ปัญหา "ท้องผูกเรื้อรัง" ถ่ายไม่ออก หรือต้องนั่งห้องน้ำนานๆ เป็นเรื่องกวนใจที่บั่นทอนสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีธรรมชาติง่ายๆ เพียงแค่ปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำ พาไปไขคำตอบชัดๆ ว่า "ดื่มน้ำตอนไหน กระตุ้นขับถ่ายได้ดีที่สุด" พร้อมแจกตารางดื่มน้ำระหว่างวันที่คนธาตุแข็งต้องลอง รับรองว่าโล่งท้อง สบายตัวแบบไม่ต้องพึ่งยาระบาย

ไขคำตอบ ดื่มน้ำตอนไหน กระตุ้นขับถ่ายได้ดีที่สุด?

ช่วงเวลาทองคำที่ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายได้ดีที่สุดคือ "ช่วงเช้าหลังตื่นนอนทันที" (ในขณะที่ท้องว่าง) เมื่อเราตื่นนอน ร่างกายจะอยู่ในภาวะขาดน้ำจากการนอนหลับยาวนานหลายชั่วโมง การดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องประมาณ 1-2 แก้ว (300-500 มิลลิลิตร) ทันทีหลังตื่น จะเข้าไปกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองของกระเพาะอาหารและลำไส้ (Gastrocolic Reflex) ทำให้ลำไส้ใหญ่เริ่มบีบตัวและดันกากอาหารที่ตกค้างอยู่ออกมา ถือเป็นการปลุกระบบขับถ่ายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในรอบวัน นอกจากการดื่มน้ำแล้วกินอะไรให้ถ่ายทันที เปิดลิสต์ 10 อาหารช่วยขับถ่าย แก้ท้องผูกถ่ายไม่ออกอย่างปลอดภัย

ควรดื่ม "น้ำอุ่น" หรือ "น้ำอุณหภูมิห้อง"

"น้ำอุ่น" จะให้ผลลัพธ์เรื่องการขับถ่ายแบบเร่งด่วนได้ดีที่สุด เพราะอุณหภูมิที่อุ่นพอดี (37-40 องศาเซลเซียส) จะช่วยขยายหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ลำไส้บีบตัวดันของเสียออกมาได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้าใครธาตุปกติ ขับถ่ายเป็นเวลาอยู่แล้ว การดื่ม "น้ำอุณหภูมิห้อง" ก็เพียงพอที่จะช่วยเติมน้ำให้กากอาหารนิ่มลงและขับถ่ายได้คล่องตัวขึ้น 

...

ข้อควรระวัง คือ คนที่ท้องผูกหนัก ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัดหลังตื่นนอน เพราะอาจทำให้ระบบลำไส้ทำงานช้าลงกว่าเดิม

ดื่มน้ำอย่างไรให้ลำไส้สุขภาพดี

สำหรับคนที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง ลำพังแค่ดื่มน้ำตอนเช้าอาจไม่พอ แต่ต้องรักษาความชุ่มชื้นของกากอาหารในลำไส้ตลอดทั้งวัน แนะนำให้ดื่มน้ำตามช่วงเวลาดังนี้

ช่วงเวลาประโยชน์
06.00 - 07.00 น. (หลังตื่นนอน)ดื่มน้ำอุ่น 1-2 แก้ว กระตุ้นลำไส้ให้บีบตัว (ใครธาตุแข็งมาก แนะนำให้บีบมะนาวลงไปครึ่งซีก จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ดีขึ้น)
08.00 - 12.00 น. (ช่วงสาย)จิบน้ำเรื่อยๆ ประมาณ 2-3 แก้ว เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไประหว่างทำกิจกรรม และช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น
ก่อนมื้ออาหาร 30 นาที (ทุกมื้อ)ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อเตรียมความพร้อมให้ระบบย่อยอาหาร 
ข้อควรระวัง: ไม่ควรดื่มน้ำรวดเดียวปริมาณมากๆ ระหว่างหรือหลังทานอาหารทันที เพราะจะทำให้น้ำย่อยเจือจาง
13.00 - 17.00 น. (ช่วงบ่าย)จิบน้ำอีก 2-3 แก้ว ป้องกันไม่ให้อุจจาระในลำไส้ใหญ่แห้งและแข็งตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการท้องผูก
ก่อนนอน 1-2 ชั่วโมงดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อรักษาสมดุลน้ำในร่างกายขณะหลับ



เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับคนขับถ่ายยาก

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว (ประมาณ 2-2.5 ลิตร) ยิ่งถ้าอากาศร้อนหรือออกกำลังกาย ต้องดื่มเพิ่มขึ้น

  • ขยับร่างกาย

การเดินหรือยืดเหยียดร่างกายหลังตื่นนอน จะช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องและลำไส้ขยับตัว ทำงานควบคู่กับการดื่มน้ำตอนเช้าได้ดีมาก

  • กินอาหารไฟเบอร์สูง

ดื่มน้ำอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องทานผัก ผลไม้ และธัญพืชที่มีกากใยสูง เพื่อเพิ่มมวลอุจจาระให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

เพียงแค่เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำเปล่าหลังตื่นนอน และหมั่นจิบน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวัน อาการท้องผูกเรื้อรังก็จะค่อยๆ ดีขึ้น ถือเป็นวิธีดูแลสุขภาพที่ทำได้ง่าย ปลอดภัย และไม่เสียเงินซื้อยาแพงๆ