“โยเกิร์ต” (ภาษาอังกฤษ : Yogurt หรือ Yoghurt) เป็นหนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพที่หลายคนนิยมรับประทานเป็นมื้ออาหารเช้า ของว่าง หรือ เมนูเบาๆ ก่อนนอน นอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะจุลินทรีย์ที่ช่วยดูแลระบบลำไส้
แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า การกินโยเกิร์ตในแต่ละช่วงเวลา สามารถให้ประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกัน หากเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากโยเกิร์ตได้มากยิ่งขึ้น ไทยรัฐออนไลน์สรุปสาระที่น่าสนใจมาฝากกันแล้ว
ทำความรู้จัก “โยเกิร์ต” คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง
โยเกิร์ต คือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ผ่านกระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ จึงทำให้มีสารอาหารสำคัญหลายชนิด ทั้งโปรตีน วิตามินบี วิตามินดี และแคลเซียม โดยปริมาณโปรตีนในโยเกิร์ตยังสูงกว่านมทั่วไปอีกด้วย ทำให้นิยมนำไปรับประทานร่วมกับธัญพืชและผลไม้
นอกจากนี้ยังมี โพรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพระบบทางเดินอาหาร รวมถึงผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและฟื้นฟูร่างกาย
...
ไขข้อสงสัย “โยเกิร์ต” ควรกินตอนไหนดีที่สุด
ความจริงแล้วโยเกิร์ตสามารถกินได้หลายช่วงเวลาในแต่ละวัน แต่หากเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็จะช่วยเสริมประโยชน์ให้กับร่างกายได้มากขึ้น ดังนี้
กินโยเกิร์ตตอนเช้า
การกินโยเกิร์ตในช่วงเช้า เหมาะสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ โดยเฉพาะการกินในขณะท้องว่าง จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและจุลินทรีย์ได้ดี อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและเติมพลังงานให้ร่างกาย
กินโยเกิร์ตตอนเที่ยง
หากกินโยเกิร์ตหลังมื้อกลางวัน จุลินทรีย์ที่อยู่ในโยเกิร์ตจะช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยลดอาการแน่นท้องหลังรับประทานอาหาร
กินโยเกิร์ตตอนบ่าย
ช่วงบ่ายเป็นเวลาที่หลายคนมักรู้สึกหิวหรืออยากกินของว่าง การกินโยเกิร์ตแทนขนมหรือของหวาน จะช่วยลดการกินจุกจิก อีกทั้งยังช่วยให้อิ่มท้องนาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
กินโยเกิร์ตตอนเย็น
การกินโยเกิร์ตในช่วงเย็นจะช่วยเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ร่างกายเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงพักผ่อน ทำให้ระบบภายในทำงานได้สมดุลมากขึ้น
กินโยเกิร์ตก่อนนอน
โยเกิร์ตมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งชื่อว่า ทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเซโรโทนิน ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย จึงช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อในช่วงที่ร่างกายพักฟื้นระหว่างการนอนหลับ แต่แนะนำให้กินโยเกิร์ตก่อนนอนอย่างน้อย 30 นาที ไม่ควรกินเสร็จแล้วเข้านอนทันที
“โยเกิร์ต” ควรกินวันละปริมาณเท่าไหร่
แนะนำให้กินโยเกิร์ตประมาณ วันละ 1-2 ถ้วย หรือประมาณ 150-250 กรัม ซึ่งถือเป็นปริมาณที่เหมาะสมต่อการได้รับสารอาหาร โดยไม่ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานหรือน้ำตาลมากเกินไป ส่วนใครที่ควบคุมน้ำหนักแนะนำว่าควรเลือกกินโยเกิร์ตแบบปริมาณน้ำตาล 0 เปอร์เซ็นต์
วิธีกิน “โยเกิร์ต” ให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด
หากต้องการกินโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ ควรเลือกให้เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำตาลที่แฝงอยู่ในผลิตภัณฑ์ โดยสามารถพิจารณาได้ดังนี้
- เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ (Plain Yogurt) เพื่อลดปริมาณน้ำตาล
- เลือกกรีกโยเกิร์ต หากต้องการโปรตีนสูงและช่วยให้อิ่มนาน
- อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ เลือกสูตรที่มีน้ำตาลต่ำ และมีส่วนผสมหลักเป็นนมและจุลินทรีย์
ทั้งนี้ โยเกิร์ตสามารถกินได้แทบทุกช่วงเวลาของวัน และแต่ละช่วงเวลาก็มีประโยชน์ต่อร่างกายต่างกัน ไม่ว่าจะช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร การควบคุมน้ำหนัก รวมถึงทำให้อิ่มท้อง
สิ่งสำคัญคือการเลือกโยเกิร์ตที่ดีต่อสุขภาพ และกินอย่างสม่ำเสมอ หากต้องการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ อาจเติมผลไม้สดหรือธัญพืชลงไป ก็จะช่วยให้มื้อโยเกิร์ตทั้งอร่อยและได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น
...
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง