ไลฟ์สไตล์
100 year

“ขมิ้นชัน” ของขวัญจากธรรมชาติเพื่อผู้หญิง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์28 พ.ย. 2563 05:01 น.
SHARE

ถ้าเอ่ยถึงขุมทรัพย์ในดินแห่งเอเชียที่มีคุณประโยชน์อเนกอนันต์ จะต้องนึกถึง “ขมิ้นชัน” มีงานวิจัยมากมายจากทั่วโลกค้นพบว่า “สารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชัน” มีคุณประโยชน์สารพัด ตั้งแต่บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ, ลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร, ลดระดับน้ำตาลในเลือด, ช่วยต้านการอักเสบ, บรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม, ลดความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง, ปกป้องตับจากสารพิษ, ต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา, กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ตลอดจนป้องกันอัลไซเมอร์ และยับยั้งเซลล์มะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง เรียกได้ว่า “ขมิ้นชัน” คือของขวัญจากธรรมชาติสำหรับผู้หญิง

ผลจากงานวิจัยคุณสมบัติ “ขมิ้นชัน” กับ “การลดขนาดเนื้องอกในมดลูก” ซึ่งศึกษาในกลุ่มคนไข้เนื้องอกในมดลูก ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 35 คน โดยให้ทานขมิ้นชัน 1,200 มก.ต่อวัน เป็นเวลา 6 เดือน พร้อมวัดขนาดเนื้องอกด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ก่อนทดสอบ และวัดซ้ำที่ระยะเวลา 3 และ 6 เดือน พบว่า การได้รับขมิ้นชันช่วยลดขนาดเนื้องอกมดลูกได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่พบผลข้างเคียง

ขณะที่งานวิจัยคุณสมบัติ “ขมิ้นชัน” กับ “การยับยั้งเซลล์มะเร็งรังไข่” ซึ่งศึกษาในหลอดทดลอง พบว่า “สารเคอร์คูมิน” ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็งรังไข่ได้ เช่นเดียวกับการศึกษาใน “เซลล์เยื่อบุ ปากมดลูก” โดยให้สารเคอร์คูมินเข้มข้น 100 ไมโครโมล ในช่วงเวลา 15 นาที ถึง 24 ชั่วโมง พบว่า “สารเคอร์คูมิน” ช่วยลดการลุกลามของเซลล์มะเร็งปากมดลูกระยะแพร่กระจาย และลดการกลายพันธุ์เซลล์เยื่อบุปากมดลูกที่ผิดปกติได้ สำหรับ “ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม” มีวิจัยพบว่า “สารเคอร์คูมิน” ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกเต้านมในหลอดทดลอง โดยไปยับยั้ง เซลล์ผิดปกติ ก่อนเข้าสู่ระยะสังเคราะห์ดีเอ็นเอ และกลายเป็นมะเร็ง จึงสรุปได้ว่า “เคอร์คูมิน” มีฤทธิ์เป็นสารต้านมะเร็งเต้านม

การจะใช้ “ขมิ้นชัน” ในการรักษาโรคและแก้อาการเจ็บปวดต่างๆต้องระวังให้ดี เพราะสารสกัดขมิ้นชันทั่วไปมีข้อจำกัดเรื่องการดูดซึม ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เต็มที่ เนื่องจากมีคุณสมบัติไม่คงตัว, ไม่ละลายในทางเดินอาหาร และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ยาก อย่างไรก็ดี ด้วยวิทยาการรุดหน้าไปไกล ทำให้ค้นพบนวัตกรรมใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของ “ขมิ้นชัน” โดยหนึ่งในนั้นคือ การคิดค้นเทคโนโลยี PNS (Polar and Non-Polar Sandwiching) จัดเรียงโมเลกุลใหม่ให้เคอร์คูมินอยู่ตรงกลาง แล้วถูกประกบด้วยส่วนที่มีขั้วและไม่มีขั้ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายแซนด์วิช ส่งผลให้ “สารสกัดขมิ้นชัน” ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี PNS มีความคงตัวไม่สลายตัวง่าย สามารถละลายในทางเดินอาหารได้ดี และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น

มีการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซึม เมื่อทานในปริมาณที่เท่ากัน พบว่า สารสกัดขมิ้นชันที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี PNS ดูดซึมได้ดีกว่าสารสกัดขมิ้นชันทั่วไป 10 เท่า และดูดซึมได้ดีกว่าขมิ้นชันที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีไฟโตโซม 2.4 เท่า

ขณะที่เมื่อเทียบกับน้ำมันขมิ้นชันสกัด ซึ่งนิยมในท้องตลาด การผลิตด้วยเทคโนโลยี PNS สามารถดูดซึมได้ดีกว่า 3.6 เท่า ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมด้วย “Piperine” สารสกัดพริกไทยดำ ส่งผลให้การทำงานของสารสกัดขมิ้นชันออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพขึ้นในฐานะผู้นำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม “กิฟฟารีน” เล็งเห็นคุณประโยชน์ของขมิ้นชัน จึงนำนวัตกรรมการดูดซึม PNS และสารสกัดพริกไทยดำ มาเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารสำคัญเข้าสู่ร่างกาย สอบถามคุณ– ประโยชน์ของขมิ้นชันเพิ่มเติมได้ที่ www.giffarine.com  หรือ Facebook : GiffarineOfficial และ Line : @GiffarineThailand หรือ โทร. กิฟฟารีน 1101.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขมิ้นชันเซลล์มะเร็งมะเร็งรังไข่สารเคอร์คูมินเนื้องอกในมดลูกสารสกัดขมิ้นชันกิฟฟารีนสุขภาพกาย/ใจ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 15:23 น.