เมนูขึ้นสำรับวันนี้ ดูไปคล้ายๆหมูต้มเค็ม แต่ตามต้นตำรับเรียกว่า “หมูตงพัว” อาหารขึ้นชื่อของเมืองหางโจว เมืองหลวงของมณฑลเจ้อเจียง และเป็นเมืองเก่าแก่ 1 ใน 6 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน อยู่ในเขตภาคตะวันออก ที่ได้รับการพัฒนาอย่างสูงสุดแล้ว มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และมีวัฒนธรรมที่ยาวนานหมูตงพัวเป็นสุดยอดหมูตุ๋นระดับผู้ว่าฯ เพราะเป็นสูตรเฉพาะของท่านซูตงพัว ผู้ว่าราชการเมืองหางโจว ในสมัยราชวงศ์ซ้องเหนือ โดยมีประวัติเล่าต่อๆกันมาว่า เมื่อครั้งสร้างเขื่อนเพื่อป้องกัน น้ำท่วมทะเลสาบซีหู ซึ่งก็คือเขื่อนซู ที่รู้จักกันดีของชาวจีน เขื่อนซูไม่เพียงแต่ได้เพิ่มพูนทิวทัศน์ที่สวยงามให้กับเมืองหางโจว แต่ยังช่วยป้องกันอุทกภัยให้กับเมืองหางโจว ทำให้ชาวบ้านเก็บเกี่ยวพืชผลทาง การเกษตรได้เป็นอย่างดี ชาวบ้านจึงแสดง ความขอบคุณด้วยการ นำเนื้อหมูและเหล้าขาวมามอบ ให้ “ท่านซูตงพัว” เป็นจำนวนมาก ท่านซูตงพัวก็เลยนำเนื้อหมูไปหมัก กับเหล้าจีนแล้วมาปรุงเป็นอาหารเพื่อแจกจ่ายแก่คนที่มาช่วยกันทำเขื่อน ทำให้เมนูนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และร้านอาหารในเมืองหางโจวต่างนำขึ้นกระดาน เป็นเมนูเด็ดของร้านมาจนถึงทุกวันนี้ โดย อาจารย์ตวง-ตวงทอง ลาภเจริญทรัพย์ ภรรยาสาวสวยวัยเอ๊าะของท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัย รามคำแหง “ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์” นำมาปรุงรับประทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารพื้นบ้านของไทยอย่าง “ข้าวคลุกกะปิ” แทนหมูหวานได้อร่อยล้ำไม่แพ้กันเลย แถมยังได้ฟีลลิ่งความนุ่มของเนื้อหมูสามชั้นอีกด้วย เครื่องปรุง : หมูสามชั้น (ส่วนท้องหมู) 1 กก./เหล้าจีน 1 ถ้วยเล็ก/ซีอิ๊วดำ (เค็ม) 5 ชต./ซีอิ๊วดำ (หวาน) 5 ชต./ซีอิ๊วขาว 3 ชต./ น้ำตาลโตนด (หวานตามความชอบ)/ข้าวกล้องแดง (บดละเอียด) 1 ถ้วยเล็ก/ขิงสด 5 แง่ง ฝานบาง/หัวหอมแดง 10 หัว/หัวหอมใหญ่ 2 หัว/ต้นหอม 10 ต้น/น้ำต้มกระดูกหมู (น้ำซุป)/รากผักชี 15 ราก/อบเชย 2 แท่ง/โป๊ยกั๊ก 5 ดอก/แป้งมัน....... วิธีทำ 1) นำหมูที่เตรียมไว้ต้มกับน้ำเปล่าประมาณ 1 ชม.นำขึ้นพักไว้ และอย่าทิ้งน้ำที่ต้ม2) ระหว่างรอ ให้นำขิง หัวหอมแดง หัวหอมใหญ่ ต้มหอม รากผักชี ทอดให้หอม แล้วตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน3) นำหมูสามชั้นที่ต้มไว้ใส่หม้อ โดยให้ส่วนหนังหมูติดก้นหม้อ แล้วเติมน้ำซุป (น้ำต้มกระดูกหมู) ลงไปจนท่วมหมู สามชั้น พร้อมกับเครื่องปรุงที่ทอดไว้4) เติมเหล้าจีนข้าวกล้องบด น้ำตาลโตนด ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ (เค็ม) ซีอิ๊วดำ (หวาน) โป๊ยกั๊ก อบเชย แล้วปิดฝาหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ต่อไปอีก 2 ชม. โดยคอยดูอย่าให้น้ำแห้ง จะทำให้หนังหมูไหม้ติดก้นหม้อ และมีกลิ่นเหม็นไหม้ รับประทานส่วนหนังไม่ได้ เมื่อได้ที่แล้วค่อยตักหมูสามชั้นขึ้น แล้วหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำ5) นำแป้งมันละลายกับน้ำที่ต้มหมูสามชั้น ตั้งไฟเคี่ยวให้ออกเหนียวตามต้องการ แล้วนำไปราดหมูสามชั้นที่หั่นไว้ พร้อมเสิร์ฟได้เลย โดยอาจจะรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือรับประทานเป็นเครื่องเคียงกับข้าวคลุกกะปิ แทนหมูหวาน ตามสูตรของอาจารย์ตวง ก็อร่อยไม่น้อยหน้ากันเคล็ดลับที่ทำให้เนื้อหมูเป็นสีแดง มาจากข้าวกล้องแดง ซึ่งอาจารย์ตวงคิดขึ้นเอง เพื่อให้เนื้อหมูสามชั้นมีสีสันน่ารับประทาน และน้ำซุปก็ข้นขึ้นด้วย.