จักเขา เพื่อสืบหาสาเหตุของการลอบสังหารนี้เนี่ยหยง พี่สาวของเนี่ยเจิ้งทราบข่าวการบุกสังหารก็แน่ใจว่าคงเป็นน้องชายของตน นางรู้ว่าน้องชายไม่ต้องการให้นางเดือดร้อน จึงได้ทำลายโฉมตนเอง เนื่องจากนางและน้องมีใบหน้าคล้ายกันมาก หากผู้ใดเห็นหน้าเขาก็ย่อมสืบมาถึงนางได้ไม่ยากแต่เนี่ยหยงไม่ต้องการให้น้องชายตายอย่างศพไร้ชื่อ นางรู้ดีว่าเขาสังหารเซี่ยเล่ยก็เพื่อตอบแทนบุญคุณเหยียนจงซื่อและกำจัดขุนนางทรยศ นางจึงไปยังที่แขวนศพแล้วตัดเชือกนำศพลงมาและร้องไห้เสียงดัง ก่อนประกาศชื่อน้องชายและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้คนที่มารุมล้อมได้ฟัง จากนั้นเนี่ยหยงก็พุ่งชนเสาจนศีรษะแตก สิ้นชีวิตตามน้องชายไปเรื่องราวความใจเด็ดของเนี่ยหยงและความกล้าหาญของเนี่ยเจิ้ง ประทับใจเจ้าแคว้นหานมาก เจ้าแคว้นจึงให้สร้างสุสานจารึกชื่อเนี่ยเจิ้งกับเนี่ยหยง และฝังศพทั้งสองไว้ด้วยกัน ทำให้เรื่องราวของสองพี่น้องถูกเล่าขานอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์นับแต่นั้นมา.โดย :วิภู เอี่ยมน้อยทีมงานนิตยสาร ต่าย'ตูน