“ทุเรียน” ผลไม้ที่ได้ฉายาว่าเป็นราชาแห่งความอร่อย ด้วยรสชาติหวานมันและกลิ่นเฉพาะตัวที่ยากจะเลียนแบบ ทำให้หลายคนหลงรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น แต่ในความฟินนั้นก็มาพร้อมคำถามสำคัญเรื่องแคลอรี่ที่ชวนให้ลังเลทุกครั้งก่อนหยิบชิ้นต่อไป ลองมาดูกันว่าความอร่อยของทุเรียนต้องแลกกับอะไรบ้าง และมีวิธีกินอย่างไรให้ยังอิ่มเอมได้โดยไม่รู้สึกผิดเกินไป
ทุเรียน 1 พู (เม็ด) มีปริมาณแคลอรี่เท่าไหร่
โดยปกติแล้ว ทุเรียน 100 กรัม (เฉพาะเนื้อ) จะให้พลังงานประมาณ 150 - 160 แคลอรี่ ซึ่งถ้าเราตีเป็น "พู" หรือ "เม็ด" ขนาดกลางๆ จะสรุปได้ดังนี้
ขนาดของทุเรียน | พลังงานโดยประมาณ | เทียบเท่ากับ |
1 เม็ดเล็ก (ประมาณ 40 กรัม) | 60 - 65 kcal | ข้าวสวย 0.8 ทัพพี |
1 เม็ดกลาง (ประมาณ 60 กรัม) | 90 - 100 kcal | ข้าวสวย 1.2 ทัพพี |
1 เม็ดใหญ่ (ประมาณ 80 กรัม) | 130 - 150 kcal | ข้าวสวยเกือบ 2 ทัพพี |
...
สรุป : ถ้ากินทุเรียนไป 2 เม็ดใหญ่ จะได้พลังงานเทียบเท่ากับการกินข้าวสวยเต็มจาน 3 ทัพพีเลยทีเดียว
รวม 5 เคล็ดลับกินทุเรียนให้อร่อย แต่หุ่นไม่พัง
จำกัดปริมาณ "วันละไม่เกิน 2 เม็ด" : พยายามตัดใจให้ได้ที่ 1-2 เม็ดต่อวัน และไม่ควรกินทุกวัน เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงจนเกินไป
กินแทน "มื้อแป้ง": ถ้ามื้อนั้นจัดทุเรียนไปแล้ว มื้ออาหารหลักควรลดข้าว แป้ง หรือน้ำตาลลง เพื่อบาลานซ์พลังงานรวมในวันนั้น
กินช่วงเช้าหรือกลางวัน : หลีกเลี่ยงการกินทุเรียนมื้อค่ำหรือก่อนนอน เพราะร่างกายจะเผาผลาญไม่ทัน และน้ำตาลจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมได้ง่ายกว่า
จับคู่กับ "มังคุด" (ราชินีแห่งผลไม้) : ตามตำราสมุนไพร ทุเรียนมีฤทธิ์ร้อน ส่วนมังคุดมีฤทธิ์เย็น การกินคู่กันจะช่วยลดอาการ "ร้อนใน" และในมังคุดยังมีกากใยสูง ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้บ้าง
ดื่มน้ำเปล่าตามเยอะๆ : ช่วยระบายความร้อนและขับสารซัลเฟอร์ (กำมะถัน) ออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
ข้อควรระวังในการกินทุเรียน ห้ามกินคู่กับอะไร
ห้ามกินคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงมาก เสี่ยงต่อการขาดน้ำ และสารในทุเรียนจะไปขัดขวางการสลายแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดอาการหน้าแดง ตัวสั่น หรืออันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
ห้ามกินคู่กับน้ำอัดลม : เนื่องจากน้ำอัดลมมีน้ำตาลสูง เมื่อดื่มร่วมกับทุเรียนซึ่งให้พลังงานมากอยู่แล้ว อาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลและแคลอรีเกินความจำเป็น เสี่ยงต่ออาการไม่สบายตัวหรือภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่ง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือโรคหัวใจ จึงควรเลือกดื่มน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่ไม่หวานแทน เพื่อให้กินทุเรียนได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
การกินทุเรียนให้อร่อยแบบไม่ต้องรู้สึกกังวล ควรเริ่มจากการเลือกทานในปริมาณที่เหมาะสม และใส่ใจการจัดสมดุลพลังงานในแต่ละวันให้ดี เพราะพื้นฐานของสุขภาพที่แข็งแรงมาจากวินัยในการกิน ควบคู่กับการขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เมื่อดูแลตัวเองได้ดี ก็สามารถดื่มด่ำความอร่อยของทุเรียนในมื้อต่อๆ ไปได้อย่างสบายใจ
...