โรคมะเร็ง เป็นหนึ่งในโรคร้ายที่หลายคนกังวล แต่ความจริงแล้วมะเร็งหลายชนิด มักส่งสัญญาณเตือนให้สังเกตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากรู้เท่าทันความผิดปกติของร่างกายและรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัย ก็อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

แม้อาการบางอย่างอาจไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ ก็ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด

เช็กเลย 7 อาการเริ่มต้น สัญญาณโรคมะเร็ง สังเกตจากอะไรได้บ้าง

1. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

หากน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วทั้งที่ไม่ได้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายมากขึ้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งปอด เนื่องจากเซลล์มะเร็งอาจส่งผลต่อการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำหนักโดยไม่ตั้งใจ

2. มีก้อนผิดปกติที่ร่างกาย

การคลำพบก้อนที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะบริเวณเต้านม คอ รักแร้ หรือขาหนีบ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ก้อนเหล่านี้มักไม่เจ็บในระยะแรก ทำให้หลายคนมองข้ามไปได้ง่าย หากพบว่าก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือคงอยู่เป็นเวลานาน ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

...

3. ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือหายใจลำบาก

อาการไอที่เป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์โดยไม่หาย แม้จะได้รับการรักษาแล้ว หรือมีเสียงแหบเรื้อรัง อาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง หรือมะเร็งในระบบทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะหากมีอาการร่วม เช่น เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หรือมีเลือดปนในเสมหะ ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมโดยเร็ว

4. มีเลือดออกผิดปกติหรือการขับถ่ายเปลี่ยนแปลง

เลือดปนในอุจจาระ เลือดในปัสสาวะ หรือมีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด อาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งในอวัยวะต่างๆ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ หรือมะเร็งปากมดลูก นอกจากนี้ หากมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ ก็ควรเฝ้าระวังและปรึกษาแพทย์เช่นกัน

5. ไฝหรือรอยโรคบนผิวหนังเปลี่ยนแปลง

หากสังเกตว่าไฝมีขนาดใหญ่ขึ้น สีเปลี่ยน รูปร่างไม่สม่ำเสมอ หรือมีแผลบนผิวหนังที่ไม่หายเป็นเวลานาน อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งผิวหนังได้ การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและเข้ารับการตรวจเมื่อพบความผิดปกติ จะช่วยให้สามารถรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมากขึ้น

6. กลืนอาหารลำบาก หรือมีอาการอาหารไม่ย่อยเรื้อรัง

หากรู้สึกกลืนอาหารติดคอ เจ็บขณะกลืน หรือมีอาการแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย และแสบร้อนกลางอกเป็นประจำ แม้ปรับพฤติกรรมการกินแล้วไม่ดีขึ้น อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้ โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน

7. อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าผิดปกติแม้พักผ่อนเพียงพอ

ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นเรื่องปกติ แต่หากรู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา ไม่มีแรง ทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อยก็เหนื่อยง่าย และอาการไม่ดีขึ้นแม้จะนอนหลับเต็มที่ อาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งที่มีการสูญเสียเลือดเรื้อรังภายในร่างกาย

หากมีอาการเสี่ยงโรคมะเร็ง เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์

แม้อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือมีหลายอาการร่วมกัน ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงที่การรักษามักได้ผลดีที่สุด

...

อาการเตือนของมะเร็งหลายอย่างอาจคล้ายกับโรคทั่วไป แต่สิ่งสำคัญคือความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่หายไป หรือมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หากพบอาการดังกล่าวนานเกิน 2-3 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะการตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมักช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมาก

อ้างอิงข้อมูล : โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง