"การกิน" คือ การนำอาหารเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีพลัง ก่อนจะไปทำงานหรือไปใช้ชีวิตประจำวันต่อไป แต่ทั้งนี้หลายคนอาจมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ "พฤติกรรมการกิน" ว่าเรากินปกติหรือกินน้อยแล้ว แต่ทำไมยังอ้วนและมีปัญหาสุขภาพตามมาอยู่ นั่นอาจเป็นเพราะพฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเรากินอย่างถูกต้องแล้ว ปัญหาโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน พฤติกรรมการกิน คือสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคได้ Lady MIRROR จึงอยากชวนสาวๆ มาเช็กลิสต์ "พฤติกรรมการกิน" ว่าการกินแบบไหนถึงจะถูกต้องและไม่ทำให้อ้วนด้วย

5 พฤติกรรม "การกิน" เพื่อสุขภาพ กินแบบไหนที่จะไม่ทำให้อ้วน

1. กินคาร์โบไฮเดรต สาเหตุที่ทำให้อ้วน

สาวๆ จำไว้เลยนะคะ เมื่อไหร่ที่คุณหิวจัดๆ อาหารที่เลือกรับประทานจะมีผลต่อ "ความอ้วน" อย่างมาก หากต้องเลือกระหว่างสเต๊กหมูกับราดหน้าหมู แล้วคุณเลือกที่จะทานราดหน้าหมู ให้รู้ไว้ว่านั่นแหละ...คือสาเหตุของความอ้วน เพราะ "คาร์โบไฮเดรต" ที่มาพร้อมกับสารให้ความหวานและแป้ง คือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงอ้วน แต่ถ้าคุณเลือกกินสเต๊ก ก็จะได้รับโปรตีนแทน และถ้าลดน้ำหวาน น้ำอัดลม และอาหารจำพวกแป้งลงได้ ความอ้วนก็จะลดลงตามด้วย

...

2. กินน้อย แต่บ่อย ถึงจะไม่อ้วน

งงมากแม่! เพื่อนร่วมงานที่นั่งโต๊ะข้างๆ กินจุ๊บกินจิ๊บทั้งวันแต่ทำไมไม่อ้วน? จะบอกแบบนี้ว่า พฤติกรรมการกินน้อย แต่กินบ่อย คือ "พฤติกรรมการกิน" ที่จะไม่ทำให้คุณอ้วน เพราะหากเปรียบเทียบปริมาณอาหารที่เท่ากัน การกินให้หมดในคราวเดียวกัน จะทำให้ "อ้วน" มากกว่าการกินทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ทั้งนี้คนส่วนใหญ่เข้าใจมาตลอดชีวิตว่า การกินอาหาร 3 มื้อใน 1 วัน เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ แต่ความเป็นจริงแล้ว เราสามารถแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 5-6 มื้อ เพราะกระบวนการย่อยและดูดซึมอาหารในแต่ละครั้ง จะใช้เวลาราว 3-4 ชั่วโมง การเติมอาหารเข้าไปในช่วงเวลานี้ จะช่วยกระตุ้นระบบเมแทบอลิซึมทำงานได้เต็มที่ และไม่เหลือตกค้างจนกลายเป็น "ไขมันสะสม" สิ่งที่ MIRROR อยากแนะนำ คือ ผลไม้รสไม่หวาน ถั่วเปลือกแข็ง หรือธัญพืชในโยเกิร์ต จะเป็นการกินที่ดีที่สุดจ้า

3. กิน "ผลไม้" ทำให้ "อ้วน"

คิดผิดคิดใหม่นะ "ผลไม้" ก็ทำให้สาวๆ อ้วนได้ เมื่อไหร่ที่ต้องการลดน้ำหนัก อาหาร 2 อย่างที่สาวๆ เลือกรับประทานคือ "ผัก" และ "ผลไม้" ใครที่ชอบทานผักก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่ชอบผักแล้วเลือกทานผลไม้แทนมื้ออาหารหลัก จุดนี้ต้องระวังกันสักนิดนึง เพราะผลไม้อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้จ้า แม้ว่าในผลไม้จะมีแร่ธาตุและวิตามินมากมาย แต่ความหอมหวานของผลไม้นั้น ที่เป็นแหล่งสะสมคาร์โบไฮเดรตชั้นดี โดยคำยืนยันทางโภชนาการระบุว่า น้ำตาลที่อยู่ในผลไม้นี่แหละ...ทำให้อ้วนง่าย เพราะน้ำตาลจะถูกเก็บไว้ ทำให้การกินผลไม้แทนมื้อหลักเพื่อลดน้ำหนัก ไม่ได้ผล แถมยังทำให้อ้วนอีกด้วย

4. กินน้ำตาลหรือขนมหวานตอนหมดแรง ยิ่งแย่ลงจนกลายเป็นผลเสีย

น้ำตาลตก...คำที่เราได้ยินสาวออฟฟิศพูดอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ทำงานหนักและใช้สมองมากเกินไป จนรู้สึกเมื่อยล้าและอ่อนล้า เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้บริโภคน้ำตาลหรือขนมหวานเข้าไป เมื่อนั้นจะกลับมามีพลังและกระชุ่มกระชวยในชั่วขณะ รู้หรือไม่...ถ้าระดับน้ำตาลพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เวลาที่ระดับน้ำตาลตก ก็จะตกราวกับดิ่งลงเหว ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด คลื่นไส้ และง่วงซึมอีกครั้ง การกินน้ำตาลหรือของหวานเพื่อสลัดความเหนื่อยล้า จะกลายเป็นว่า...ยิ่งเพลียหนักเข้าไปใหญ่ จากนั้นเราก็ไปหาอะไรหวานๆ มากินเข้าไปอีก "พฤติกรรมการกิน" ก็วนๆ อยู่แบบนี้ แล้วสาวๆ จะผอมได้อย่างไร ถ้าเป็นแบบนี้อยู่อีกสัก 3-4 ปี มีหวังน้ำหนักทะยานขึ้น แถมยังได้โรคเบาหวานพ่วงมาอีกด้วย

5. กินอาหารที่ก่อมะเร็ง

"มะเร็ง" โรคร้ายที่ไม่ค่อยจะแสดงอาการให้เห็นทันที แต่จะเกิดจากปัจจัย 3 ประการคือ 1. กรรมพันธุ์ 2. สิ่งแวดล้อม และ 3. พฤติกรรมการใช้ชีวิตและ "การกิน" ของเรานี่แหละ โดยเฉพาะกับอาหารเนื้อสัตว์แปรรูป อย่าง ไส้กรอก แฮม และเบคอน เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารก่อมะเร็ง บางคนอาจคิดว่า กินมาเป็นปีๆ แต่ก็ยังแข็งแรงดีอยู่ เพราะสารเคมีที่อยู่ในอาหารจะค่อยๆ สะสมทีละน้อย จนทำให้เกิดภาวะอักเสบในร่างกาย ในที่สุดปริมาณสารเคมีที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลให้คุ้มภูมิกันอ่อนแอลง จนเกิดภาวะอักเสบและแสดงอาการป่วยออกมา ถึงตอนนั้นเราก็เป็นโรคร้ายแล้ว ดังนั้น "พฤติกรรมการกิน" แบบนี้ สาวๆ ควรลด ละ เลิก จะเป็นการที่ดีที่สุดนะคะ

...

เป็นอย่างไรบ้าง... 5 "พฤติกรรมการกิน" ที่ทำให้สาวๆ อ้วนในแบบที่ไม่รู้ตัว เราควรเปลี่ยนตัวเองนะคะ เพราะหากเรายังไม่สนใจที่จะดูแลตัวเอง สักวันเราอาจต้องจบที่โรงพยาบาล นี่คือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ "สุขภาพ" ที่เรานำมาฝาก หากสนใจอ่านบทความเพิ่มเติม อ่านได้ ที่นี่ นะคะ.

อาหารดีๆ เอาใจสายเฮลทีมากมาย ที่ ส่วนลด Tops เลือกซื้ออาหารสุขภาพจากแบรนด์ชั้นนำได้ที่นี่