ก่อนหน้านี้ นุ่น รมิดา และ หลุยส์ สก๊อต ได้ส่งหมายเชิญสื่อมวลชน เพื่อร่วมฟังการแถลงข่าวเรื่องการสูญเสีย ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ห้องประชุมบัญชา ล่ําซํา อาคาร 2 ชั้น 6 หลายคนได้ส่งกำลังใจให้จำนวนมาก 

ล่าสุด ในเวลา 14.20 น. นุ่น รมิดา ได้มาพร้อม หลุยส์ สก๊อต ซึ่งสีหน้าของทั้งคู่ต่างเศร้า ด้าน หลุยส์ ตาบวมแดงอย่างเห็นได้ชัด 

นุ่น เผยว่า "ตามหมายที่เชิญเลยค่ะ เราสูญเสียเนอะ วันนี้ต้องขอโทษพี่ๆ ด้วยที่ไม่ได้ให้ถามอะไรเลย จริงๆ นุ่นก็วางแผนจะผ่าคลอดวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา นุ่นไม่ได้ฝากครรภ์ที่ รพ. สมิติเวช สุขุมวิท เพราะอย่างที่รู้เรามีคลินิกเป็นของตัวเอง เลยเลือกที่จะฝากครรภ์กับคลินิกตัวเอง โดยมีคุณหมอนัดเป็นผู้ดูแลตั้งแต่แรก"

นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

"ผมเป็นแพทย์ที่ดูแลนุ่นตั้งแต่ฝากครรภ์ ขอเล่าในข้อเท็จจริงตามมาตรฐานวิชาชีพ ตลอดเวลาที่ฝากครรภ์มา พี่นุ่นเป็นผู้หญิงเก่งหนึ่งคนที่มาฝากครรภ์ตามนัดสม่ำเสมอ และมาตลอด จะมากับพี่หลุยส์ สก๊อต ในทุกเดือน ในช่วงไตรมาสแรก ในช่วงฝากครรภ์ เราจะมุ่งเน้นดูเรื่องของชีพจร ความดัน และการประเมินสุขภาพของทารก ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติมาโดยตลอด

...

แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า พี่นุ่นเคยมีประวัติมีเนื้องอกในมดลูกมาก่อน และเคยผ่าตัดมาก่อนเมื่อ 5 ปีที่แล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยง พี่นุ่นกับพี่หลุยส์รับทราบข้อมูล และทีมแพทย์เฝ้าระวังและติดตามความเสี่ยงมาตลอด

จนเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 เข้าสู่ไตรมาสที่ใกล้คลอดแล้ว เราติดตามถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ โดยการประเมินน้ำหนัก ประเมินทารก และการบีบตัวของมดลูก 

ซึ่งการบีบรัดตัวของมดลูกในไตรมาสสุดท้าย จากการตรวจพบไม่มีความผิดปกติหรือหดรัดตัวใดๆ ในระหว่างนั้นและได้ประสานงานกับทางทีม รพ. สมิติเวช สุขุมวิท เพื่อวางแผนการเรื่องการคลอด และได้การตอบรับอย่างดี

จนกระทั่งในวันเกิดเหตุ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ในช่วงเวลานั้นเป็นระยะเวลาที่อายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด พี่นุ่นมีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด และปวดท้องรุนแรง จนวูบเกือบหมดสติ ได้รับการประสานงานจากพี่หลุยส์โทรมา ก็รีบวางแผนประสานงานกับทีม รพ. เพื่อให้มารับตัวโดยฉุกเฉิน ซึ่งตอนนั้นทางทีม รพ. เข้ามารับการรักษาในระยะวิกฤติ ได้ทันท่วงทีครับ"

ทางด้าน พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ก็ได้เผยอาการของนุ่นในช่วงวิกฤติ บอกว่า 

"ในวันที่ 10 ม.ค. ช่วงสายๆ คุณนุ่นมีอาการปวดท้อง จุกแน่นทั่วท้องและมีอาการวูบ ทาง รพ. ได้ให้หมอฉุกเฉินไปรับนุ่นที่บ้าน โดยคุณหมอที่ไปกับรถฉุกเฉิน โทรมาแจ้งว่าขณะนั้นนุ่นมีภาวะความดันโลหิตต่ำมาก ความดันโลหิตอยู่ที่ 80/40 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งต่ำมาก มีหัวใจเต้นเร็วมากๆ 140 ครั้งต่อนาที และหายใจเร็ว

และคุณหมอนัดเคยแจ้งไว้ว่า นุ่นเคยผ่าตัดเอาก้อนเนื้อที่มดลูกออก เมื่อรวมจากประวัติที่ได้รับมา ทางทีมได้สงสัยว่า คุณนุ่นน่าจะมีอาการภาวะมดลูกแตก ซึ่งทำให้เสียเลือดในช่องท้องมาก และเป็นสาเหตุที่ทำให้ความดันต่ำลง

เมื่อคุณนุ่นมาถึง รพ. ได้พาไปห้องผ่าตัดเลย และได้ทำอัลตร้าซาวด์เพื่อประเมินสัญญาณชีพของทารกในครรภ์ ตอนนั้นตรวจไม่พบสัญญาณชีพของทารกในครรภ์แล้ว แต่เราจำเป็นต้องตัดสินใจผ่าตัดเพื่อรักษาและเซฟชีวิตของคุณแม่ไว้ก่อน

ณ ตอนนั้นได้ทำการผ่าตัดคลอดทารกออกมา เราพบว่ามีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก เมื่อตรวจที่ตัวมดลูกดู พบว่ามีแผลขนาดใหญ่ เป็นแผลปริแตกบริเวณด้านหลังของมดลูก ซึ่งมีเลือดออกจากบริเวณนั้น อันนี้น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องจำนวนมาก และความดันโลหิตต่ำ

ทางทีมได้เย็บซ่อมมดลูกที่ฉีกขาด ใช้เวลาในห้องผ่าตัด 3 ชม. ก็สามารถหยุดเลือดที่ออกจากแผลได้ รวมทีมคุณหมอดมยาทั้งให้เลือดและสารน้ำปริมาณมาก เพื่อให้สัญญาณชีพคงที่ จนกระทั่งสัญญาณชีพพ้นระยะวิกฤติ

แต่เนื่องจากเสียเลือดในปริมาณมาก คุณนุ่นจึงจำเป็นต้องรักษาต่อในไอซียูอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เลือด และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนจากการให้เลือดในปริมาณมาก

หลังจากนั้นพบว่า นุ่นมีอาการน้ำท่วมปอด เนื่องจากได้รับเลือด และได้รับสารน้ำในปริมาณมาก จึงไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ คุณนุ่นนอนในไอซียู 4 วัน และรักษาต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูร่างกาย รักษาตัวใน รพ. 6 วัน จึงสามารถกลับบ้านได้"

...

ด้าน นุ่น เผยต่อว่า "เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้เกือบไม่ได้มีโอกาสมานั่งคุยตรงนี้แล้ว สาเหตุมาจากมดลูกแตก จากที่เคยผ่าตัดมาค่ะ วันนี้ขอบคุณทุกกำลังใจ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไม่ว่าจะข่าวเอย ทุกคนก็ส่ง DM และไลน์มา เราไม่รู้จะตอบแทนทุกคนยังไง ขอโทษที่ไม่สามารถตอบกลับได้ แต่เห็นทุกอย่าง

นุ่นไม่อยากให้ทุกคนเศร้ากับข่าวนี้ เพราะที่ผ่านมามันเศร้ากันไปพอแล้ว ที่แถลงข่าว จริงๆ อยากให้ทุกคนทราบความจริงที่มันเกิดจากเรา มันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเรา และมันไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับคนที่ตั้งครรภ์ในไตรมาส 3 ทุกคน 

มันแค่แจ็กพอตที่เรา นี่ก็เป็นสัญญาณเตือนและอยากให้ทุกคนที่เคยผ่าตัดมดลูกมาแบบนุ่น จะได้ระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่มันอาจจะไม่ได้เกิดกับทุกคน 

สุดท้ายหลายคนอาจจะอยากถามว่า อนาคตนุ่นหลุยส์จะเป็นยังไงต่อ อยากให้ทุกคนโฟกัสจากสุขภาพนุ่นมากกว่า จากที่เสียเลือดไปเยอะ นุ่นก็ต้องฟื้นฟูร่างกาย 

ถ้าจะถามว่า นุ่นอยากมีลูกอีกไหม มันยังมีความหวังอยู่ ไม่ใช่ว่าวันนี้จะไม่มีแล้ว นุ่นแค่เลือกว่าจะมีหรือโฟกัสที่ชีวิตคู่ดีกว่า แต่ตอนนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ รู้แค่ว่าคนที่อยู่และวันนั้นรักและเป็นห่วงนุ่นที่สุด น่าจะเป็นหลุยส์ เพราะเขาต้องผ่านการรับรู้ข้อมูล ที่ไม่รู้ว่าจะไปคู่หรือมันจะเป็นยังไง 

...

เพราะฉะนั้นให้เวลาเรา ให้กำลังใจเราผ่านจุดนี้ไปให้ได้ และนุ่นคิดว่าจุดนี้มันไม่นานหรอกค่ะ คือนุ่นเคยสูญเสียมาเยอะ นุ่นว่าชีวิตเราจะไปต่อได้ เราจะกลับมามีรอยยิ้มและความสุขอีกครั้งแน่นอนค่ะ"

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม



...