รัฐปลดล็อกให้เที่ยวข้ามจังหวัดได้ “คุณชาย 1” เข้าสู่โหมด “ไทยเที่ยวไทย” ระยะใกล้ๆ ตามเทรนด์เที่ยวชุมชนที่ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี...ตำนานป่าดงพญาไฟนับล้านไร่ป่านี้ลี้ลับ...ใครหลงเข้าไปยากจะรอดชีวิตกลับออกมา เพราะชุกชุมด้วยไข้ป่า แต่ต่อมากลายเป็นดงพญาเย็นที่สูญสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม สู่ทุ่งโล่งให้ผู้คนจับจองทำเกษตรกรรม ปัจจุบันชุมชนนี้...คือสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มนักปั่นจักรยาน...ครอบครัว...รักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยมีที่ให้เที่ยวรายรอบ เช่น น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ไร่เบญจมาสบิ๊กเต้ อีกทั้งลำพญากลางก็เหมาะสำหรับการสัมผัสวิถีชุมชน ผู้ขุนเลี้ยงโคนมเพื่อรีดเอาน้ำนมส่งโรงงานมวกเหล็ก หรือถ้ารักเที่ยวเชิงศาสนาก็มีสำนักสงฆ์ถ้ำดาว–เขาแก้วให้ปฏิบัติธรรม ขอบอก...ถิ่นนี้สามารถเชื่อมต่อมหานครปากช่องราว 30 กิโลเมตรให้ไปกินข้าวโพดหวานที่นั่นได้อีกด้วย ...เฮๆฮาๆตามประสาคนเที่ยวๆกินๆครับผม หมูย่างจิ้มแจ่วมีโอกาสแวะไปเยือน “มีลา การ์เด้น รีทรีท คอทเทจ” รีสอร์ตขนาด 20 ห้อง บรรยากาศเก๋ไก๋กลางชุมชนลำพญากลาง มีเนินเขากับแนวป่าและสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลาง ฟินเว่อร์ไปกับเรือนอาคาร “โรสแมรี่ เรสทัวรองท์” ที่ “โต้ง” ดาราชัย ศิลปรัตน์ นักธุรกิจสตาร์ตอัพ คิดจากประสบการณ์เมื่ออยู่ออสเตรเลีย...ก่อนมาทำธุรกิจเดินเรือทะเลนานาชาติ รังสรรค์ปั้นแต่งให้เป็นภัตตาคารกลางชุมชน เพื่อบริการคนมาพัก...มาเที่ยวเน้น...“อาหารไทย” โดยเฉพาะในยามที่ต้อง Social Distancing ก็เว้นระยะห่างได้ลงตัวสอดรับกับวิถี New Normal...ส่วนอาหารจานแรกที่ได้ลองชิม เป็น “ขนมปังโฮมเมด” ทำเองสดใหม่จากครัว ฝีมือเชฟดีกรีเลอ กอร์ดอง เบลอ อคาเดมี พ่วงท้ายด้วยประสบการณ์การทำงานจากประเทศฝรั่งเศส “น้าเกียว” ตำนานความอร่อย @: MelaGardenขนมปังที่ว่านี้เสิร์ฟพร้อมชีส ผลิตจากฟาร์มโคนมเพื่อนบ้านลำพญากลาง สัมผัสแรกคุณชายขอบอกเลยว่า เนื้อนั้นแน่นแสนสุดที่จะเนียนนุ่ม ละลายตั้งแต่อยู่ในปาก ส่วนรสชีสนั้นสะท้อนความรู้สึกความสดแบบว่าออกมาจากนมจากเต้า ให้พลังความหอมปลอดกลิ่นคาว ตลอดจนกลิ่นไม่พึงปรารถนา “เมนูเซตนี้...” โต้งยืนยัน “ลูกค้าส่วนใหญ่ โดยเฉพาะต่างชาติมักเลือกซื้อกลับไป เพราะติดใจในคุณค่าขนมปังและชีส”ทีมงานเที่ยวๆกินๆของคุณชายมองตากันก็ตั้งใจจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน แล้วก็หันไปหยิบเมนูอาหารขึ้นมาดู ...โอ้โห เยอะมาก เยอะจนไม่รู้จะสั่งอันไหนก่อนดี...ขอเป็นไฮไลต์เน้นๆ ดีกว่า สลัดผักออร์แกนิกปลูกเอง ดูน่ากิน ต่อด้วย “หมูย่างจิ้มแจ่ว” ดูแซ่บๆนัวๆ พอได้ชิมก็ต้องร้องฮือๆอร่อยจริงเพราะเขาใช้สันคอหมูปนเนื้อแดง เนื้อนุ่มไม่เหนียวเพราะมีมันผสมออกมาด้วยเล็กน้อย รสชาติหวานอมเค็มนิดๆด้วยกลิ่นซอส ซึ่งหมักปรุงรสมาก่อน บวกหอมกลิ่นควันจากเตาถ่าน ส่วนน้ำจิ้มแจ่วที่ปรุงจากน้ำมะขามเปียก ผสมข้าวเจ้าคั่วป่น เติมน้ำปลา มะนาวนิด โรยหน้าด้วยผักชี...โอ้ย สุดแซ่บนัก กะเพราเนื้อน่องลายถัดมา “กะเพราเนื้อน่องลาย” อร่อยเด็ดด้วยเนื้อน่องลายที่ผ่านการตุ๋นด้วยเครื่องเทศนาน 2 ชั่วโมงเต็ม นอกจากไม่เหนียวแล้วยังได้กลิ่นเครื่องเทศผสมกรุ่นๆ รสชาติดุดันด้วยพริกขี้หนูสวนจากสุราษฎร์ธานีเคล็ดลับความอร่อยทั้งหมดนี้มาจากฝีมือ “น้าเกียว” หรือ จันทิมา เผือกสุวรรณ วัย 67 ปี ที่ทำร้านอาหาร “ป้าเขียว” อยู่สุราษฎร์ มากว่า 40 ปี และรับดีไซน์อาหารให้มีลา การ์เด้นฯในฐานะญาติ ที่ต้องเดินทางไปๆมาๆระหว่างสองภูมิภาคนี้ แน่นอนรู้อย่างนี้แล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะสั่ง “สะตอผัดกุ้งกะปิ” สะตอผัดกุ้งกะปิแม้ว่าทุกวันนี้จะหากินได้ง่าย แต่น้อยนักที่จะเป็นสูตรน้าเกียว ที่คัดสะตอสั่งตรงมาจากสุราษฎร์ฯ ด้วยมีทีเด็ดที่เม็ดใหญ่กรอบอร่อย...และเมื่อบวกกับความไม่ธรรมดาซึ่งอยู่ที่การใส่น้ำกระเทียมดองเติมรสให้หอมหวาน และให้ดีต้องแกะกลีบหรือหั่นเป็นแว่นๆใส่พร้อมพริกขี้หนูซอยไปด้วยแล้วล่ะก็แต่เดี๋ยวก่อนๆ ยิ่งกว่านั้น...กะปิที่ใช้น้าเกียวก็ยังจะหิ้วมาจากบ้านหาดก่ำ อ.ดอนสัก ด้วยนะครับ จัดแจงห่อใบตองแล้วเผาก่อนนำมาผัด ถึงช่วยให้เพิ่มรสละมุน...ลดเค็ม ตกแต่งหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าให้ดูน่ากิน ได้...กินคู่กับข้าวหอมมะลิร้อนๆจากทุ่งกุลาฯ จังหวัดร้อยเอ็ด แล้วล่ะคุณเอ๊ยยยย...ช่างไปกันได้ดีเหลือเกินยังๆไม่จบเพียงแค่นี้ อาหารซิกเนเจอร์ต้องห้าม...พลาดอีกอย่างก็คือ... “แกง (เหลือง) ส้มปลากะพงต้นคูน” หากได้ลองยกน้ำแกงซด โอ้ย! ต๊าย ตาย เผ็ดร้อนขนาดน้าเกียวต้องออกปากเตือน... “แกงเหลืองส่วนใหญ่ปรุงให้ซดน้ำได้ แต่ถ้าสูตรใต้ครบเครื่อง คนธาตุไม่แข็งอย่าได้ฝืน” แกง (เหลือง) ส้มปลากะพงต้นคูน และ น้ำพริกกุ้งสดเพราะตำรับพื้นบ้านจะตำเครื่องแกงผสมพริกสดและแห้ง มีกระเทียม ส่วนหอมใส่เพียงเล็กน้อยไม่ให้กลบกลิ่นแกง กะปิต้องเผาเอากลิ่น ขณะแกง...ปรุงด้วยน้ำมะขามเปียกแต่งรสให้เปรี้ยวนำ เมื่อใส่ชิ้นปลาให้บีบมะนาวอีกครึ่งซีก เพื่อเรียกความหอมมะนาวยอมรับอย่างเผ็ดร้อน มื้อนี้ทุกๆคนกินอย่างมีความสุข โดยมีเนื้อปลากะพงกับก้านคูน พืชน้ำตระกูลบอนและโชนรวมอยู่ในน้ำแกงเป็นวัตถุดิบหลัก สุขจนลืมความเผ็ดและเหงื่อที่กำลังร่วงท่วมร่างไม่รู้ตัวแต่...จะเผ็ดแค่ไหนก็ยังไม่อาจปฏิเสธ “น้ำพริกกุ้งสด” ที่เสิร์ฟมาแถมท้าย อร่อยเด็ดด้วยกะปิเผาบ้านหาดก่ำแนมด้วยผักเครื่องเคียง กินกับข้าวสวยพร้อมผัดสะตอบ้าง สลับแกงเหลืองบ้าง...อารมณ์เป่าปากซี้ดๆซ้าดๆก็กระจายไปทั่วโต๊ะอาหาร จนน้าเกียวอดที่จะสัพยอกบอกแซวไม่ได้ “กินอาหารใต้ถ้าไม่เผ็ดนำ...จำไว้ นั่นไม่ใช่ของแท้”อยากลอง อยากอร่อย โทร.สอบถามกันได้ที่ 0-3629-8115, 09-0428-0176 อีเมล : reservation@melagarden.com FB : MelaGarden...รับรองได้ซี้ดซ้าดแน่นอน.คุณชาย 1