มดลูกแตก (ภาษาอังกฤษ : Uterine Rupture) เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์หรือช่วงใกล้คลอด แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ก็มีความรุนแรงที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของทั้งแม่และทารกในครรภ์ หลายคนอาจไม่คุ้นเคยหรือไม่รู้จักภาวะนี้มาก่อน การทำความเข้าใจสาเหตุและอาการเตือนจึงเป็นเรื่องสำคัญ 

ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปรู้จักกับ "ภาวะมดลูกแตก" ในมุมที่เข้าใจง่าย ทั้งสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน เพื่อช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์รู้เท่าทันและดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม

รู้จัก "มดลูกแตก" คืออะไร

มดลูกแตก คือ ภาวะที่ผนังมดลูกเกิดการฉีกขาดหรือแยกออกจากกัน ส่งผลให้โครงสร้างของมดลูกไม่สมบูรณ์ ภาวะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงใกล้คลอดหรือระหว่างการคลอด โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เคยผ่าตัดมดลูกมาก่อน หรือมีภาวะที่ทำให้มดลูกต้องรับแรงมากกว่าปกติ

สาเหตุของภาวะมดลูกแตก เกิดจากอะไรได้บ้าง

มดลูกแตกถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วน หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจก่อให้เกิดการเสียเลือดอย่างรุนแรง และส่งผลอันตรายต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วสาเหตุของภาวะมดลูกแตก มีดังนี้

1. ความผิดปกติของมดลูกที่มีอยู่เดิม

ผู้หญิงบางคนอาจมีความผิดปกติของมดลูกตั้งแต่กำเนิดโดยไม่รู้ตัว เช่น มดลูกมีขนาดเล็กหรือรูปร่างผิดปกติ เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ มดลูกไม่สามารถขยายตัวได้ตามปกติ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการฉีกขาด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระยะต่างๆ ของการตั้งครรภ์ 

...

นอกจากนี้ ผู้ที่เคยผ่าตัดมดลูกมาก่อน เช่น ผ่าคลอด ผ่าตัดเนื้องอก อาจทำให้แผลเป็นบริเวณผนังมดลูกอาจยังไม่แข็งแรงเพียงพอ ทำให้เกิดการปริแตกได้ง่ายเมื่อตั้งครรภ์ซ้ำ

2. มดลูกขยายตัวมากเกินไป

ภาวะที่มดลูกต้องขยายตัวมากผิดปกติ อาจทำให้ผนังมดลูกตึงจนฉีกขาดได้ เช่น การตั้งครรภ์แฝด ทารกมีขนาดตัวใหญ่ หรือทารกอยู่ในท่าผิดปกติอย่างท่านอนขวาง ซึ่งล้วนเพิ่มแรงดันภายในมดลูก

3. การใช้ยากระตุ้นการบีบตัวของมดลูก

ยาที่ใช้กระตุ้นการคลอด หากได้รับในปริมาณที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้มดลูกบีบตัวแรงหรือถี่เกินไป ส่งผลให้ผนังมดลูกรับแรงมากเกินพอดี และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมดลูกแตกได้นั่นเอง

เช็กอาการภาวะมดลูกแตก เป็นยังไง

อาการมดลูกแตกอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และแตกต่างกันในแต่ละราย แต่มีสัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง หากมีอาการเหล่านี้ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ได้แก่

  • ปวดท้องรุนแรงผิดปกติ หรือปวดท้องตลอดเวลา
  • เลือดออกทางช่องคลอดมากกว่าปกติ
  • มดลูกหดรัดตัวผิดจังหวะ หรือหยุดหดรัดตัวกะทันหัน
  • รู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น
  • การเต้นหัวใจของทารกผิดปกติ

สรุปคำตอบ "มดลูกแตก" อันตรายไหม

มดลูกแตกเป็นภาวะที่อันตรายมาก เพราะอาจทำให้เกิดการเสียเลือดอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อชีวิตของคุณแม่ และทำให้ทารกขาดออกซิเจนได้ การรักษามักต้องผ่าตัดฉุกเฉิน และบางกรณีอาจจำเป็นต้องผ่าตัดมดลูกออกเพื่อหยุดการเสียเลือด อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบเร็วและได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด โอกาสในการรักษาให้ปลอดภัยจะสูงขึ้น

วิธีดูแลตัวเองระหว่างตั้งภรรค์ ลดความเสี่ยงภาวะมดลูกแตก

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์เรื่องวิธีคลอดที่เหมาะสม
  • ฝากครรภ์สม่ำเสมอ และแจ้งประวัติการผ่าตัดมดลูกให้แพทย์ทราบ
  • หากมีอาการผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์หรือใกล้คลอด อย่ารอช้า ควรพบแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตาม ภาวะมดลูกแตกในคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่เป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม การฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ หากมีอาการผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์หรือใกล้คลอด ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูก

...

อ้างอิงข้อมูล : โรงพยาบาลเปาโล, โรงพยาบาลพระรามเก้า

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

...