ร้อนในห้ามกินอะไร? รวมลิสต์อาหารต้องห้ามที่ควรเลี่ยง สำหรับอาการ "ร้อนใน" หรือแผลในปาก แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่สร้างความเจ็บปวดและรำคาญใจทุกครั้งที่รับประทานอาหารหรือพูดคุย นอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว "อาหาร" คือปัจจัยสำคัญที่ตัดสินว่าแผลจะหายไวหรืออักเสบหนักกว่าเดิม มาเช็กกันว่าเมื่อเป็นร้อนใน ห้ามกินอะไรบ้าง เพื่อให้แผลหายไวและไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

ไขข้อสงสัย "อาการร้อนใน" เกิดจากอะไร ทำไมต้องเลี่ยงอาหารบางชนิด

แผลร้อนในมักเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด การพักผ่อนน้อย การขาดวิตามิน หรือการเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง ซึ่งเมื่อเกิดแผลขึ้นแล้ว เยื่อบุในช่องปากจะมีความอ่อนแอและไวต่อสิ่งกระตุ้น นอกจากนี้ การรับประทานอาหารรสจัด เผ็ด เปรี้ยว หรือร้อนมาก รวมถึงการแพ้สารบางอย่างในยาสีฟัน ก็อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน

การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมจึงช่วยลดการระคายเคืองและช่วยให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยทั่วไปแผลร้อนในขนาดเล็กจะสามารถหายได้เองภายในประมาณ 7-10 วัน แต่หากเป็นแผลขนาดใหญ่หรือมีหลายจุด อาจใช้เวลานานถึง 2-3 สัปดาห์ ทั้งนี้หากแผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ มีอาการเจ็บมาก หรือเป็นซ้ำบ่อย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

...

ร้อนในห้ามกินอะไร? เช็กลิสต์ 5 อาหารที่ควรเลี่ยง ลดอาการอักเสบของแผลในปาก

1. อาหารรสจัด (เผ็ดร้อน, เปรี้ยวจัด)

อาหารที่มีพริกและเครื่องเทศจำนวนมาก หรือผลไม้ที่มีกรดสูง เช่น มะนาว สับปะรด ส้ม จะเข้าไปกัดกร่อนและระคายเคืองบริเวณแผลโดยตรง ทำให้เกิดอาการแสบและแผลอักเสบลุกลามได้ง่าย นอกจากนี้ อาหารที่ร้อนจัดก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน

2. ของทอดและอาหารที่มีความแข็งกรอบ

ของทอดที่เคลือบด้วยแป้งแข็งๆ หรือขนมขบเคี้ยว เมื่อรับประทานเข้าไปอาจไปขูดขีดบริเวณแผลร้อนใน ทำให้แผลฉีกขาดหรืออักเสบมากขึ้นกว่าเดิม อาจส่งผลให้แผลร้อนในที่ปากหรือที่ลิ้นอักเสบมากขึ้นกว่าเดิม ทางที่ดีควรงดของทอดไปก่อน จนกว่าอาการจะดีขึ้น

3. อาหารที่มีฤทธิ์ร้อน

ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนและไทย อาหารบางชนิดมี "ฤทธิ์ร้อน" เช่น ทุเรียน ลำไย ขนุน หรืออาหารที่ผ่านการปิ้งย่างจนไหม้เกรียม อาหารเหล่านี้จะไปเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย ส่งผลให้แผลร้อนในหายช้าลง และอาจส่งผลให้แผลอักเสบเพิ่มขึ้น

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน

เครื่องดื่มเหล่านี้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกิดภาวะขาดน้ำ ส่งผลให้ช่องปากแห้ง ซึ่งเป็นสภาวะที่ทำให้แผลร้อนในหายได้ยากขึ้น จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ รวมถึงเครื่องดื่มคาเฟอีน เพราะจกระตุ้นให้แผลร้อนในหายช้า

5. อาหารที่มีโซเดียมสูง (รสเค็มจัด)

เกลือและโซเดียมในปริมาณมากจะดูดซึมน้ำออกจากเซลล์บริเวณเยื่อบุปาก ทำให้แผลมีความแห้งและตึง ยิ่งกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดและชะลอการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อ รวมไปถึงอาหารจำพวกอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป ซึ่งมีโซเดียมสูง ยิ่งส่งผลให้แผลร้อนในแย่ลงกว่าเดิม

วิธีแก้ร้อนในเบื้องต้น และอาหารที่ควรกินเมื่อมีอาการ "ร้อนใน"

...

สำหรับคนที่มีแผลร้อนในที่ปากหรือลิ้น แนะนำควรเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม รากบัว ใบเตย หรือดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นในช่องปาก นอกจากนี้ควรใช้ยาทาแผลในปากควบคู่ไปกับการรักษาความสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

อากาศร้อนช่วงนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพ และดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย อ่านต่อได้ที่ แจกสูตรคำนวณ "ควรดื่มน้ำวันละกี่แก้ว" เช็กปริมาณให้เหมาะสมกับร่างกาย