ปวดข้อเฉียบพลัน บวม แดง ร้อน ระวังจะเป็นสัญญาณของ "โรคเก๊าท์" โรคยอดฮิตที่เกิดจากพฤติกรรมการกินและระดับกรดยูริกในเลือดสูงเกินเกณฑ์ ไทยรัฐออนไลน์สรุปชัด อาหารประเภทไหนต้องเลี่ยง และต้องรักษาอย่างไรถึงจะเอาอยู่!

รู้จัก "โรคเก๊าท์" (Gout) ภัยเงียบจากกรดยูริกสะสม

โรคเก๊าท์ หรือชื่อทางการแพทย์คือ Gouty Arthritis เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากภาวะร่างกายมี กรดยูริก (Uric Acid) ในเลือดสูงเกินมาตรฐาน (Hyperuricemia) เป็นเวลานาน จนเกิดการตกตะกอนเป็นผลึกเกลือยูเรต (Monosodium Urate) สะสมอยู่ตามข้อต่อและเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง

เป็นโรคเกาต์ ห้ามกินอาหารอะไรบ้าง?

ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูง (Purine) เพราะเมื่อร่างกายย่อยพิวรีนจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก

  1. เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ ไต หัวใจ กระเพาะหมู
  2. อาหารทะเล เช่น หอย ปลาหมึก กุ้ง ปู ปลาซาร์ดีน ปลาทู
  3. เนื้อสัตว์แดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมูที่ติดมันมาก
  4. อาหารแปรรูป ไส้กรอก เบคอน แฮม
  5. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ เพราะมีพิวรีนและส่งผลต่อการขับกรดยูริกทางไต
  6. น้ำหวานที่มีฟรุกโตสสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้เข้มข้น

วิธีดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วย "โรคเกาต์" ให้ใช้ชีวิตได้ปกติ

  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ (วันละ 2-3 ลิตร) 
  • เลี่ยง "อาหารพิวรีนสูง" อย่างเคร่งครัด
  • ตัดขาด "เครื่องดื่มแอลกอฮอล์" โดยเฉพาะ "เบียร์"
  • ลดน้ำหวานและน้ำตาลฟรุกโตส
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • พักผ่อนและประคบเย็นเมื่อปวด

...

โรคเกาต์ อาจดูเหมือนเป็นโรคที่ควบคุมยาก แต่หากเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการกินอาหารให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารพิวรีนสูง ก็สามารถลดระดับกรดยูริกในเลือด และควบคุมโรคได้ดี การปรึกษาแพทย์อย่างต่อเนื่องก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.