ปวดข้อเฉียบพลัน บวม แดง ร้อน ระวังจะเป็นสัญญาณของ "โรคเก๊าท์" โรคยอดฮิตที่เกิดจากพฤติกรรมการกินและระดับกรดยูริกในเลือดสูงเกินเกณฑ์ ไทยรัฐออนไลน์สรุปชัด อาหารประเภทไหนต้องเลี่ยง และต้องรักษาอย่างไรถึงจะเอาอยู่!
รู้จัก "โรคเก๊าท์" (Gout) ภัยเงียบจากกรดยูริกสะสม
โรคเก๊าท์ หรือชื่อทางการแพทย์คือ Gouty Arthritis เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากภาวะร่างกายมี กรดยูริก (Uric Acid) ในเลือดสูงเกินมาตรฐาน (Hyperuricemia) เป็นเวลานาน จนเกิดการตกตะกอนเป็นผลึกเกลือยูเรต (Monosodium Urate) สะสมอยู่ตามข้อต่อและเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง
เป็นโรคเกาต์ ห้ามกินอาหารอะไรบ้าง?
ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูง (Purine) เพราะเมื่อร่างกายย่อยพิวรีนจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก
- เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ ไต หัวใจ กระเพาะหมู
- อาหารทะเล เช่น หอย ปลาหมึก กุ้ง ปู ปลาซาร์ดีน ปลาทู
- เนื้อสัตว์แดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมูที่ติดมันมาก
- อาหารแปรรูป ไส้กรอก เบคอน แฮม
- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ เพราะมีพิวรีนและส่งผลต่อการขับกรดยูริกทางไต
- น้ำหวานที่มีฟรุกโตสสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้เข้มข้น
วิธีดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วย "โรคเกาต์" ให้ใช้ชีวิตได้ปกติ
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ (วันละ 2-3 ลิตร)
- เลี่ยง "อาหารพิวรีนสูง" อย่างเคร่งครัด
- ตัดขาด "เครื่องดื่มแอลกอฮอล์" โดยเฉพาะ "เบียร์"
- ลดน้ำหวานและน้ำตาลฟรุกโตส
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
- ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- พักผ่อนและประคบเย็นเมื่อปวด
...
โรคเกาต์ อาจดูเหมือนเป็นโรคที่ควบคุมยาก แต่หากเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการกินอาหารให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารพิวรีนสูง ก็สามารถลดระดับกรดยูริกในเลือด และควบคุมโรคได้ดี การปรึกษาแพทย์อย่างต่อเนื่องก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.